โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์” ของบัฟเฟตต์ ถือเงินสดสูงถึง 3 แสนล้านดอลล์ใน Q3 หลังขายหุ้นเพิ่ม-หยุดซื้อคืนหุ้น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 พ.ย. 2567 เวลา 11.41 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2567 เวลา 04.41 น.

"เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์" ของบัฟเฟตต์ ถือเงินสดแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3 แสนล้านดอลล์ใน Q3 หลังขายหุ้นเพิ่มอย่างต่อเนื่องและชะลอการซื้อหุ้นคืน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า บริษัท เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ (Berkshire Hathaway) ของ นายวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) ยังคงขายหุ้นอย่างต่อเนื่องและชะลอการซื้อหุ้นคืน ทำให้บริษัทมีเงินสดจำนวนสูงถึง 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสที่ 3

บริษัทเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ มีเงินสดเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 325,200 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนกันยายน เพิ่มขึ้นจาก 276,900 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 2 โดยงินสดจำนวนมหาศาลยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ Oracle of Omaha ขายหุ้นส่วนใหญ่ที่เขาถือครองอยู่ ซึ่งก็คือ Apple และ Bank of America

โดยบริษัทเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ได้ขายหุ้น Apple จำนวน 1 ใน 4 ในไตรมาสที่ 3 ทำให้เป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกันที่ได้ลดขนาดการลงทุนนี้ลง ในขณะเดียวกันตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม บริษัทได้รับกำไรมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์จากการขายหุ้น Bank of America ที่มีมาอย่างยาวนาน

นอกจากนี้ บริษัทเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ไม่ได้ซื้อหุ้นของบริษัทใดๆ เลยในช่วงเวลาดังกล่าวท่ามกลางการเทขายหุ้นจำนวนมาก กิจกรรมการซื้อหุ้นคืนได้ชะลอตัวลงแล้วในช่วงต้นปี เนื่องจากหุ้นของ บริษัท เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ทำผลงานได้ดีกว่าตลาดโดยรวมจนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

กลุ่มบริษัทได้ซื้อหุ้นคืนเพียง 345 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 2 ซึ่งต่ำกว่าการซื้อคืนหุ้นมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ใน 2 ไตรมาสก่อนหน้าอย่างมาก บริษัทระบุว่าจะซื้อหุ้นคืนเมื่อบัฟเฟตต์เชื่อว่าราคาซื้อคืนหุ้นต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของบริษัท ซึ่งกำหนดไว้อย่างระมัดระวัง

ทั้งนี้หุ้นคลาส A ของบริษัทเพิ่มขึ้น 25% ในปีนี้ แซงหน้าผลตอบแทน 20.1% ของ S&P 500 ในปีนี้ กลุ่มบริษัทนี้ทะลุหลัก 1 ล้านล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 3 เมื่อทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สำหรับไตรมาสที่ 3 กำไรจากการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งรวมกำไรจากธุรกิจที่บริษัทเป็นเจ้าของทั้งหมด มีมูลค่ารวม 10,100 ล้านดอลลาร์ ลดลงประมาณ 6% จากปีก่อน เนื่องมาจากการรับประกันภัยที่อ่อนแอ ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้เล็กน้อย ตามความเห็นพ้องของ FactSet

ทั้งนี้ท่าทีอนุรักษ์นิยมของบัฟเฟตต์เกิดขึ้นในขณะที่ตลาดหุ้นพุ่งสูงขึ้นในปีนี้จากการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะปรับตัวลงอย่างราบรื่นเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อลดลงและธนาคารกลางสหรัฐยังคงปรับลดอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามอัตราดอกเบี้ยยังไม่ปรับตัวขึ้นมากนักเมื่อไม่นานนี้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นเหนือ 4% อีกครั้งในเดือนที่แล้ว

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...