โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนบรรยากาศ ส่ง.ความ.สุข. ผ่านการเขียน “การ์ดอวยพร” สื่อแทนใจที่ไม่มีวันตกยุค

นิตยสารคิด

อัพเดต 05 ม.ค. 2568 เวลา 23.39 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. 2568 เวลา 23.39 น.
greeting-card-cover

หากพูดถึงช่วงเทศกาลและวันครบรอบนอกจากของขวัญและดอกไม้แล้ว สิ่งที่เป็นสื่อกลางแทนใจ ทั้งยังเป็นตัวแทนในการเชื่อมโยงความรู้สึกกับคนที่เรารักให้ได้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นก็คือ “การ์ดอวยพร” ที่จะขาดไปไม่ได้เช่นเดียวกัน…ชวนมาย้อนดูวิวัฒนาการของการ์ดอวยพร สื่อแทนใจที่มีมาตั้งแต่ยุคแอนาล็อกจนถึงยุคที่สื่อดิจิทัลครองเมือง กับการปรับเปลี่ยนและพัฒนาให้ยังคงเป็นสัญลักษณ์ประจำเทศกาลส่งความสุขที่ไม่เคยตกยุค ทั้งยังถือเป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกของมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้งและเป็นรูปธรรม

“คิด” ชวนมาย้อนบรรยากาศ ส่ง.ความ.สุข. ผ่านการเขียน “การ์ดอวยพร” ด้วยการไปสำรวจความเป็นมาและการเติบโตของอุตสาหกรรมผลิตการ์ดอวยพรจากจุดเริ่มต้นมาจนถึงปัจจุบัน ที่ไม่เคยหยุดนิ่งและยังคงดำเนินต่อไป จากการ์ดแบบกระดาษธรรมดา ๆ ไปสู่การ์ดที่สามารถโต้ตอบได้อย่างรวดเร็วทันใจผู้คนยุคใหม่ในวันนี้

(Victoria and Albert Museum, London)

จุดกำเนิดการ์ดอวยพร…เมื่อลายมือสื่อถึงความในใจ
“การ์ดอวยพร” คือตัวแทนในการแสดงออกถึงความรู้สึกในแทบทุกโอกาส กระดาษใบเล็ก ๆ ที่บรรจุไว้ด้วยข้อความที่แสดงออกถึงความรัก ความปรารถนาดี ความกตัญญู ความเห็นอกเห็นใจ การขอโทษ หรือความรู้สึกที่อยากระบายออกจากใจอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่จริงจังหรือตลกขบขัน หวานซึ้งหรือโศกเศร้าเคล้าน้ำตา ล้วนถูกบันทึกและส่งต่อไปยังผู้รับเนื่องในโอกาสสุดแสนพิเศษหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์เรามาแล้วนานนับศตวรรษ

โดยทั่วไป เราแบ่งการ์ดอวยพรออกเป็น 2 ประเภท คือ การ์ดอวยพรตามฤดูกาล เช่น วันคริสต์มาส วันวาเลนไทน์ วันพ่อ วันแม่ วันสำเร็จการศึกษา ฯลฯ ส่วนอีกหนึ่งประเภท คือการ์ดอวยพรสำหรับวันพิเศษ เช่น การ์ดอวยพรวันเกิด วันครบรอบ การ์ดแสดงความยินดี การ์ดแสดงความเสียใจ หรือการ์ดเพื่อแสดงความขอบคุณ

หากย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้นของการ์ดอวยพรในสมัยโบราณ ก็เกิดจากการที่ผู้คนมีปฏิสัมพันธ์กันผ่านลายลักษณ์อักษร มีการทักทายกันผ่านลายมือและจดหมายส่วนตัว สิ่งเหล่านี้ได้เป็นจุดเริ่มต้นในการวางรากฐานของศิลปะการ์ดอวยพรในเวลาต่อมา ชาวอียิปต์โบราณมักจะส่งข้อความแสดงความปรารถนาดีลงบนกระดาษปาปิรัส ขณะที่ชาวจีนก็จารึกข้อความลงบนไม้ไผ่ และตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 ชาวจีนก็เริ่มใช้ซองจดหมายสีแดงขนาดเล็กที่รู้จักกันในชื่อ “อั่งเปา” หรือ “หงเปา” พร้อมกับเงินเพื่อมอบให้เป็นของขวัญในเทศกาลตรุษจีน จะเห็นได้ว่าทั้งอียิปต์และจีนต่างใช้สิ่งของมีค่าเป็น “ข้อความ” ที่สามารถส่งคำอวยพรจากใจไปถึงผู้รับ นอกจากนี้การ์ดก็ยังสามารถบ่งบอกถึงสถานะทางสังคมของบุคคลนั้น ๆ ได้อีกด้วย

(The British Museum)

ในช่วงศตวรรษที่ 15 นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวัฒนธรรมการส่งการ์ดอวงยพร อันเนื่องมาจากการถือกำเนิดของการ์ดอวยพรแบบพิมพ์ ในยุคนี้การ์ดอวยพรไม่ได้ถูกจำกัดการใช้งานอยู่เฉพาะในชนชั้นสูงอีกต่อไป แต่ยังเข้าถึงผู้คนในวงกล้างและทำให้ทุกคนสื่อถึงกันได้สะดวกสบายขึ้นแม้จะอยู่ห่างไกล ยิ่งเวลาดำเนินมาถึงช่วงศตวรรษที่ 19 ที่เป็นยุคแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรม เทคนิคการผลิตในอุตสาหกรรมการ์ดอวยพรก็ยิ่งทวีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สามารถผลิตการ์ดอวยพรได้เป็นจำนวนมาก และเป็นการบุกเบิกยุคแห่งการส่งการ์ดอวยพรที่แพร่หลายจนกลายเป็นกิจกรรมยอดนิยม

มาจนถึงในยุควิคตอเรีย การ์ดอวยพรก็ถูกพัฒนาให้มีความประณีตและสวยงามมากยิ่งขึ้น มีการนำของประดับต่าง ๆ ทั้งลูกไม้ ริบบิ้น และภาพประกอบที่ซับซ้อนอันเป็นเอกลักษณ์และจุดเด่นของยุคนี้มาใช้งาน การ์ดเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่ได้รับการยกย่องและมีคุณค่าทั้งในด้านงามและความรู้สึกที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านความประณีตบรรจงของการ์ดแต่ละใบ

อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการพิมพ์ในยุควิคตอเรียยังมีบทบาทสำคัญต่อวิวัฒนาการของการออกแบบการ์ดด้านอื่น ๆ เช่น การนำเทคนิค “โครโมลิโทกราฟี” (Chromolithography) หรือวิธีการพิมพ์หลายสีเข้ามาใช้ ทำให้เกิดเป็นภาพประกอบที่มีชีวิตชีวาและมีรายละเอียดที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับการ์ดอวยพรในเวลานั้น

มาจนถึงการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 20 ด้วยความก้าวหน้าของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มีผลต่ออุตสาหกรรมการ์ดอวยพร ทำให้ผู้คนสามารถปรับแต่งการ์ดอวยพรด้วยภาพถ่ายส่วนตัวพร้อมกับใส่ความรู้สึกของตัวเองลงไปได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้นตามความต้องการ และยังทำให้มีบริษัทใหญ่ ๆ ถือกำเนิดโดยมีบทบาทสำคัญในการกำหนดภูมิทัศน์เชิงพาณิชย์ของอุตสาหกรรมการ์ดอวยพร โดยพยายามบ่งบอกว่าการ์ดอวยพรไม่ได้เป็นวิธีแสดงออกถึงความรู้สึกเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับโอกาสต่าง ๆ ในชีวิตของผู้คนอีกด้วย

(The British Museum)

การเติบโตของอุตสาหกรรมการ์ดอวยพร
การผลิตการ์ดอวยพรในเชิงพาณิชย์เริ่มต้นขึ้นในช่วงปี 1860 โดยเป็นการ์ดอวยพรในโอกาสวันวาเลนไทน์ ที่ต่อมาก็ได้มีการผลิตซองหลากหลายสีเพื่อให้เข้าชุดกับการ์ดที่ผลิตขึ้น หลุยส์ ปราง (Louis Prang) ผู้อพยพชาวเยอรมันที่ไปอยู่ในอเมริกา ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “บิดาแห่งการ์ดคริสต์มาสของสหรัฐอเมริกา” ได้เริ่มผลิตการ์ดอัลบั้มโดยสร้างสรรค์จากภาพฉากสงครามการเมืองของวินสโลว์ โฮเมอร์ (Winslow Homer) จิตรกรและนักวาดภาพประกอบชาวอเมริกัน นอกจากนี้ เขายังพิมพ์โฆษณาและการ์ดเชิญที่มีลายลวดดอกไม้ จนกระทั่งในปี 1875 ก็ได้เพิ่มคำอวยพรตามโอกาสต่าง ๆ เข้าไป ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในเวลาอันรวดเร็ว การ์ดของปรางถือเป็นการ์ดที่ดีที่สุดในตลาดและได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ ทำให้ธุรกิจการ์ดของปรางรุ่งเรืองมาจนถึงปี 1895 และนับตั้งแต่ปี 1900 จนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ธุรกิจการ์ดอวยพรก็ได้กลายเป็นธุรกิจผูกขาดของประเทศเยอรมนี

มาถึงในปี 1910 การผลิตการ์ดอวยพรกลับมาได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง และได้รับความนิยมอย่างล้นหลามภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 จนประเพณีการแลกการ์ดอวยพรทั้งในช่วงเทศกาลและวันธรรมดาได้กลายมาเป็นที่ยอมรับในสหรัฐอเมริกา และมีบริษัทผลิตการ์ดอวยพรอย่าง Hallmark ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำระดับโลกในช่วงเวลานั้น โดยชูจุดเด่นในการนำเสนอการ์ดหลากหลายรูปแบบสำหรับโอกาสต่าง ๆ ให้ผู้คนสามารถแสดงความรู้สึกของตัวเองได้โดยไม่ต้องประดิษฐ์การ์ดเอง และยังได้นำนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการออกแบบและผลิตการ์ดอวยพร ทั้งแอนิเมชัน ภาพเคลื่อนไหว เอฟเฟ็กต์ 3 มิติทั้งภาพและเสียงมาประยุกต์ใช้ ตลอดจนได้เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมนี้ด้วยการบรรจุการ์ดอวยพรในซองขนาดที่กำหนดเอง ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นของยุคโปสการ์ดเลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปัจจุบันผู้คนจะนิยมใช้การ์ดอิเล็กทรอนิกส์และสื่อสังคมออนไลน์เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษและอวยพรให้แก่กัน แต่อุตสาหกรรมการ์ดอวยพรนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและพยายามตอบโจทย์ผู้บริโภค โดยในปี 2010 มีครอบครัวชาวอเมริกันเลือกซื้อการ์ดอวยพรกว่า 7 พันล้านใบต่อปี คิดเป็นมูลค่ายอดขายมากกว่า 7.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการ์ดในโอกาสวันคริสต์มาส ในขณะที่การ์ดอวยพรวันเกิดก็ยังครองอันดับหนึ่งสำหรับประเภทการ์ดรายวัน

(Annie Spratt / Unsplash)

ส่งใจให้กันในยุคดิจิทัล
ยุคดิจิทัลได้เปลี่ยนวิธีการที่เราจะส่งความรู้สึกดี ๆ ให้กัน จากการส่งการ์ดอวยพรมาเป็นการส่งข้อความ อีโมจิ หรือสติกเกอร์ผ่านหน้าจอ เนื่องจากสามารถส่งได้อย่างรวดเร็วทันใจผ่านทางออนไลน์ ซึ่งความสะดวกและรวดเร็วเช่นนี้ได้เปลี่ยนพลวัตของการแสดงความรู้สึกด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้วัตถุทางกายภาพอย่างการ์ดอวยพร ถูกพัฒนาให้สามารถโต้ตอบและมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเทคโนโลยี AR ได้ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างการ์ดอวยพรแบบ Augmented Reality การ์ดเหล่านี้เป็นการ์ดอวยพรแบบดั้งเดิมที่ได้รับการปรับปรุงด้วยเทคโนโลยี AR โดยเมื่อผู้รับใช้สมาร์ตโฟนสแกนที่การ์ดอวยพร ก็จะทำให้เห็นความมีชีวิตชีวาของการ์ดอวยพรผ่านหน้าจอสมาร์ตโฟนของตนเอง และยังสามารถโต้ตอบกับการ์ดได้จริง ซึ่งช่วยเพิ่มความดึงดูดใจให้ผู้รับได้มากกว่าแบบดั้งเดิม

KORBLE บริษัทผู้บุกเบิกการ์ดอวยพรแบบใหม่ที่เน้นเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และความยั่งยืน มุ่งมั่นทมี่จะเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการ์ดอวยพรแบบดั้งเดิม ด้วยการ์ดอวยพรอัจฉริยะที่ล้ำสมัยยิ่งกว่า โดยการฝังเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) หรือเทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร้สาย ผสมผสานการปฏิสัมพันธ์ทางกายภาพและดิจิทัลเข้าด้วยกัน ในการแบ่งปันข้อความในทุกโอกาส พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับโลกของการ์ดอวยพรที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น

ออซคาน ออซ (Ozkan Oz) ผู้หลงใหลในการผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับศิลปะแห่งการส่งความรู้สึกอย่างการ์ดอวยพร และเป็นผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์ Smart Greeting Card ที่รองรับ NFC อันเป็นวิธีการใหม่ในการส่งข้อความจากหัวใจให้ผู้รับในโอกาสต่าง ๆ เช่น วันเกิด วันครบรอบ และเทศกาลอื่น ๆ อธิบายว่า เพียงแค่มีสมาร์ตโฟนกับการ์ด ผู้รับก็สามารถรับชมวิดีโอความยาว 15 วินาที โดยไม่จำเป็นต้องมีแอปพลิเคชันหรือสมัครสมาชิกใด ๆ เพิ่มเติม โดยการ์ดอวยพรแต่ละใบจะมีชิป NFC อยู่ในตัว เพื่อช่วยให้ผู้รับสามารถอัปโหลดหรือแบ่งปันวิดีโอได้ เทคโนโลยีนี้ยังช่วยเพิ่มมิติให้กับการ์ดอวยพรแบบดั้งเดิมและเพิ่มความตื่นเต้นสำหรับทุก ๆ วันสำคัญให้น่าจดจำมากยิ่งขึ้น

และเนื่องจากในปัจจุบันที่ทุก ๆ ภาคส่วนจำเป็นต้องให้ความสำคัญและใส่ใจกับความยั่งยืนและการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แนวโน้มการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนเหล่านี้ก็ส่งผลต่ออุตสาหกรรมการ์ดอวยพรด้วยเช่นเดียวกัน ปัจจุบัน บริษัทผู้ผลิตการ์ดอวยพรต่าง ๆ จึงพากันนำเสนอการ์ดอวยพรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในมิติต่าง ๆ เช่น กระบวนการผลิตการ์ดที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล กระบวนการพิมพ์ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือการเปลี่ยนมาใช้การ์ดแบบดิจิทัลที่สามารถส่งถึงกันได้โดยปราศจากรอยเท้าคาร์บอน ก็ได้รับการส่งเสริมให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการ์ดอวยพรที่ทั้งดีต่อใจและดีต่อโลก

“การ์ดอวยพร” ยังคงเป็นสื่อแทนใจที่ไม่มีวันตกยุค ตราบใดที่การสื่อสารแบบข้อความยังคงได้รับความนิยม ด้วยลักษณะที่จับต้องได้ของการ์ด การโต้ตอบได้ของนวัตกรรมที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ ประกอบกับความรู้สึกจากใจที่ถูกบรรจงร้อยเรียงใส่ลงไปในการ์ด สิ่งเหล่านี้ยังคงทำให้การเฉลิมฉลองเต็มไปด้วยความลึกซึ้ง อบอุ่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่ของขวัญชิ้นไหน ๆ ก็ไม่อาจเทียบได้

ที่มา : บทความ “The History of the Greeting Card and Its Evolution Over Time” จาก artificialink.co.uk
บทความ “greeting card” จาก britannica.com
บทความ “The Evolution and History of Greeting Cards: A Journey Through Time” จาก leanintree.com
บทความ “Innovative AR greeting CARDS” จาก zerodegreezdesign.com
บทความ “KORBLE is Revolutionizing Greetings with Innovative NFC-Embedded Smart Greeting Cards” จาก newsfilecorp.com

เรื่อง : ณัฐนิธิ ประเสริฐแท่น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

EVEANDBOY ดันแบรนด์ไทย ‘T-Beauty’ สู่ Global

ประชาชาติธุรกิจ

อิตาลีจำศีล

ประชาชาติธุรกิจ

“ดนตรีอยู่กับฉันในทุกช่วงของชีวิต ทั้งช่วงที่ดีที่สุด เศร้าที่สุด และยากลำบากที่สุด” จากเหตุการณ์ถูกบุกรุกบ้าน สู่เพลง Run ที่ความหวาดกลัว และเปราะบาง กลายเป็นเครื่องมือในการเยียวยาจิตใจของ Chloe Stroll ศิลปินผู้เลือกเขียนเพลงอย่างซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก ผ่านอัลบั้มล่าสุด Bloom in the Break

Mirror Thailand

“ความสวยที่เปล่งประกาย เริ่มต้นด้วยการรักและมั่นใจในตัวเอง” ผู้หญิงเก่งในแบบฉบับของ แพร-วทานิกา และ โดนัท-มนัสนันท์ กับแคมเปญ ‘Radiance Begins With You’ จาก Clé de Peau Beauté

Mirror Thailand

เปิด 8 กฎเหล็ก สงกรานต์ 2569 เช็กข้อห้าม-โทษปรับ ใครฝ่าฝืนเสี่ยงคุกทันที

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

“Call Me by Your Name ค่อนข้างเพอร์เฟ็กต์” Kylie Jenner เผยหนังของ Timothée Chalamet ที่เธอชอบมากที่สุด

THE STANDARD
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...