โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“กลุ่มจาวลา” เชียงใหม่ ลุยขายแฟรนไชส์โรงแรม B2

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 ต.ค. 2566 เวลา 06.48 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2566 เวลา 04.21 น.

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

การปักหมุดลงทุน และบริหารธุรกิจโรงแรมทั่วประเทศไทยของ “กลุ่มจาวลาเชียงใหม่ กรุ๊ป” ทุนท้องถิ่นเมืองเชียงใหม่ ภายใต้แบรนด์ B2 ตลอดระยะเวลา 18 ปี จนกลายเป็นผู้นำโรงแรมบัดเจต (boutique & budget) โรงแรมที่มีเอกลักษณ์-ราคาประหยัด ระดับ top ของประเทศ ด้วยจำนวนห้องพักมากกว่า 3,000 ห้อง

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “พิชัย จาวลา” กรรมการบริหาร บริษัท บีทู โฮเทล จำกัด ถึงการปรับโมเดลธุรกิจครั้งใหญ่

รุกแฟรนไชส์เต็มรูปแบบ

พิชัยบอกว่า ปี 2566 ได้ปรับ business model ครั้งใหญ่ มุ่งเรือธง B2 บุกธุรกิจขายแฟรนไชส์ B2 พร้อมการบริหารจัดการให้กับผู้ลงทุน เพื่อยกระดับสู่การเป็นเครือโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในอนาคต เจาะตลาดในประเทศทั่วไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ที่ผ่านมาได้เริ่มทดลองทำธุรกิจแฟรนไชส์ B2 ตั้งแต่ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้โฟกัสธุรกิจอย่างเต็มตัว ซึ่งพบว่าตลาดมีแนวโน้มที่ดี มีนักลงทุนที่ให้ความสนใจซื้อแฟรนไชส์ B2 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งปี 2566 ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม มีความพร้อมทุกด้านที่บริษัทจะรุกสู่ธุรกิจแฟรนไชส์อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมการบริหารจัดการให้กับผู้ลงทุนดำเนินงาน โดยมีบริษัท GPCM จำกัด ซึ่งถือหุ้นโดย B2 100% (กลุ่มจาวลาเชียงใหม่ กรุ๊ป) จะดูแลธุรกิจแฟรนไชส์ B2 ทั้งระบบ

สำหรับการบุกขายแฟรนไชส์ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังมองหาพันธมิตรทางธุรกิจ ขณะนี้มีการพูดคุยกับพันธมิตรหลายราย แต่ยังมีรายละเอียดที่ต้องศึกษาความเป็นไปได้อีกหลายขั้นตอน คาดว่าต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งประมาณ 3-4 ปี ในการบุกตลาด

โดยประเทศที่มีความเป็นไปได้ อาทิ เวียดนาม ลาว กัมพูชา และฟิลิปปินส์ เพราะเป็นประเทศที่มี culture ที่คล้ายหรือใกล้เคียงกับไทย และใช้จุดขาย boutique & budget คือ โรงแรมที่มีเอกลักษณ์-ราคาประหยัด โดยกลุ่มลูกค้าก็น่าจะเป็นกลุ่มเดียวกับตลาดในประเทศไทย คือ นักท่องเที่ยว นักเดินทาง คนทำงาน

โรงแรม B2

ผุดครบ 52 สาขาหยุดลงทุน

ปัจจุบันเครือโรงแรม B2 เปิดให้บริการทั้งหมด 61 สาขา แบ่งเป็นโรงแรม B2 ที่กลุ่มจาวลาเชียงใหม่ กรุ๊ป ลงทุน และบริหารเอง 46 สาขา และมีผู้ลงทุนซื้อแฟรนไชส์ B2 ไปแล้ว จำนวน 15 สาขา รวมรายได้ 61 สาขา รวมรายได้ทั้งหมดประมาณ 600 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการลงทุนเอง 80% รายได้จากแฟรนไชส์ 20% ในอนาคตอีก 7-8 ปีนับจากนี้ จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจแฟรนไชส์ เท่ากับธุรกิจโรงแรมที่ลงทุนเองเป็น 50 : 50

ตามแผนที่วางไว้ เมื่อเปิดสาขาที่ลงทุนเองครบ 52 สาขาแล้ว จะหยุดลงทุน โดยจะมุ่งสู่ธุรกิจแฟรนไชส์ B2 จะช่วยให้เอสเอ็มอีหรือนักลงทุนที่ไม่มีโนว์ฮาว แต่อยากลงทุนในธุรกิจโรงแรม มีโอกาสในการทำธุรกิจมากขึ้น โดยไม่มีความเสี่ยง และมีลูกค้าแน่นอน พร้อมกับการบริหารจัดการสาขาให้อย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานสากล

โดยทีมงานมืออาชีพ ทำให้ศักยภาพของแบรนด์มีความเป็นสากล และการสร้างคุณค่าของแบรนด์ (brand values) ให้กับ B2 ตอกย้ำการเป็นแบรนด์ที่แข็งแรง

สำหรับโรงแรม B2 ที่กลุ่มจาวลาเชียงใหม่ กรุ๊ป ผู้ลงทุนและบริหารเอง ในนามบริษัท บีทู โฮเทล จำกัด จำนวน 46 สาขา อยู่ใน 24 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, แพร่, ลำปาง, พะเยา, นครสวรรค์, ขอนแก่น, นครราชสีมา, อุบลราชธานี, อุดรธานี, บุรีรัมย์, มุกดาหาร, พิษณุโลก, ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน), กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี (พัทยา), สงขลา (หาดใหญ่) และภูเก็ต

ตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างเพิ่มอีก 6 สาขา ในจังหวัดเชียงใหม่ (2 สาขา) ขอนแก่น (2 สาขา) อุบลราชธานี 1 สาขา และนครสวรรค์ 1 สาขา คาดว่าจะทยอยเปิดบริการภายในปี 2567-2568

จะทำให้สาขาที่บริษัท บีทู โฮเทล จำกัด เป็นผู้ลงทุนเองและบริหารเอง รวมทั้งสิ้น 52 สาขา

ซึ่งกิจการทุกสาขาดำเนินไปได้ดี ด้วยตัวเลขอัตราการเข้าพักปกติอยู่ที่ 80% และในช่วงไฮซีซั่นเพิ่มสูงถึง 90% ขณะที่ช่วงโลว์ซีซั่นอยู่ที่ 70% ชูจุดขายห้องพักราคาประหยัด เริ่มต้น 500-1,500 บาท กลุ่มลูกค้าหลักคือ คนไทย

ปัจจุบันมีผู้สนใจซื้อแฟรนไชส์ B2 จำนวน 15 สาขา เปิดบริการแล้วใน 9 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่, ตาก (แม่สอด), กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, ระยอง, นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี/สงขลา (หาดใหญ่) และกระบี่

นอกจากนี้ มีแฟรนไชส์ B2 ที่กำลังเตรียมจะเปิดบริการและอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีกจำนวน 15 สาขาใน 12 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, สุรินทร์, นครราชสีมา, อุบลราชธานี, อุดรธานี, บึงกาฬ, เลย, ชลบุรี, จันทบุรี, ลำพูน, น่าน และเชียงราย

โรงแรม B2

เปิดเกณฑ์ลงทุนแฟรนไชส์

ผู้ที่สนใจลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์โรงแรม B2 ต้องลงทุนเองทั้งหมด อาจเป็นผู้ที่มีที่ดินอยู่แล้วหรือยังไม่ที่ดิน โดยต้องลงทุนสร้างอาคารใหม่ หรือปรับปรุงอาคารเดิมที่มีอยู่ มีห้องพักเฉลี่ย 79 ห้อง คำนวณการลงทุนเฉลี่ยห้องละประมาณ 1 ล้านบาท เท่ากับ 1 โรงแรมต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 80 ล้านบาท

ซึ่งบริษัทจะเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำแก่ผู้ลงทุนตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งด้านการก่อสร้าง การจัดหาที่ดิน การรีโนเวต การดีไซน์ ภายใต้มาตรฐานคอนเซ็ปต์ของโรงแรม B2

นอกจากนี้ ผู้สนใจลงทุนแฟรนไชส์โรงแรม B2 ต้องมีทำเลที่น่าสนใจ อยู่ในเมืองหลักและเมืองรองก็ได้ แต่ควรตั้งอยู่ในเขตตัวเมือง อาจจะตั้งอยู่ในซอยหรือติดถนนใหญ่ก็ได้ การเดินทางสะดวก ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญในตัวเมือง ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพ และมีความเป็นไปได้ในการลงทุน

ทั้งนี้ แฟรนไชส์ B2 ทุกแห่งจะมีโซนร้านกาแฟ Wake Up Coffee อยู่ภายในโรงแรมด้วย ซึ่งร้านกาแฟ Wake Up Coffee เป็นของ B2 ที่ได้เทกโอเวอร์แบรนด์นี้มา เพื่อทำกิจการควบคู่กับการขยายแฟรนไชส์โรงแรม B2 เพื่อให้บริการลูกค้าที่มาพักและลูกค้าทั่วไป

ผู้ลงทุนซื้อแฟรนไชส์โรงแรม B2 มีหลักเกณฑ์คือ 1.การจ่ายค่าธรรมเนียม (upfront fee) หรือค่าแฟรนไชส์ (franchise fee) ของแบรนด์ B2 โดยคิดค่าธรรมเนียมจากจำนวนห้องพักทั้งหมด (79 ห้อง) ในอัตราราคาห้องละประมาณ 35,00 บาท หรือคิดเป็นค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายประมาณ 2-3 ล้านบาท

2.ค่าธรรมเนียม ของแบรนด์ร้านกาแฟ Wake Up Coffee อีกจำนวนประมาณ 4 แสนบาท ซึ่งทั้ง 2 ส่วนเป็นเงินค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บครั้งเดียว

3.ค่าบริหารจัดการรายเดือนทั้งในส่วนแฟรนไชส์โรงแรม B2 และร้านกาแฟ Wake Up Coffee ที่ผู้ลงทุนจะต้องจ่ายให้กับบริษัททุกเดือน คิดในอัตราประมาณ 10% จากรายได้ต่อเดือนที่ผู้ลงทุนได้รับ

ขณะที่ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนการลงทุนประมาณ 7-12% ต่อปี (จากมูลค่าการลงทุนเฉลี่ย 80 ล้านบาท ในการลงทุนทำโรงแรม 1 แห่ง) ซึ่งถ้าโรงแรมตั้งอยู่ในทำเลที่ดี และต้นทุนที่ดินไม่แพงมาก ก็จะได้ผลตอบแทนเกิน 10% ต่อปีอย่างแน่นอน ขณะที่การคืนทุนคาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลา 8-10 ปี

เปิดศูนย์ฝึกรับแฟรนไชส์

นายพิชัยบอกว่า การลงทุนแฟรนไชส์โรงแรม B2 ถือเป็นรูปแบบที่ผู้ลงทุนจะไม่มีความเสี่ยง เพียงแค่ลงทุนและจะได้รายได้จากการขายห้องพักและร้านกาแฟทุกเดือน การบริหารจัดการโรงแรม มีทีมงานของ B2 เป็นผู้บริหารทั้งหมด จัดการผ่านส่วนกลาง

ทั้งงานบริหารด้านการเงิน งานบริหารด้านบุคลากร อย่างมีประสิทธิภาพด้วยทีมงานมืออาชีพ ผู้ลงทุนจะไม่มีสิทธิเข้าบริหาร เนื่องจากต้องการให้การบริหารและการบริการเป็นระบบ มีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกันทุกสาขา

ปัจจุบันตั้งเป้าขยายแฟรนไชส์ปีละ 10 แห่ง ซึ่งที่ผ่านมามี opening team ที่เพียงพอรองรับในการเข้าไปเซตระบบและวางระบบจัดการหลังบ้าน (back office) ของแต่ละสาขา

โดยขณะนี้บริษัทได้ลงทุนสร้างสำนักงานใหม่ (สำนักงานใหญ่) มูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท เป็นอาคาร 5 ชั้น ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับโรงแรม B2 รีสอร์ท ถนนวงแหวนรอบ 2 ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีศูนย์ฝึกอบรม (training center) อยู่ด้วย

โดยสำนักงานใหม่จะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2566 ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถสร้างทีมงานได้เพิ่มมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...