“เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์” ของบัฟเฟตต์ ถือเงินสดสูงถึง 3 แสนล้านดอลล์ใน Q3 หลังขายหุ้นเพิ่ม-หยุดซื้อคืนหุ้น
"เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์" ของบัฟเฟตต์ ถือเงินสดแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3 แสนล้านดอลล์ใน Q3 หลังขายหุ้นเพิ่มอย่างต่อเนื่องและชะลอการซื้อหุ้นคืน
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า บริษัท เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ (Berkshire Hathaway) ของ นายวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) ยังคงขายหุ้นอย่างต่อเนื่องและชะลอการซื้อหุ้นคืน ทำให้บริษัทมีเงินสดจำนวนสูงถึง 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสที่ 3
บริษัทเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ มีเงินสดเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 325,200 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนกันยายน เพิ่มขึ้นจาก 276,900 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 2 โดยงินสดจำนวนมหาศาลยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ Oracle of Omaha ขายหุ้นส่วนใหญ่ที่เขาถือครองอยู่ ซึ่งก็คือ Apple และ Bank of America
โดยบริษัทเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ได้ขายหุ้น Apple จำนวน 1 ใน 4 ในไตรมาสที่ 3 ทำให้เป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกันที่ได้ลดขนาดการลงทุนนี้ลง ในขณะเดียวกันตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม บริษัทได้รับกำไรมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์จากการขายหุ้น Bank of America ที่มีมาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ บริษัทเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ไม่ได้ซื้อหุ้นของบริษัทใดๆ เลยในช่วงเวลาดังกล่าวท่ามกลางการเทขายหุ้นจำนวนมาก กิจกรรมการซื้อหุ้นคืนได้ชะลอตัวลงแล้วในช่วงต้นปี เนื่องจากหุ้นของ บริษัท เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ทำผลงานได้ดีกว่าตลาดโดยรวมจนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
กลุ่มบริษัทได้ซื้อหุ้นคืนเพียง 345 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 2 ซึ่งต่ำกว่าการซื้อคืนหุ้นมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ใน 2 ไตรมาสก่อนหน้าอย่างมาก บริษัทระบุว่าจะซื้อหุ้นคืนเมื่อบัฟเฟตต์เชื่อว่าราคาซื้อคืนหุ้นต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของบริษัท ซึ่งกำหนดไว้อย่างระมัดระวัง
ทั้งนี้หุ้นคลาส A ของบริษัทเพิ่มขึ้น 25% ในปีนี้ แซงหน้าผลตอบแทน 20.1% ของ S&P 500 ในปีนี้ กลุ่มบริษัทนี้ทะลุหลัก 1 ล้านล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 3 เมื่อทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
สำหรับไตรมาสที่ 3 กำไรจากการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งรวมกำไรจากธุรกิจที่บริษัทเป็นเจ้าของทั้งหมด มีมูลค่ารวม 10,100 ล้านดอลลาร์ ลดลงประมาณ 6% จากปีก่อน เนื่องมาจากการรับประกันภัยที่อ่อนแอ ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้เล็กน้อย ตามความเห็นพ้องของ FactSet
ทั้งนี้ท่าทีอนุรักษ์นิยมของบัฟเฟตต์เกิดขึ้นในขณะที่ตลาดหุ้นพุ่งสูงขึ้นในปีนี้จากการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะปรับตัวลงอย่างราบรื่นเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อลดลงและธนาคารกลางสหรัฐยังคงปรับลดอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามอัตราดอกเบี้ยยังไม่ปรับตัวขึ้นมากนักเมื่อไม่นานนี้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นเหนือ 4% อีกครั้งในเดือนที่แล้ว
อ้างอิง : cnbc.com