โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ยุค70 ซินอี้ ตัวประกอบอย่างเธอขอเดินเรื่องเอง

นิยาย Dek-D

อัพเดต 16 ก.พ. 2568 เวลา 13.00 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2567 เวลา 13.48 น. • ฉางฟู่
ตู้ซินอี้สาวน้อยวัยมัธยมปลายที่คิดว่าชีวิตของตนช่างราบรื่นเรียบง่าย มีพ่อแม่ที่รักลำเอียงรักลูกสาวมากกว่าลูกชายแต่อยู่มาคืนหนึ่งเธอกลับพบว่าตัวเองเป็นตัวประกอบในนิยายที่ต้องตายอย่างอนาถ

ข้อมูลเบื้องต้น

เรื่องใหม่มาแย้วฮ้าบบ

กดแฟนป้าบๆๆ กันก่อนเยยน้า

ปล. มีการติดเหรียญล่วงหน้านะคะ แต่อัปให้อ่านฟรีจนจบค่ะ

อีบุ๊กน๊อลอี้มาแล้วค่า
ทั้งหมด 60 ตอน + ตอนพิเศษ 3 ตอนนะคะ
ประมาณ 90000 คำ ราคาช่วงโปรดี๊ดี 148 บาทเท่านั้น
หลังหมดโปร 228 บาทค่ะ
คุ้มค่าคุ้มราคาน้า
ซื้อเถอะค่า

ยุค70 ซินอี้ ตัวประกอบอย่างเธอขอเดินเรื่องเอง

ตู้ซินอี้สาวน้อยวัยมัธยมปลายที่คิดว่าชีวิตของตนช่างราบรื่นเรียบง่าย มีพ่อแม่ที่รักลำเอียงรักลูกสาวมากกว่าลูกชาย

สาวน้อยในยุค 70 จะมีใครต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีกหรือ

แต่อยู่มาคืนหนึ่งเธอกลับพบว่าตัวเองเป็นตัวประกอบในนิยายที่ต้องตายอย่างอนาถ ไม่ใช่อนาถธรรมดา แต่มันอนาถอย่างบัดซบเลยทีเดียว

อีกทั้งครอบครัวที่เธอรักยังประสบเคราะห์กรรม ทั้งพ่อแม่พี่ชายน้องชาย ไม่มีใครลงเอยจุดจบดีๆ เลยสักคน

ครอบครัวดีๆ ครอบครัวหนึ่งทำไมต้องมีจุดจบเช่นนี้ด้วย

ไม่ว่ามันจะเป็นเพียงฝันตื่นหนึ่ง หรือเรื่องจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น เธอจะไม่ยอมเสี่ยงสูญเสียทุกอย่าง

เธอไม่ใช่คนหัวเดียวกระเทียมลีบสักหน่อย นอกจากพ่อแม่ที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเธอแล้ว ยังมีพี่ชายผู้แข็งแกร่งทั้งสอง และน้องชายฝาแฝดอัจฉริยะผู้เย็นชา

จะนางเอกหรือนางร้ายก็มาดิว้า!

บทที่ 1 ซินอี้ของแม่น่ารักที่สุดแล้ว

ตู้ซินอี้สาวน้อยวัยมัธยมปลายที่คิดว่าชีวิตของตนช่างราบรื่นเรียบง่าย มีพ่อแม่ที่รักลำเอียงรักลูกสาวมากกว่าลูกชายแต่อยู่มาคืนหนึ่งเธอกลับพบว่าตัวเองเป็นตัวประกอบในนิยายที่ต้องตายอย่างอนาถ

อีบุ๊กน๊อลอี้มาแล้วค่า

ทั้งหมด 60 ตอน + ตอนพิเศษ 3 ตอนนะคะ

ประมาณ 90000 คำ ราคาช่วงโปรดี๊ดี 148 บาทเท่านั้น

หลังหมดโปร 228 บาทค่ะ

คุ้มค่าคุ้มราคาน้า

ซื้อเถอะค่า

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTc1ODI4NCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjM0MTQ0MCI7fQ

บทที่ 1 ซินอี้ของแม่น่ารักที่สุดแล้ว

ในค่ำคืนอันมืดมิด อากาศร้อนอบอ้าวทำผู้คนที่กำลังหลับใหลเหงื่อซึมเปียกที่นอน เสียงฟ้าร้องคำรามเป็นระยะ เพียงไม่กี่นาทีห่าฝนก็กระหน่ำลงอย่างหนักพร้อมกับเสียงฟ้าผ่าดังกึกก้อง

เปรี้ยง! เปรี้ยง!

เฮือก!

ร่างบางที่กำลังนอนหลับสะดุ้งตื่น เธอลุกขึ้นนั่งหอบหายใจถี่รัว แสงสว่างจากสายฟ้าที่ผ่าลงมา เผยให้เห็นใบหน้ากลมมน ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่เคยเปล่งประกายสดใส บัดนี้เบิกโพลงท่าทางตื่นตระหนก น้ำใสเอ่อคลอหน่วย ฝ่ามือเล็กๆ เนียนนุ่มยกขึ้นปิดหูทั้งสองข้าง จมูกเล็กน่ารักปลายจมูกกลมมนแดงระเรื่อ ริมฝีปากอวบอิ่มเป็นกระจับสีชมพูอ้าออกพยายามโกยอากาศเข้าปอด

ฉับพลันเสียงเคาะประตูพร้อมกับเสียงเรียกของมารดาปลุกเธอตื่นจากภวังค์

“ซินอี้ ซินอี้ ตื่นรึยัง หนูกลัวเสียงฟ้าร้องรึเปล่า หนูอยากให้แม่นอนเป็นเพื่อนไหม” เสียงเรียกด้วยความห่วงใยดังเข้ามา

แม่ตู้รู้ว่าลูกสาวตัวเองกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าที่สุด ตอนเป็นเด็กเธอจะร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียง

ตู้ซินอี้รู้สึกตัวเหลือบมองไปทางหน้าต่างที่เปิดค้างไว้รับลม เมื่อเห็นสายฝนที่ตกกระหน่ำสาดเข้าห้อง เธอเดินหดคอเหมือนเต่าค่อยๆ ย่องไปปิดหน้าต่าง

“หนูตื่นแล้วค่า แม่ไม่ต้องห่วง หนูสบายดี” เสียงใสๆ หางเสียงสั่นเครือตอบกลับ แกล้งทำเป็นเข้มแข็ง เธอโตแล้วไม่อยากทำให้แม่เป็นกังวล

ภายในใจนึกเสียดายที่ต้องสะดุ้งตื่นจากฝัน

ตู้ซินอี้ฝันว่าเธอนั่งอยู่ในห้องสีขาวสะอาดตาสว่างจ้า มีโต๊ะและเก้าอี้ชุดหนึ่งตั้งอยู่ในนั้น บนโต๊ะมีหนังสือนิยายหน้าปกวาดรูปชาย หญิงกอดกันกลม บรรยากาศอบอวลกลิ่นแห่งความรัก เธอไม่เคยเห็นภาพวาดที่มีสีสันสวยงามสมจริงแบบนี้มาก่อน ชื่อเรื่องนิยายก็น่าสนใจ ‘กลมกล่อม ถนอมรัก’

ตู้ซินอี้เดินวนในห้องนั้นอยู่นานหาทางออกไม่เจอ ที่นี่ไม่มีประตูหรือหน้าต่างสักบาน ในเมื่อออกไปไม่ได้ เธอเลยกลับมานั่งที่เก้าอี้กลางห้องเปิดหนังสือนิยายเล่มนั้นอ่านฆ่าเวลา

ในนิยายเขียนเรื่องราวความรักความผูกพัน การจับมือกันฝ่าฟันอุปสรรคของพระเอกนางเอก ตามสเตปนิยายรักที่มักจะมีตัวร้ายมาขัดขวางเส้นทางความรักของคนทั้งคู่ แต่ทั้งสองก็ยังจับมือกันอย่างเหนียวแน่น

นิยายเรื่องนี้จะเป็นเพียงแค่นิยาย ถ้าไม่มีชื่อตัวละครที่เธอรู้จักอย่างเช่น พระเอกของเรื่อง จางเจี้ยน และนางร้าย หวังชุนเหมย และมีการกล่าวถึงจุดจบครอบครัวตู้ที่นางร้ายรับสารภาพก่อนเสียชีวิต

แม้กระทั่งการตายก่อนวัยอันควรของลูกสาวเพียงคนเดียวในครอบครัวตู้ที่มีชื่อเดียวกับเธอ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เธองงไปหมด การบรรยายสภาพแวดล้อมอีกทั้งสถานที่ตรงกับที่อยู่อาศัยของเธอ ตู้ซินอี้ไม่ใช่คนฉลาด น้องชายฝาแฝดชอบว่าเธอโง่อยู่บ่อยๆ

ไม่ได้การแล้ว! ตู้ซินอี้จุดตะเกียงน้ำมันก๊าด เริ่มจดในสิ่งที่เธอจำได้จากในหนังสือนิยาย ทั้งชื่อตัวละคร เหตุการณ์ สถานที่สำคัญ และเหตุการณ์ที่ครอบครัวตู้ประสบพบเจอ ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกอย่างหนักและฟ้าร้องคำราม

ตู้ซินอี้พยายามอดทนนั่งเขียนทั้งน้ำตา ปกติถ้ามีเสียงฟ้าร้องเธอจะนอนคลุมโปงไม่กล้าเสนอหน้าออกจากผ้าห่ม แต่ครั้งนี้เกี่ยวพันถึงชีวิตคนในครอบครัวเธอไม่กล้าประมาท เขียนทุกอย่างที่จำได้ เธอเชื่อในลางสังหรณ์ของตัวเองว่าถ้าไม่จดไว้อาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

ถึงแม้ความฉลาดเธอจะเทียบน้องชายไม่ได้ แต่เรื่องโชคลางเธอไม่เป็นรองใคร แม่บอกว่าเธอเป็นดาวนำโชคของบ้าน ดังนั้นไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน

ตู้ซินอี้นั่งเขียนยุกยิกอยู่ค่อนคืนกว่าจะเสร็จ น่าเสียดายที่เธออ่านนิยายเล่มนั้นไม่จบเหลืออีกแค่นิดเดียวเท่านั้น หวังว่าจะไม่มีจุดพลิกผันเกิดขึ้นท้ายเล่มนะ

เช้าวันใหม่ฝนตกปรอยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ท้องฟ้าขมุกขมัวไร้แสงแดดสาดส่อง

ตู้ซินอี้เข้าครัวช่วยแม่ทำอาหารเช้าเป็นประจำ เธอมีหน้าที่ช่วยชิมและหยิบจับของส่งให้แม่

ส่วนร่างผอมบางผิวขาวซีดที่นั่งยองๆ ดูไฟหน้าเตาฟืน คือน้องชายฝาแฝดของเธอ ตู้รุ่ยเจ๋อ เขาเกิดหลังเธอสิบนาที ตอนนี้สูงใหญ่กว่าเธอไปไกลแล้ว

“แม่คะ ให้หนูช่วย” ลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้านแย่งตะหลิวอันใหญ่จากมือแม่ช่วยคนโจ๊กธัญพืชในกระทะใบใหญ่บนเตา มือเรียวเล็กขาวเนียนตัดกับสีโจ๊กในกระทะ หญิงสาวออกแรงคนโจ๊ก ใบหน้ากลมมนพวงแก้มอิ่มแดงระเรื่อ เม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้าเล็กๆ จิ้มลิ้ม เธอไม่เหมือนหญิงสาวอายุสิบแปดปีเลย ถ้าบอกอายุสิบห้าก็มีคนเชื่อ แม่ผู้รักลูกสาวยิ่งชีพมองอย่างปวดใจนางไม่อยากให้ลูกสาวเหนื่อย

“โธ่! ซินอี้ หนูส่งตะหลิวมาให้แม่เถอะ ไปหยิบชามจัดโต๊ะให้แม่ที โจ๊กใกล้เสร็จแล้ว” แม่ตู้แย่งตะหลิวกลับคืน ลูกสาวตัวเล็กนิดเดียวจับตะหลิวอันใหญ่เท่าแขนมือนุ่มๆ เจ็บจนแดงไปหมด

บ้านตู้มีลูกชายสามคนแต่มีลูกสาวเพียงคนเดียว ตู้ซินอี้จึงเป็นที่รักของทุกคนในครอบครัว

พี่ชายคนโต ตู้เจ๋อซีรับราชการทหารแต่งงานกับ หานเสวี่ยชิง ครูสาวสอนนักเรียนชั้นประถม มีลูกชายสองคน คนโต ตู้ไห่ อายุสี่ขวบและ ตู้ปิน อายุสองขวบ

พี่ชายคนรอง ตู้มู่เจ๋อ ทำงานขับรถขนส่งยังไม่แต่งงาน

แม่ตู้ใช้เท้าเขี่ยลูกชายคนเล็กที่นั่งดูไฟหน้าเตา

“ลุกขึ้นไปช่วยพี่สาวจัดโต๊ะ ทำไมต้องให้บอกทุกครั้ง ฉลาดให้เหมือนตอนเรียนหนังสือหน่อยสิ” แม่ตู้พูดพร้อมเท้าสะเอวทำตาเขียวที่ลูกชายคนเล็กไม่ได้ดั่งใจ

ร่างผอมแห้งลุกขึ้นยืน ส่วนสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้าเซนติเมตรข่มร่างมารดาอยู่หมัด ดวงตาสีนิลคู่คมฉายแววเฉลียวฉลาดมองร่างท้วมของมารดาอย่างเบื่อหน่าย เขาพ่นลมหายใจแรงๆ ใส่หน้าแม่ ก่อนจะเดินเอื่อยเฉื่อยไปหยิบจานผักดองกับไข่คนมะเขือเทศออกไป

“หน็อยแน่! เจ้าลูกอกตัญญูสูงกว่าฉันไม่เท่าไหร่ทำมาอวดดี เดี๋ยวแม่ก็หักค่าขนมซะเลย” แม่ตู้เท้าสะเอวบ่นพึมพำ

ความจริงแล้ว นางไม่กล้ามีเรื่องกับลูกชายคนเล็ก แค่เขามองนางนิ่งๆ ไม่พูดอะไร นางก็ไม่กล้าบ่นเขาต่อ ช่างเป็นเด็กไม่น่ารักเอาเสียเลย สู้ลูกสาวของนางไม่ได้ ซินอี้ช่างเป็นเด็กเรียบร้อยว่านอนสอนง่าย น่ารักที่สุดแล้ว

บทที่ 2 โอ้ว นางร้ายปรากฏตัวแล้ว

อีบุ๊กน๊อลอี้มาแล้วค่า
ทั้งหมด 60 ตอน + ตอนพิเศษ 3 ตอนนะคะ
ประมาณ 90000 คำ ราคาช่วงโปรดี๊ดี 148 บาทเท่านั้น
หลังหมดโปร 228 บาทค่ะ
คุ้มค่าคุ้มราคาน้า ซื้อเถอะค่า

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTc1ODI4NCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjM0MTQ0MCI7fQ

บทที่ 2 โอ้ว นางร้ายปรากฏตัวแล้ว

โต๊ะอาหารเช้าจัดเสร็จเรียบร้อยด้วยฝีมือของสองพี่น้อง ตู้เชียงหัวหน้าครอบครัวนั่งยิ้มเหมือนคนโง่งม รอให้ลูกสาวตัวน้อยตักโจ๊กใส่ชามใบใหญ่วางไว้ตรงหน้าเขา

ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่กำยำผิวกร้านคล้ำแดด ใบหน้าหล่อเหลาดูดุดันกำลังปรากฏรอยยิ้มที่ไม่เข้ากับใบหน้า เอ่ยน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ใช้กับผู้หญิงในครอบครัวเท่านั้น

“ซินอี้ไม่ต้องตักแล้ว ปล่อยให้น้องชายทำต่อ ลูกมานั่งกินข้าวเถอะ นี่ๆ พ่อจะคีบไข่คนมะเขือเทศของโปรดให้” ว่าแล้วก็ใช้ตะเกียบคีบไข่คนชิ้นใหญ่ใส่ชามโจ๊กใบเล็กของลูกสาว เผื่อแผ่ให้ลูกชายคนเล็กที่อยู่ข้างกันด้วยท่าทางอย่างเสียมิได้

“อะ! ลูกก็รีบไปกินซะ วันนี้ออกจากบ้านเร็วหน่อยล่ะ ฝนตกเดินทางลำบาก” ตู้เชียงพูดไปพลางคีบไข่คนใส่ชามภรรยาเป็นรายต่อไป ก่อนจะโกยโจ๊กในชามใบใหญ่ใส่ปากคำโตอย่างไม่กลัวความร้อน

ตู้มู่เจ๋อนั่งมองชามโจ๊กที่ว่างเปล่าไร้ไข่คน ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาควรชินกับความลำเอียงของพ่อ

พอมองชามโจ๊กอีกครั้ง ก็มีมือเล็กๆ ขาวเนียนดูนุ่มนิ่มคีบไข่คนใส่ชามโจ๊กตรงหน้าเขา

ตู้ซินอี้คีบไข่คนใส่ชามพี่ชายคนรองเพื่อเอาใจเขา นานๆ ทีพี่ชายจะกลับมาพักผ่อนที่บ้าน ชายหนุ่มต้องขับรถส่งของระยะไกลเดินทางไปหลายมณฑลจึงไม่ค่อยอยู่บ้าน

“พี่รองกินเยอะๆ นะ แล้วคราวนี้พี่หยุดอยู่บ้านกี่วัน ตอนเย็นหลังเลิกเรียนฉันจะชวนน้องเล็กไปซื้อปลามาให้แม่ทำปลาต้มผักดองของโปรดพี่”

ปากเล็กๆ พูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด มือน้อยคีบอาหารแจกทุกคนบนโต๊ะไปด้วยเพื่อความเท่าเทียม ไม่งั้นคนอื่นจะหาว่าเธอลำเอียง

ตู้มู่เจ๋อมองน้องสาวด้วยสายตาอ่อนโยน ริมฝีปากยกยิ้มบางซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยาก ก่อนจะเหลือบมองบิดาผู้ลำเอียงด้วยหางตาแล้วพูดกับน้องสาวด้วยเสียงอ่อน

“พี่หยุดสามวัน ถ้าฝนไม่หยุดตกอย่าออกไปนะมันอันตราย รุ่ยเจ๋อคอยดูแลซินอี้ด้วยนะ” ชายหนุ่มจ้องน้องชายด้วยสายตาคาดคั้นต้องการคำตอบ เพราะถ้าตู้รุ่ยเจ๋อรับปาก เขาจะไม่มีวันผิดคำพูด

ตู้รุ่ยเจ๋อเหลือบมองพี่รอง สีหน้าเย็นชาดุจก้อนน้ำแข็งพยักหน้าตกลงอย่างจำใจ

ในขณะที่ฝนตกพรำๆ ตู้รุ่ยเจ๋อสวมเสื้อโค้ตทหารตัวใหญ่ของพี่ชายคนโต ขี่จักรยานไปข้างหน้าอย่างช้าๆ โดยมีร่างเล็กของพี่สาวกางร่มซ้อนท้ายไปด้วย

โรงเรียนมัธยมปลายหลงเฉิง ตั้งอยู่บริเวณทางแยกบนถนนสายหลัก ในพื้นที่เศรษฐกิจของเขตเป่าอันในจังหวัดเซินเจิ้น เป็นโรงเรียนเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง ตัวอาคารสองชั้นขนาดใหญ่รองรับนักเรียนได้ประมาณสองพันคน มีหอพักนักเรียนตั้งอยู่ด้านหลังอาคารเรียน สำหรับนักเรียนที่บ้านอยู่ห่างไกล ด้านซ้ายของโรงเรียนเป็นโรงอาหาร ส่วนด้านขวามีสนามกีฬาขนาดใหญ่

ตู้รุ่ยเจ๋อใช้เวลาประมาณยี่สิบนาทีกว่าจะถีบจักรยานมาถึงโรงเรียน วันนี้ฟ้าฝนไม่เป็นใจเลยใช้เวลานานกว่าปกติ ร่างเล็กของตู้ซินอี้เดินนำหน้าน้องชายเข้าห้องเรียนอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่ร่างสูงเก้งก้างของน้องชายฝาแฝดจะตามหลังมาอย่างใกล้ชิด ทั้งสองเรียนหนังสือห้องเดียวกันตั้งแต่ประถมจนตอนนี้ใกล้จะเรียนจบมอปลายแล้ว

“เฮ้! รุ่ยเจ๋อ นายทำคณิตเสร็จยัง เอามาให้ฉันดูเป็นตัวอย่างหน่อยสิ” ชายหนุ่มเดินยังไม่ถึงโต๊ะ เพื่อนสนิทก็เรียกเขาอย่างกระตือรือร้นเหมือนเห็นพระมาโปรดอย่างไรอย่างนั้น

“เฉิงกั๋ว นายยืมดูหรือยืมลอกเอาให้แน่” น้ำเสียงทุ้มต่ำของจางเจี้ยนดังขึ้นหยอกล้อเพื่อนสนิทที่นั่งร่วมโต๊ะตู้รุ่ยเจ๋อ พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างรู้ทัน

“อาเจี้ยนขอร้องล่ะ ช่วยแกล้งโง่สักครั้งจะได้ไหม” เซี่ยเฉิงกั๋วถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายเหล่มองให้เพื่อนสนิท

ตู้รุ่ยเจ๋อมองส่งพี่สาวที่เดินไปหน้าห้องเรียนนั่งประจำโต๊ะของตัวเอง ตู้ซินอี้ตัวเตี้ยที่สุดในห้องจึงต้องนั่งด้านหน้าติดกระดานดำจะได้ไม่ถูกเพื่อนนั่งบัง เมื่อพี่สาวนั่งที่เรียบร้อยเขาก็เดินไปนั่งที่โต๊ะหลังห้อง หยิบหนังสือวิชาคณิตศาสตร์ส่งให้เพื่อนข้างๆ

“ลอกเสร็จแล้ว เอาไปส่งให้ด้วยนะ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเนือยๆ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตู้รุ่ยเจ๋อไม่ค่อยแสดงอารมณ์ทางสีหน้า ต่างจากพี่สาวที่ใบหน้ายิ้มแย้มสดใสร่าเริง ทำให้ไม่ค่อยมีใครอยากเสวนาด้วย เขาจึงมีเพื่อนสนิทแค่ไม่กี่คน

ซู่ซวนซวนนั่งรอเพื่อนอยู่นานรีบแบมือขอการบ้านคณิตศาสตร์กับตู้ซินอี้ แล้วนั่งลอกการบ้านเพื่อนสนิทอย่างขะมักเขม้น จู่ๆ ก็หยุดชะงัก เพราะเธอรู้สึกถึงสายตาทิ่มแทงจากข้างหลังจึงหันขวับอย่างรวดเร็ว หวังชุนเหมยไม่ทันระวังเก็บซ่อนสายตามุ่งร้าย ได้แต่เสมองไปทางอื่น

“นี่ๆ ซินอี้ ระวังลูกพี่ลูกน้องเธอหน่อยนะ ยัยนี่ต้องคิดทำไม่ดีกับเธอแน่เลย สายตาที่แอบมองเธอเมื่อกี้น่าขนลุกชะมัด” สาวร่างอวบไว้ผมบ๊อบสั้นท่าทางกระฉับกระเฉง ยกแขนขาวเหมือนไข่ปอกขึ้นกอดตัวเองทำท่าประกอบ

“ฮะ! น่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ” ตู้ซินอี้กระซิบถามเพื่อนสนิท พลางหันไปมองลูกพี่ลูกน้องที่ส่งยิ้มหวานกลับมา

อืม..ก็เหมือนไม่ค่อยจริงใจเท่าไหร่นะ

หวังชุนเหมยลูกสาวของพี่สาวพ่อเธอ แต่งงานกับคนงานในเมือง บ้านอยู่ไม่ไกลจากบ้านเธอ ชอบทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกับเธอ มักหาข้ออ้างเอาเปรียบเธอเสมอ แต่โชคดีที่น้องชายกับเพื่อนสนิทคอยกีดกันไม่ให้เข้าใกล้

ตู้ซินอี้ก็ไม่ค่อยชอบหวังชุนเหมย เธอรู้สึกว่าลูกพี่ลูกน้องคนนี้เสแสร้งแกล้งทำตัวเป็นคนดี แต่เห็นว่าเป็นญาติกันเลยหลับหูหลับตายอมให้หญิงสาวเอาเปรียบบ้างบางครั้ง

“อือ ฉันจะระวังตัว ฉันก็คิดเหมือนกันว่าชุนเหมยไม่ใช่คนดี” ใบหน้ากลมมนพยักหน้ารับท่าทางจริงจัง

เธอยังจำเนื้อเรื่องในนิยายเมื่อคืนติดตาอยู่เลย

ถ้าเนื้อหาในนิยายเป็นความจริง ตอนนี้ใกล้ถึงวันสอบ หวังชุนเหมยคงคิดหาทางทำอะไรบางอย่างกับเธอแน่ๆ

ร่างผอมบางท่าทางอ่อนแอสวมชุดกลางเก่ากลางใหม่ ผมแห้งแตกลีบแบนถักเปียทั้งสองข้าง ใบหน้าซีดเซียวดูน่าสงสาร ผิวพรรณแห้งกร้านเหมือนคนขาดน้ำ

หวังชุนเหมยนั่งโต๊ะเรียนกลางห้อง เพื่อนร่วมโต๊ะเป็นหญิงสาวมาจากชนบทสวมเสื้อผ้าเก่าขาดปะชุนไปทั้งตัว ยากจนยิ่งกว่าเธอ กินผักดองกับแพนเค้กแข็งๆ ทุกวัน หญิงสาวเหลือบมองเพื่อนร่วมโต๊ะด้วยสายตารังเกียจ

เธอไม่สามารถมองหาผลประโยชน์จากเพื่อนร่วมโต๊ะคนนี้ได้เลย นิ้วมือที่เป็นรอยแตกผิวหนังด้านจากการทำงานอย่างหนักกำปากกาในมือแน่น ทำไมชีวิตเธอถึงบัดซบแบบนี้นะ เธออยากมีเพื่อนที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ก้าวหน้าเหมือนตู้ซินอี้ลูกพี่ลูกน้องเธอ ที่คนรอบข้างต่างมีเบื้องหลังไม่ธรรมดา

อย่างซู่ซวนซวนพ่อเป็นถึงคณะกรรมการอำเภอ ไหนจะจางเจี้ยนที่เป็นเพื่อนบ้านตู้ พ่อเป็นถึงผู้อำนวยการโรงต่อเรือ โรงงานใหญ่ที่มีคนงานเกือบหมื่นคน ดวงตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาพุ่งตรงไปที่แผ่นหลังบอบบางของลูกพี่ลูกน้องที่นั่งโต๊ะเรียนหน้าห้อง ทำไมสิ่งดีถึงได้ตกไปอยู่ที่ตู้ซินอี้ตลอด! เธออยากแย่งทุกสิ่งที่เป็นของยัยนั่นมาให้หมด

บทที่ 3 เด็กๆ มักถูกล่อลวงด้วยขนม

อีบุ๊กน๊อลอี้มาแล้วค่า
ทั้งหมด 60 ตอน + ตอนพิเศษ 3 ตอนนะคะ
ประมาณ 90000 คำ ราคาช่วงโปรดี๊ดี 148 บาทเท่านั้น
หลังหมดโปร 228 บาทค่ะ
คุ้มค่าคุ้มราคาน้า ซื้อเถอะค่า

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTc1ODI4NCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjM0MTQ0MCI7fQ

บทที่ 3 เด็กๆ มักถูกล่อลวงด้วยขนม

การเรียนการสอนดำเนินไปอย่างรวดเร็วกระทั่งถึงเวลาเลิกเรียน ท้องฟ้ายามเย็นกลับมาสดใสไร้เมฆหมอก เสียงตรงที่พื้นดินยังเปียกชื้นเฉอะแฉะเต็มไปด้วยโคลน ยากแก่การเดินทางไปมา

“รุ่ยเจ๋อ เลิกเรียนแล้วเราไปเล่นบาสกันไหม วันนี้ฉันหยิบลูกบาสติดมือมาจากบ้านด้วย” แขนล่ำๆ ของเพื่อนสนิทล็อกคอตู้รุ่ยเจ๋อไม่ให้ไปไหน

เซี่ยเฉิงกั๋วรูปร่างสูงใหญ่ ชายหนุ่มอายุสิบแปดปีกลับมีส่วนสูงถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร หลังจากเรียนจบมอปลาย เขาตั้งใจจะไปรับราชการทหารเหมือนบิดาที่ตอนนี้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการค่ายที่เกาะไหหลำ

“ไม่ ฉันจะไปซื้อปลากับซินอี้ที่ตลาดมืด” ตู้รุ่ยเจ๋อดึงแขนเพื่อนออกจากคอด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์

ในเขตเป่าอันตลาดมืดเป็นเรื่องที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายไม่มีอันตราย ที่นี่ตำรวจไม่ได้เคร่งครัดเหมือนที่อื่น พวกชาวบ้านรวมตัวกันในตรอกแคบๆ ซื้อขายกันในช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็นหลังคนงานเลิกงาน

“โธ่! เพื่อนอยู่เล่นสักชั่วโมงไม่ได้เหรอ เมื่อกลางวันฉันเผลอปากดีไปท้าแข่งกับพวกผู้ชายห้องสี่ ไอ้พวกนั้นมันถือว่าห้องมันมีเทพธิดาจูซีเหยา เลยชอบทำตัวเย่อหยิ่งไม่เห็นหัวผู้ชายห้องอื่น น่าถีบชะมัด” คนชวนเล่าพร้อมทำหน้ามุ่ย

เทพธิดาจูซีเหยาที่เซี่ยเฉิงกั๋วพูดถึงคือนักเรียนสาวที่สวยที่สุดในโรงเรียน เธอเป็นลูกเลี้ยงของนายช่างใหญ่แห่งอู่ต่อเรือเป่าอัน เรียนอยู่มัธยมปลายปีสองห้องสี่ ผู้ชายในโรงเรียนต่างอยากเข้าไปทำความรู้จักกับเธอ โดยมีพวกหนุ่มๆ ห้องสี่คอยกันท่าเป็นหมาหวงก้าง

เธอไม่เพียงแค่สวยเท่านั้น ยังมีความสามารถเพียบพร้อม เรียนหนังสือก็เก่ง สอบติดอันดับหนึ่งในสิบของชั้นเรียน ด้วยใบหน้าสวยงามราวกับเทพธิดา บุคลิกเยือกเย็นประดุจราชินีน้ำแข็งยากจะเข้าถึง เธอจึงมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเขตเป่าอัน พวกผู้ชายห้องสี่เลยเดินยืดอกด้วยสีหน้าภาคภูมิใจที่ได้เรียนร่วมห้องกับคนงาม ต่างพากันทำหน้าที่องครักษ์พิทักษ์เทพธิดา กีดกันไม่ให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้

เซี่ยเฉิงกั๋วมองเพื่อนสนิทอย่างเว้าวอนแทบคุกเข่าขอร้อง เห็นเพื่อนเขาตัวผอมเก้งก้างแบบนี้ ตู้รุ่ยเจ๋อนั้นเล่นบาสเกตบอลเก่งมาก เคลื่อนไหวคล่องแคล่วเปี่ยมชั้นเชิง อ่านเกมขาด ถ้ามีเพื่อนคนนี้ร่วมทีมรับรองว่าชัยชนะต้องตกเป็นของฝ่ายเขาอย่างแน่นอน

“เฉิงกั๋ว นายจะมาอ้อนรุ่ยเจ๋อทำไม นายต้องไปจับยัยเปี๊ยกโน่นมาไว้ข้างสนามต่างหาก รับรองว่ารุ่ยเจ๋อหนีเราไม่รอดแน่” ยังไม่ทันสิ้นเสียงร่างสูงใหญ่ของเซี่ยเฉิงกั๋วก็วิ่งไปขวางทางร่างเล็กของพี่สาวฝาแฝดเพื่อนสนิท ชนร่างผอมแห้งของหวังชุนเหมยที่กำลังจะเข้าไปหาตู้ซินอี้จนกระเด็นออกไป

“โอ้ว! โทษทีมองไม่เห็นน่ะ” ชายหนุ่มพูดเร็วๆ โดยไม่หันไปมองว่าชนใคร เขามีภารกิจสำคัญ หากแพ้การแข่งขันครั้งนี้ ลูกบาสที่เพิ่งเก็บเงินซื้อมาใหม่จะถูกพวกห้องสี่ยึดไป

เซี่ยเฉิงกั๋วกางมือสองข้างขวางสาวๆ ที่กำลังเดินออกจากห้องเรียน

“เฉิงกั๋ว นายจะทำตัวเป็นอันธพาลเหรอ อยากโดนกำปั้นฉันใช่ไหม” ซู่ซวนซวนถกแขนเสื้อเตรียมมีเรื่องกับเพื่อนร่วมห้อง เธอกับเซี่ยเฉิงกั๋วเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่มัธยมต้น

เซี่ยเฉิงกั๋วชอบแกล้งเธอ ไม่ดึงผมเปียก็ขโมยปากกาไปซ่อน บางครั้งก็เอาหนังสือเคาะหัวเธอตอนเผลอ ดูสิคราวนี้เธอตัดผมสั้นแล้วจะมีเปียให้ดึงอีกไหม

เซี่ยเฉิงกั๋วใช้นิ้วชี้จิ้มหน้าผากดันสาวร่างอวบออก แล้วทำหน้ารังเกียจ ก่อนหันไปยิ้มประจบประแจงสาวร่างเล็กข้างๆ

“ซินอี้เด็กดี…ไปนั่งเล่นข้างสนามบาสกันเถอะ เดี๋ยวพี่จะซื้อขนมให้นั่งกินรอน้องชายเล่นบาสนะ” ขณะพูดนิ้วมือก็ยันสาวร่างอวบไว้ไม่ให้เธอเข้ามาทำร้ายเขา

ตู้ซินอี้ตัวเล็กนิดเดียวอย่างกับเด็กประถม เขาไม่มีน้องสาวจึงรักและเอ็นดูเธอดุจน้องสาวในไส้

“ซินอี้อย่าไปนะ ไอ้หมอนี่ไม่มีเงินซื้อขนมหรอก เขาเอาไปซื้อลูกบาสหมดแล้ว” ซู่ซวนซวนกำหมัดแน่นเหวี่ยงไปมาสะเปะสะปะ แขนเธอสั้นเลยไม่สามารถทำร้ายไอ้หนุ่มวายร้ายตรงหน้าได้

น่าโมโหชะมัด!

“เฉิงกั๋วไม่มีแต่ฉันมีนะ ไปเถอะฉันเลี้ยงฉีสุ่ยเอง อยากดื่มรสอะไรไปเลือกเอา” จางเจี้ยนเดินหิ้วกระเป๋านักเรียนจากหลังห้องมาหาสาวๆ ที่หน้าห้อง ชายหนุ่มรูปร่างผอมเพรียว ใบหน้าหล่อเหลาคมสัน ดวงตาทอประกายสดใส หากว่าห้องสี่มีสาวสวย ห้องหนึ่งก็มีหนุ่มหล่อเรียนเก่งนิสัยดีดั่งเทพบุตรจุติลงมาเช่นกัน

“จริงเหรอ งั้นฉันไปนั่งรอรุ่ยเจ๋อข้างสนามก็ได้ แต่แค่ชั่วโมงเดียวนะ ซวนซวนไปกันเถอะฉันอยากกินฉีสุ่ยรสส้ม” พี่สาวนักบาสผู้กุมชะตาเพื่อนร่วมห้องลากเพื่อนสนิทไปโรงอาหาร โดยมีบรรดาหนุ่มๆ เดินตามหลังไม่ห่าง

จางเจี้ยนแอบอมยิ้มไม่ให้พี่สาวเจ้าแฝดเห็น เขากับฝาแฝดเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง คุ้นเคยสนิทสนมรู้จักนิสัยใจคอกันเป็นอย่างดี

ตู้ซินอี้ถูกครอบครัวเลี้ยงดูมาอย่างดี นิสัยใจคอยังเป็นเด็กไม่ค่อยทันคน แค่เอาขนมมาล่อก็ติดกับ แต่ถ้าตู้รุ่ยเจ๋อไม่เห็นด้วยคงไม่มีทางสำเร็จเพราะเธอเชื่อฟังน้องชายเป็นที่สุด

หวังชุนเหมยกำหมัดแน่นกัดริมฝีปากแห้งผากจนเลือดออกกลิ่นสนิมคละคลุ้งทั่วทั้งปาก เธออิจฉาตู้ซินอี้ที่ไม่ต้องรีบกลับไปทำงานบ้าน เป็นที่รักของทุกคน มีเพื่อนฝูงมากมาย ต่างจากเธอที่หลังเลิกเรียนก็ต้องรีบกลับไปทำงานบ้าน ที่ทำเท่าไหร่ก็ไม่เคยหมด จนแทบไม่เหลือเวลาทำการบ้าน

ในแต่ละวันผ่านไปอย่างเหน็ดเหนื่อย กินไม่เคยอิ่มสักมื้อ ถ้าไม่ได้อาสามพ่อของตู้ซินอี้ช่วยออกค่าเล่าเรียน เธอคงอดเรียนต่อมอปลาย แต่เธอไม่ต้องการเศษเดนของความเห็นใจ เธออยากได้ทุกอย่างที่เป็นของตู้ซินอี้

เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว…

ถ้าเรียนจบเธอคงถูกส่งไปเป็นเยาวชนผู้มีการศึกษา ทำงานตากแดดหน้าดำในชนบท เพราะพ่อเป็นแค่คนงานธรรมดาไม่มีเส้นสายและไม่มีเงินเก็บเพียงพอที่จะซื้อตำแหน่งงานให้เธอ หรือไม่แม่อาจจะจับเธอแต่งงานกับผู้ชายมีเงินคนไหนก็ได้ เพื่อเรียกสินสอดราคาแพงมาเลี้ยงดูลูกชายทั้งสองของตัวเอง

ไม่ได้การแล้ว! ต้องรีบหาทางทำอะไรสักอย่าง เธอจะไม่ยอมเสียสละตัวเองเพื่อครอบครัวหวังเป็นอันขาด

(汽水 (ฉีสุ่ย) : เป็นคำเรียกทั่วไปของน้ำอัดลมในภาษาจีน ซึ่งแปลตรงตัวว่า "น้ำมีแก๊ส" รสชาติคลาสสิกที่หลายคนคุ้นเคย คือ รสส้ม และรสลิ้นจี่ ซึ่งมักจะมีรสชาติหวานจัดและมีแก๊สค่อนข้างเยอะ)

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTc1ODI4NCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE1MDI0MyI7fQ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...