อุทยานหาดนพรัตน์ฯ แจงไม่มีฮั้วเรือใหญ่ขายบัตรถูก ยันไม่มีจนท. ขึ้นไปเรียกเก็บถึงบนเรือ
อุทยานหาดนพรัตน์ฯ แจงไม่มีฮั้วเรือใหญ่ขายบัตรถูก ยันไม่มีจนท. ขึ้นไปเรียกเก็บถึงบนเรือ
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้ชี้แจงประเด็นข่าว “ร้องตรวจสอบเก็บค่าเข้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ฯธารา ไม่โปร่งใส หวั่นเงินไม่เข้ารัฐ” ซึ่งมีมัคคุเทศก์ร้องให้ตรวจสอบเพราะมีนักท่องเที่ยวแจ้งว่า เรือบางลำมีแพ็คเกจให้นักท่องเที่ยวจ่ายในราคาต่ำกว่าปกติ เพื่อไม่ให้ผ่านอุทยานฯโดยตรง (คลิกอ่านข่าวและรายละเอียด) ตามที่มติชนออนไลน์ได้นำเสนอกรณีดังกล่าว ดังนี้
อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี มีพื้นที่รับผิดชอบ ครอบคลุมในพื้นที่ 4 ตำบล อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ มีพื้นที่ทั้งหมด 242,437 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ป่าเขา ชายหาด เกาะแก่ง ต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อันได้แก่ เขาหางนาค ทะเลแหวก เกาะปอดะ ถ้ำพระนาง เกาะพีพีดอน เกาะพีพีเล อ่าวมาหยา อ่าวไร่เลย์ เกาะไม้ไผ่ สุสานหอย 75 ล้านปี
ทั้งนี้ตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการเรียกเก็บและการยกเว้นค่าบริการหรือค่าตอบแทน ฯ พ.ศ.2564 ได้กำหนดอัตราค่าบริการสำหรับบุคคลในการเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ ชาวไทย เด็ก 20 บาท/คน ผู้ใหญ่ 40 บาท/คน ชาวต่างประเทศ เด็ก 100 บาท/คน ผู้ใหญ่ 200 บาท/คน
และกำหนดให้มีการเก็บค่าบริการในแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องชำระค่าบริการในลักษณะพิเศษ ได้แก่ บริเวณแห่งนันทนาการเกาะพีพีดอน เกาะพีพีเล (อ่าวมาหยา) และเกาะไม้ไผ่ ซึ่งจะจัดเก็บค่าบริการชาวต่างชาติ เด็ก 200 บาท/ คน ผู้ใหญ่ 400 บาท/คน โดยในแต่ละแหล่งท่องเที่ยวจะมีจุดเก็บค่าบริการ เพื่อดำเนินการจัดเก็บค่าบริการแหล่งท่องเที่ยว
#จากข่าวกรณีเรือใหญ่ คาดว่าเป็นเรือโดยสารขนาดใหญ่ที่มีเส้นทางภูเก็ต-เกาะพีพีดอน-อ่าวนาง ซึ่งเรือดังกล่าวจะเป็นเรือโดยสารประจำทางที่เข้าเทียบท่าในจังหวัดภูเก็ต และบริเวณท่าเรือหาดนพรัตน์ธารา เกาะพีพีดอน เป็นเรือโดยสารขนาดใหญ่ ไม่ได้เป็นเรือนำเที่ยว เมื่อเดินทางมาถึงเกาะพีพีดอน เมื่อเข้าเทียบท่าจอดเรือ นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปบริเวณเกาะพีพีดอนจะเสีย เงิน 20 บาท เป็นเงินค่าขยะ ซึ่งเป็นการจัดเก็บขององค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง บริเวณสะพาน ที่สร้างโดยกรมเจ้าท่า
และมอบหมายให้กรมธนารักษ์เป็นผู้ดูแล และพื้นที่เกาะพีพีดอนที่มีโรงแรมที่พัก จะอยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติ การดำเนินการไม่เกี่ยวข้องกับอุทยานแห่งชาติ และเรือโดยสารดังกล่าวมีขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าจอดในแหล่งท่องเที่ยวบริเวณแหล่งท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติได้ ซึ่งแต่ละแหล่งท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติจะมีจุดจัดเก็บค่าบริการ บริเวณเกาะต่างๆ ดังนี้
1) หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พพ.1 (หาดนพรัตน์)
1) หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พพ.3 (เกาะไม้ไผ่)
2) หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พพ.5 (อ่าวมาหยา)
3) หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พพ.6 (เกาะปอดะ)
4) หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พพ.7 (พีพีดอน)
5) ศูนย์ข้อมูลข่าวสารทะเลแหวก
6) ศูนย์ข้อมูลข่างสารไร่เลย์
ทั้ง 6 จุดด่านเก็บค่าบริการอยู่บนเกาะเมื่อนักท่องเที่ยวขึ้นไปยังเกาะเพื่อท่องเที่ยวจึงจะจัดเก็บค่าบริการ ในส่วนของค่าบริการบุคคลและยานพาหนะ ทางอุทยานแห่งชาติฯ จะจัดเก็บเมื่อเข้าแหล่งท่องเที่ยวต่าง ในอัตราตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติฯ กำหนด
การเรียกเก็บค่าบริการฯ บนเรือ ซึ่งเป็นเรือโดยสารประจำทาง ทางอุทยานแห่งชาติ ไม่มีเจ้าหน้าที่ขึ้นไปจัดเก็บบนเรือแต่อย่างใด เนื่องจากเจ้าหน้าที่จะอยู่ประจำด่านเก็บค่าบริการฯ และแหล่งนันทนาการที่เปิดให้บริการ เท่านั้น
ทั้งนี้ที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้ดำเนินการยกระดับมาการการจัดเก็บค่าเข้าอุทยานฯ โดยมีการนำระบบการจำหน่วยบัตรค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์ (E– ticket) มาใช้ในการแก้ไขปัญหา รวมถึงมีการเข้มงวดในการกวดขันการจัดเก็บค่าบริการในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2566 นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติฯ ได้ไปตรวจติดตามการจัดเก็บค่าบริการบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พพ.5 (อ่าวมาหยา) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมเข้ามาเยี่ยมชมในสัดส่วน ร้อยละ 70 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เข้ามาในอุทยานฯ ซึ่งได้ประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจกับ ไกด์ทัวร์ ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ทางพนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด โดยเฉพาะการจัดเก็บค่าบริการ
ตามนโยบายผู้บริหาร ซึ่งปัจจุบันอุทยานแห่งชาติฯ สามารถจัดเก็บเงินรายได้เพิ่มมากขึ้น และได้วางแผนในการหมุนเวียนเจ้าหน้าที่ และจัดให้มีชุดตรวจสอบจัดเก็บค่าบริการจากหน่วยงานส่วนกลาง และสนับสนุนเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยปฏิบัติงานในช่วงวันหยุด หรือเทศกาลท่องเที่ยว เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น