วาดดาว ชุมาพร – การเคลื่อนไหวทางสังคมในด้านความเท่าเทียมและความหลากหลาย
ปี 2024 ที่ผ่านมาทาง LINE TODAY ได้มอบรางวัล PEOPLE OF TODAY ซึ่งเป็นการยกย่อง 10 บุคคลที่มีอิทธิพลและสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงในสังคม หนึ่งในบุคคลที่ได้รับการยกย่อง ได้แก่ 'คุณวาดดาว อรรณว์ ชุมาพร' นักกิจกรรมเพื่อความหลากหลายทางเพศและประธานบริษัทนฤมิตไพรด์ ผู้เป็นแกนหลักในการจัดงาน ‘Bangkok Pride’ ในสาขา 'Social Movement in Equality & Diversity' \
รีวิวตัวเองในปี 2024
ในฐานะคนทำงานเองก็เป็นปีประวัติศาสตร์ เพราะว่าเราไม่รู้ว่าปลายทางของสมรสเท่าเทียมมันปีไหน จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่พอมันมาถึงฝั่ง สำเร็จด้วยการออกกฎหมายได้เรียบร้อย มันมีหลายมุมมาก อย่างมุมแรกคือสิ่งที่เราทำมามันได้เกิดขึ้นแล้ว มุมที่สองเป็นโมเม้นต์หนึ่งของชีวิตที่ทำให้ว่าการผลักดันจากประชาชนคนธรรมดาทั่วไปมันเกิดขึ้นได้ น่าจะเป็นการส่งต่อกำลังใจให้กับคนอื่นๆ ได้
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรารู้ว่าประเทศไทยไม่กลับหลังในเรื่องของการจัดตั้งครอบครัว หรือว่า LGBT มันจะกลับหลังมาไม่ได้อีกแล้ว ทุกอย่างในสังคม หลังจากประกาศสมรสเท่าเทียมทำให้ทุกคนมั่นใจมากขึ้น ว่าสิ่งที่ฉันมี สิ่งที่ฉันเป็น หรือสิ่งที่ฉันรัก มันจะเกิดขึ้นได้ อันนี้คือสิ่งที่ประเทศไทยจะเปลี่ยนไปตลอดกาล ซึ่งก่อนได้รับชัยชนะครั้งนี้เหนื่อยมากแบบแทบขาดใจ ทำงานอย่างหนัก และได้รับความสำเร็จมีความสุขและภาคภูมิใจ เป็นปีที่มีประสบการณ์ชีวิตเยอะที่สุดเท่าที่เกิดมา
เป็นปีเริ่มต้นที่ตื่นเต้น รู้สึกว่าทุกคนเห็น การแต่งงานกันใน LGBT ช่วงแรกๆ มีเสน่ห์มาก คุณจะเห็นการแต่งงานที่หลากหลายมาก บางคนอายุ 40-50 มันมีสภาวะแบบ wow facter เกิดขึ้นในสังคม แบบเป็นที่ยอมรับ เราคิดว่านั้นอาจจะเป็นก้าวแรกที่สำคัญมากๆ แต่ว่าอย่างที่เราเห็นในการเปลี่ยนแปลง และสร้างสรรค์ขึ้น ดูสังคมว่าสังคมมันปรับเปลี่ยนสถานการณ์สมรสเท่าเทียมไปเป็นแบบไหน มันไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่เป็นทั่วโลก หลังจากสิ่งที่เท่าเทียมเกิดขึ้น
นอกจากสังคมเปลี่ยน กฎหมายเปลี่ยน การเปลี่ยนแปลงอันใหญ่ การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ ที่มันเติบโตขึ้น จะเห็นตัวเลขที่วิจัย คาดการณ์ไว้ ลุ้นว่าปีนี้จะมีคนมาจดทะเบียนกี่คู่กี่คน การจ้างงานที่เพิ่มขึ้น เป็นโมเมนต์ที่ใหญ่มาก การกระตุ้นเศรษฐกิจ นักท่องเที่ยวเพิ่มกว่า 4 ล้านคนเลยทีเดียว เรื่องเหล่านี้ทำให้เรามีความสุขมาก ซึ่งก่อนหน้านี้เรามีแต่คำถามที่ว่าการแต่งงานของ
LGBT มีผลกระทบต่อสังคมซึ่งเราไม่เชื่อแต่แรกแล้ว เป็นการเริ่มต้นที่เราต้องดูว่าสังคมจะขับเคลื่อนไปทางไหน ซึ่งการทำให้บ้านเมืองมีเสรีภาพ ความปลอดภัยของทุกเพศ มีความเท่าเทียม เคารพสิทธิ์ ทำให้พวกเขามั่นใจ ก็จะทำให้คนอยากมาเที่ยวมากขึ้น จะเห็นได้ว่าแค่แก้ประเด็นด้วยประเทศยังเปลี่ยนขนาดนี้เลย เห็นภาพชัดว่าประเทศเราพัฒนา ซึ่งจริงๆ ยังมีประเด็นอีกเยอะมากที่ต้องสู้กันต่อไป
จุดเริ่มต้นและความภูมิใจในตัวเองกับสิ่งที่ทำ
อันดับแรกต้องยืนยันอีกครั้งว่าความภาคภูมิใจและความสำเร็จนี้มันเป็นของคนจำนวนมาก ที่ใหญ่สุดคือสังคมไทย ประชาชนไทยที่เปิดรับ เราไม่สามารถลุกขึ้นมาเรียกร้องโดยปราศจากการตอบรับของประชาชนได้ โดยเฉพาะเยาวชนคือแรงสำคัญ เลยอยากส่งมอบและประกาศให้พวกเขารู้ว่าเขาคือส่วนหนึ่งในความสำเร็จนี้ ส่วนเราทำงานตรงนี้มาครั้งแรกในปี 2012 แอคชั่นแรกเริ่มจากการพูดคุยกันในกลุ่มเลสเบี้ยน และต้นปี 2013 น่าจะเป็นแอคชั่นหลักสำคัญในการทำงาน โดยการชวนคู่รักเลสเบี้ยนไปจดทะเบียนที่เขตบางรัก และถูกปฏิเสธกลับมาก็เป็นข่าวค่อนข้างเยอะ ก็ทำในเรื่องการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเข้ามาเป็นปีที่ 14 แล้ว
เหตุการณ์ที่ทำให้ต้องลุกขึ้นมาสู้
เราเป็นที่ชอบผู้หญิงด้วยกัน การบอกคนรอบตัวว่าเป็นเพื่อนกันทั้งๆ ที่เป็นแฟน มันเป็นเรื่องที่ฝังใจตลอดกับการไม่ถูกยอมรับ ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องปัจเจก แต่ในส่วนที่มันกระตุ้นเราคือไปเจอคู่รักทอมดี้ พี่หนิง เกี่ยวกับการเซ็นใบอนุญาตในการรักษาพยาบาลไม่ทันแล้วทำให้แฟนตายที่เราได้ไปสัมผัสมาเอง ซึ่งเรื่องนี้เพิ่งรู่ว่ามันฝังใจเรามากอีกเรื่องในชีวิต และยังมีโมเมนต์อื่นๆ อาทิ เพื่อนฆ่าตัวตาย รวมถึงยังมีการเคลื่อนไหวของเยาวชนปี 63 ทำให้เราเห็นทิศทางการเอาสมรสเท่าเทียมลงถนน เห็นพลังของคนรุ่นใหม่ การสู้ของเหล่าเยาวชน ทำให้เรากำหนดเส้นทางให้ตอบโจทย์สังคมให้ได้รับการมองเห็นจากผู้คนมากขึ้น เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เรา Bangkok pride
ขบวนพาเหรดสีรุ้ง ที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง
วัตถุประสงค์หลักใหญ่ของ Bangkok pride คือสมรสเท่าเทียม ปีแรกเป็นปีสดใหม่มาก เราจัดเองยังตกใจมาก มีผู้คนหลั่งไหลมาร่วมเต็มถนน เหมือนถูกจ้องมอง มีคนอยู่ตามซอยต่างๆ และก็มองพวกเราถือธงสีรุ้ง และออกมาร่วมเดินขบวน ทำให้เราเรียนรู้การเดินขบวนแบบออแกนิก มีพื้นที่ให้แสดงออก ทำในสิ่งที่ต้องการ ปล่อยให้ทุกคนได้เดินอย่างภาคภูมิใจและเป็นธรรมชาติ
เป็นปีแรกที่ทำให้เราลุกขึ้นมาทำเรื่องนี้ต่อเนื่อง และอีกอย่างมีสมรสเท่าเทียมในสภาแล้วแต่ไม่ถูกพิจารณาสักที อยากจะกระตุ้นทำให้มีป้ายประท้วง เป็นปีที่ทำให้รู้ว่าสมรสเท่าเทียมเป็นของประชาชนทุกคน ไม่ใช่แค่นักกิจกรรม เราเป็นเพียงคนประสานให้ทุกคนได้มีพื้นที่ ช่องทางแสดงออกมากขึ้น ซึ่งมันพิสูจน์ว่าประชาชนมุ่งมั่น และตั้งใจกับการมารวมพลังครั้งนี้มาก
ในปีถัดๆไปเราไม่กดดันเลย เรายังเชื่อว่าประชาชนจะมาเดิน จะมีการเดินขบวนแบบนี้เรื่อยๆ ประตูมันเปิดแล้ว แต่เราแค่กังวลมากขึ้นเรื่องความปลอดภัยต่างๆ ของผู้คนและพื้นที่ ใครอยากรู้ประสบการณ์ไพรด์ต้องลองอยู่ใต้ธงรุ้งสักครั้ง จะเข้าใจว่าเสรีภาพใต้ธงรุ้งเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่สำคัญมากๆ
อยากให้สังคมเปลี่ยนแปลง
แน่นอนว่าในระยะยาวเราต้องการให้สังคมมีความเป็นธรรมทางเพศ ไม่ใช่แค่เท่าเทียมนะแต่ความยุติธรรม ซึ่งนี่แหละเป็นการเดินทางไกลที่อยู่ในหัวใจพวกเรา ก็จะมีการทำระยะกลางต่างๆ ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเจ้าภาพ world pride ที่จะจัดขึ้นในปี 2030 การที่จะขอเป็นเจ้าภาพ
แต่ระหว่างการทำงานก็มีตัวกฎหมายที่ช่วยผลักดัน เหลืออีกประมาณ2ฉบับ คือ พ.ร.บ. ปราบปรามการค้าประเวณี ซึ่งยังเอาผิด sex work อยู่ รอเวลาให้สังคมเข้าใจ และ พ.ร.บ. รับรองเพศสภาพ เพื่อจะให้เปลี่ยนคำนำหน้านามได้ แก้และระบุอัตลักษณ์ทางเพศของตัวเองอย่างเป็นทางการได้ เพื่อที่จะได้รับสวัสดิการ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์คืนกลับมา
รางวัล BBC 100 Women 2024
สำหรับรางวัลที่ได้มาก็รู้สึกเขินๆ ซึ่งความภาคภูมิใจมันก็มีและปฏิเสธไม่ได้ เขินประมาณว่ามันไม่ควรเป็นคนเดียวที่ได้ ก็แอบรู้สึกผิดอยู่นิดๆ แต่ก็ต้องยืนยันในสาธารณะว่ารางวัลเป็นรางวัลที่เกิดขึ้นมาได้ เพราะการทำงานร่วมของผู้คนจำนวนมาก ขอมอบให้กับคนที่ร่วมแรงร่วมใจกันในครั้งนี้ และอยากจะสะท้อนให้เห็นถึงรางวัลนี้ว่า อันแรก การที่ BBC ให้การยอมรับหลังประเด็นสมรสเท่าเทียมผ่าน ซึ่งการยอมรับนั้นนับโดยเฟมินิสต์ อันนี้แหละน่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับประเทศอื่นๆ
ถ้าใครได้เข้าไปอ่านจะเห็นได้ว่าการยกย่องและให้ความสำคัญกับผู้หญิงที่เปลี่ยนแปลงโลกทั้งหมดนี้ มาจากคนที่โดนความรุนแรง คนที่โดนปลดแอก ถูกจับกุมทั้งนั้น ไม่มีการยกย่องว่าคุณเป็นผู้หญิงที่ร่ำรวย มีอิทธิพลอื่นๆ เลยก็อยากฝากให้ทุกคนไปอ่านประวัติของผู้หญิงเหล่านี้ ว่าทั่วโลกมีการเสียสละมากน้อยแค่ไหนในการทำงาน