โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ขาใหญ่ชิงเบี้ยอาคเนย์หมื่นล้าน ปิดฉาก 2 บริษัทประกันเจ้าสัว

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 ธ.ค. 2565 เวลา 07.56 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2565 เวลา 03.30 น.

ประกันรุมชิงพอร์ตลูกค้า “อาคเนย์-ไทยประกันภัย”กรมธรรม์ น็อนโควิดเบี้ยรวมหมื่นล้านบาท หลัง 2 บริษัทเจ้าสัวเดินหน้าเลิกกิจการ แบ่งเค้ก 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ “รถยนต์-อุบัติเหตุและสุขภาพ-ทรัพย์สินและเบ็ดเตล็ด” ทิพยฯ-เมืองไทยประกันภัย-ไทยวิวัฒน์” ร่วมยื่นข้อเสนอ จับตาพอร์ตประกันรถยนต์ 7,000 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระบวนการเลิกกิจการของบริษัทอาคเนย์ประกันภัย และไทยประกันภัย ธุรกิจประกันในกลุ่มเครือไทยโฮลดิ้งส์ (TGH) ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี กำลังอยู่ในช่วงดำเนินการถ่ายโอนพอร์ตผู้ถือกรมธรรม์ประเภท nonCOVID-19 ซึ่งมีลูกค้ารวมกันอยู่กว่า 8.63 ล้านราย มูลค่าพอร์ตรวมกว่า 10,000 ล้านบาท หลังจาก คปภ.เห็นชอบให้ 31 บริษัทประกันวินาศภัย เป็นผู้รับโอนกรมธรรม์ต่อ กรณีนี้จึงเป็นที่จับตาว่าบริษัทประกันภัยรายไหนจะได้รับคัดเลือกจากทางกลุ่มอาคเนย์ฯ และได้เค้กก้อนนี้ไปครอบครองกันบ้าง

ชิงพอร์ตอาคเนย์ฯหมื่นล้าน

แหล่งข่าววงในบริษัทประกันวินาศภัยรายหนึ่ง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า พอร์ตกรมธรรม์ nonCOVID-19 ของอาคเนย์ประกันภัยและไทยประกันภัย ที่มีลูกค้ารวมกัน 8.63 ล้านราย คิดเป็นมูลค่าเบี้ยประกันรวมประมาณ 10,000 ล้านบาท มาจากสัดส่วนเบี้ยประกันรถยนต์ (motor) ประมาณ 70% หรือราว 7,000 ล้านบาท และอีก 30% หรือราว 3,000 ล้านบาท เป็นเบี้ยประกันที่ไม่ใช่รถ (nonmotor) เป็นประกัน PCM ซึ่งประกอบด้วย 1.ประกันภัยทรัพย์สินและเบ็ดเตล็ด (property & casualty) และ 2.ประกันภัยขนส่งทางทะเล (marine) รวมประมาณ 2,000 ล้านบาท และเป็นเบี้ยประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลและประกันสุขภาพอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ อาคเนย์ประกันภัยและไทยประกันภัย จะพิจารณาเลือกผู้รับโอนพอร์ตตามความสามารถและความเชี่ยวชาญของแต่ละบริษัท ก็จะเป็นการแบ่งเค้กกันไป โดยแยกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์เป็น 3 พอร์ตใหญ่คือ 1.ประกันรถยนต์ 2.ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลและประกันสุขภาพ และ 3.ประกันในกลุ่มงาน PCM

“ตัวเลขภาพรวมอัตราความเสียหาย (loss ratio) พอร์ต nonCOVID ของอาคเนย์ประกันภัย เท่าที่ทางบริษัทเห็นข้อมูล ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ คือยังมีกำไร” แหล่งข่าวกล่าว

จับตายกพอร์ตรถยนต์ให้อินทรฯ

แหล่งข่าวกล่าวว่า ในส่วนพอร์ตประกันรถยนต์ยังไม่มีความชัดเจนว่า ทั้ง 2 บริษัทจะตัดสินใจโอนพอร์ตไปให้กับ บมจ.อินทรประกันภัย (INSURE) เพียงรายเดียวหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้มีทั้งความเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ถือหุ้น เพราะอินทรประกันภัย เป็นบริษัทประกันอีกแห่งที่ตระกูลสิริวัฒนภักดีถือหุ้นอยู่

สำหรับบริษัทประกันที่สนใจรับโอนกรมธรรม์ ก็ต้องแสดงความจำนงยื่นข้อเสนอและเงื่อนไขไปที่บริษัทอาคเนย์ประกันภัยและไทยประกันภัย ซึ่งเสร็จสิ้นไปตั้งแต่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา

“ฉะนั้นข้อมูลจะอยู่ในมือเขาทั้งหมดว่าใครสนใจงานประเภทไหน และไม่สนใจงานประเภทอะไร ทางอาคเนย์ฯก็ต้องบริหารจัดการข้อมูลเพื่อตัดสินใจว่าพอร์ตไหนจะไปอยู่กับบริษัทประกันรายใด ซึ่งก็จะพิจารณาตามข้อเสนอและเงื่อนไขของแต่ละบริษัท เชื่อว่าเขาน่าจะพยายามมิกซ์พอร์ตแต่ละกลุ่มให้สมเหตุสมผลกับผู้รับประกันแต่ละราย” แหล่งข่าวกล่าว

รายใหญ่รุมชิงเค้ก

นายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทิพยประกันภัย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทแสดงความจำนงเข้าไปรับงาน nonCOVID ทุกประเภทยกเว้นพอร์ตสินค้าสุขภาพ โดยให้นักคณิตศาสตร์ประกันภัยของบริษัทไปประเมินราคาแล้วส่วนใหญ่รับได้หมด แต่มีเงื่อนไขว่าพอร์ตงานประเภทไหนที่เกิดเคลมก่อนหน้านั้น อาคเนย์ประกันภัยและไทยประกันภัยจะต้องรับผิดชอบต่อไป

แต่ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นหลังจากที่มีการโอนพอร์ตให้ทิพยประกันภัยแล้ว บริษัทจะรับผิดชอบทั้งหมด โดยอาคเนย์ประกันภัยและไทยประกันภัย จะต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ (unearned premium insurance) ส่งคืนให้กับบริษัทด้วยถึงจะรับโอนพอร์ตดังกล่าว ซึ่งเป็นเงื่อนไขของบริษัท

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (TVI) กล่าวว่า เชื่อว่าทุกบริษัทที่เสนอเข้าไปรับโอนพอร์ต พยายามช่วยรักษาภาพความมั่นคงของธุรกิจประกันภัยเอาไว้ โดยบริษัทแสดงความจำนงเข้าไปรับโอนพอร์ตงานทุกประเภทตามเงื่อนไขสัญญากรมธรรม์ที่บริษัทจะรับได้ ทั้งประกันรถยนต์, ประกันภัยทรัพย์สิน และประกันอัคคีภัย เป็นต้น อย่างไรก็ดี กรณีประเภทกรมธรรม์ที่บริษัทไม่ทำก็รับไม่ได้ เช่น การประกันภัยความรับผิดของกรรมการและเจ้าหน้าที่ (D&O) เป็นต้น

ด้านนายวาสิต ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.เมืองไทยประกันภัย (MTI) กล่าวว่า บริษัทได้แสดงความจำนงเข้าไปร่วมรับโอนพอร์ตดังกล่าวแล้วแต่คงไม่ใช่ทุกพอร์ต เพราะเคยประมูลงานแข่งมาด้วยกันพอจะทราบข้อมูลอยู่บ้างว่าพอร์ตเป็นอย่างไร

วิริยะฯ-กรุงเทพประกันภัยไม่สน

นางฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.วิริยะประกันภัย กล่าวว่า บริษัทไม่ได้เข้าร่วมรับโอนพอร์ต nonCOVID ของอาคเนย์ประกันภัยและไทยประกันภัย เนื่องจากพอร์ตไม่แมตชิ่งกัน โดยทั้ง 2 บริษัทได้เชิญให้บริษัทเข้าร่วมในส่วนของพอร์ตประกันทรัพย์สินและเบ็ดเตล็ด (P&C) รวมทั้งประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลและสุขภาพ (A&H) ซึ่งมีเงื่อนไขต้องรับโอนมาทั้งพอร์ตในช่องทางขายผ่านประกันผ่านโทรศัพท์ (telesales) ซึ่งค่อนข้างมีขนาดใหญ่ แต่ช่องทางเทเลเซลส์ของวิริยะประกันภัยอาจจะไม่ได้พร้อมขนาดนั้นจึงปฏิเสธไป

ขณะเดียวกันบริษัทต้องไปดำเนินการยื่นแก้ไขแบบและข้อความในกรมธรรม์ใหม่ (policy wording) ทั้งหมดต่อ คปภ.ด้วย เนื่องจากรูปแบบและข้อความในกรมธรรม์ของบริษัทจะแตกต่างกัน ฉะนั้นอาจจะไม่ทันระยะเวลาที่กำหนด

ขณะที่ทางฝ่ายสื่อสารองค์กร บมจ.กรุงเทพประกันภัย แจ้งว่า บริษัทก็ไม่ได้รับโอนพอร์ตงานของอาคเนย์ประกันภัยและไทยประกันภัยเช่นกัน

ข้อยุติอู่ซ่อมรถเทลูกค้าอาคเนย์ฯ

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า จากกรณีอู่ซ่อมรถยนต์ส่วนใหญ่ปฏิเสธรับซ่อมรถยนต์จากบริษัทอาคเนย์ประกันภัย ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. 65 ไปจนกว่าจะมีความชัดเจนจากบริษัทนั้น เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 65 คปภ.ได้หารือร่วม 4 ฝ่าย ทั้ง คปภ., ผู้อำนวยการฝ่ายประเมินราคาบริษัทอาคเนย์ประกันภัย, นายกสมาคมอู่กลางการประกันภัย นายกสมาคมการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทย และสมาคมประกันวินาศภัยไทย เพื่อหาข้อยุติแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับอู่และผู้เอาประกันภัยคือ

1.กำหนดให้บริษัทอาคเนย์ประกันภัย จะจ่ายเงินค่าซ่อมให้กับอู่คู่สัญญาภายใน 3 วัน นับแต่วันที่อู่ได้วางบิลกับบริษัท และ 2.หากอู่คู่สัญญารายใดไม่เชื่อมั่นว่าจะเบิกค่าซ่อมได้ บริษัทพร้อมจะจ่ายค่าซ่อมทันทีก่อนจัดซ่อมรถยนต์เสร็จ 3 วันทำการ ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทอาคเนย์ประกันภัย มีอู่คู่สัญญาที่กลับมารับงานซ่อมครอบคลุมทั่วประเทศจำนวน 390 อู่ ศูนย์บริการ 281 ศูนย์

นอกจากนี้ ได้มีข้อเสนอแนะคือ 1.ให้อู่ที่รับซ่อมรถเสนอราคาและบริษัทคุมราคาพร้อมอนุมัติค่าซ่อมโดยเร็ว แล้วตั้งเบิกให้อู่ซ่อมก่อนจ่ายในนามอู่ซ่อม 2.ให้บริษัทเป็นผู้จัดหาอะไหล่การซ่อมให้แก่อู่ และ 3.ค่าแรงการซ่อมรถที่บริษัทอนุมัติแล้วให้สามารถเบิกได้ครั้งเดียว หากมีรายการต่อเนื่องอู่ซ่อมจะไม่สามารถเบิกค่าแรงเพิ่มภายหลังได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...