โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ไมเนอร์ โฮเทลส์’ ตั้งเป้าอีก 2 ปีเป็นหนึ่งในเจ้าตลาดเครือโรงแรมใหญ่สุดของโลก เน้นตลาดลักชูรี่ และพรีเมียม

TODAY Bizview

อัพเดต 25 ม.ค. 2568 เวลา 15.55 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. 2568 เวลา 08.53 น. • workpointTODAY

ในยุคที่กำลังซื้อผู้บริโภคในประเทศไทยยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่น่าจะพอพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวได้อยู่บ้าง โดยรัฐบาลเน้นออกมาตรการสนับสนุนการใช้จ่ายของประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งยังตั้งเป้ากระตุ้นรายได้จากการท่องเที่ยวแตะ 3 ล้านล้านบาท ท่ามกลางการเติบโตราว 7.5%ในปี 2025

หลายปัจจัยทำให้ ‘ไมเนอร์ โฮเทลส์’ (Minor Hotels) บริษัทผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรมระดับโลก ยังเชื่อมั่นเตรียมเดินหน้าตามแผนเปิดตัวโรงแรมใหม่กว่า 300 แห่งภายใน 3 ปี เพื่อรักษาเป้าหมายใหญ่ก็คือ ต้องการเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ที่เป็นบริษัทเครือโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก

โดยคาดหวังว่า โรงแรมใหม่ที่เปิดตัวอีกประมาณ 300 แห่งนั้นจะช่วยให้พอร์ตธุรกิจโรงแรมของบริษัทมีจำนวนเพิ่มมากถึง 850 แห่ง ภายในปี 2027

[ โฟกัสกลุ่มลูกค้าในตลาดหรู และพรีเมียม ]

กลยุทธ์การเติบโตเชิงรุกของบริษัทจะเน้นที่การกระจายธุรกิจสู่ทั่วโลกมากขึ้นหลังจากนี้ จากปัจจุบันที่ ไมเนอร์ โฮเทลส์ มีโรงแรมและรีสอร์ทมากกว่า 560 แห่งทั่วโลก คิดเป็นห้องพักกว่า 81,000 ห้อง

โดยในจำนวนโรงแรมใหม่ที่จะเปิดตัวกว่า 285 แห่ง และห้องพักกว่า 47,000 ห้อง ในอีก 3 ปีข้างหน้า มาจากกลยุทธ์นี้ ซึ่งไมเนอร์ฯ ตั้งใจจะขยายการเปิดตัวโรงแรมและรีสอร์ทในอีกหลายประเทศที่ยังมีศักยภาพ จากที่ปัจจุบันเครือไมเนอร์มากกว่า 50% ตั้งอยู่ในยุโรปเป็นส่วนใหญ่

ตลอดทั้งปีนี้ และในอีก 3 ปีข้างหน้า ไมเนอร์ โฮเทลส์ จะเพิ่มโรงแรมใหม่กว่า 100 แห่งในเอเชีย, มากกว่า 60 แห่งในตะวันออกกลางและแอฟริกา และอีกกว่า 40 แห่งในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

แต่ในแผนการขยายดังกลล่าวก็ยังไม่ทิ้งตลาดอื่นๆ ที่สำคัญ อย่างเช่น

-อเมริกาเหนือ

-เอเชียเหนือ

-โมร็อกโก

-อียิปต์

-ตุรกี

-อินเดีย

สิ่งที่ไมเนอร์ โฮเทลส์ จะเน้นย้ำในระหว่างการดำเนินตามแผนก็คือ การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำ โดยตลอดทั้ง 3 ปีนี้จะโฟกัสไปที่ ‘ตลาดระดับลักชูรี่และพรีเมียม’ เพราะมองว่ายังเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ และมีดีมานด์อยู่อย่างน่าสนใจ

ซึ่ง 1 ใน 3 ของโครงการที่จะเกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเป็นโรงแรมใหม่ในกลุ่ม ‘ลักชูรี่แบรนด์’ ทั้งหมด ได้แก่

-อนันตรา (Anantara)

-ทิโวลี (Tivoli)

-เอเลวาน่า คอลเลคชั่น (Elewana Collection)

ส่วนในกลุ่ม ‘พรีเมียมแบรนด์’ ที่ไมเนอร์ โฮเทลส์ จะโฟกัสตลอด 3 ปีนี้ก็คือ

–เอ็นเอช คอลเลคชั่น (NH Collection)

-อวานี (Avani)

-นาว (nhow)

‘มร. ดิลิป ราชากาเรีย’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมเนอร์ โฮเทลส์ ได้กล่าวว่า “ยังคงขับเคลื่อนการเติบโตเชิงกลยุทธ์ในภูมิภาคต่าง ๆ และมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การบริการรูปแบบใหม่ ซึ่งจะสร้างมูลค่าให้กับเจ้าของโรงแรมและพันธมิตรของเรา นอกจากนี้การต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการบริการระดับลักชูรี่ การพัฒนาโครงสร้างแบรนด์ กลยุทธ์การบริหารสินทรัพย์ Asset Right และการขยายโครงการที่พักอาศัยแบบเรสซิเดนซ์ ถือเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนแผนธุรกิจเชิงรุกที่จะพาเราก้าวสู่ความสำเร็จในอนาคตอันใกล้”

[ สรุปแผนเปิดโครงการใหม่ 2025 ]

-เดือนกุมภาพันธ์ – โรงแรมทิโวลี คอปเก ปอร์โต ไกอา(Tivoli Kopke Porto Gaia Hotel): โรงแรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตั้งอยู่บนเนินเขาไกอา ประเทศโปรตุเกส ภายในพอร์ตไวน์เก่าแก่ มอบประสบการณ์การพักผ่อนท่ามกลางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า

-ไตรมาส 2 – นาว โรม(nhow Rome): โรงแรมแห่งที่ 10 ภายใต้แบรนด์ นาว แบรนด์โรงแรมดีไซน์ล้ำสมัย ช่วยยกระดับพอร์ตโฟลิโอไลฟ์สไตล์ของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ในยุโรป

-ไตรมาส 3 – อวานีพลัส บาร์บารอน เซเชลส์ รีสอร์ท(Avani+ Barbarons Seychelles Resort) : การปรับปรุงใหม่ครั้งใหญ่จะทำให้ที่พักแห่งนี้กลายเป็นรีสอร์ทเรือธงของแบรนด์อวานี ในมหาสมุทรอินเดีย

-ไตรมาส 3 – อนันตรา คาฟิว ริเวอร์ แซมเบีย เต็นท์ แคมป์(Anantara Kafue River Zambia Tented Camp): การเปิดตัวที่พักแบบเต็นท์แคมป์สุดหรูครั้งแรกของอนันตรา นำเสนอประสบการณ์ซาฟารีสุดพิเศษให้กับแขกในบรรยากาศธรรมชาติอันตระการตา

-ไตรมาส 4 – เอ็นเอช คอลเลคชั่น มัลดีฟส์ รีธิ รีสอร์ท (NH Collection Maldives Reethi Resort): รีสอร์ทที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในมัลดีฟส์จะเปิดให้บริการอีกครั้งด้วยรูปลักษณ์ใหม่ หลังจากการปิดปรับปรุงกว่า 6 เดือน นับเป็นโรงแรมเรือธงแห่งที่ 2 ของเอ็นเอช คอลเลกชั่น บนหมู่เกาะแห่งนี้

สำหรับแนวทางที่ไมเนอร์ โฮเทลส์ ใช้กลยุทธ์ที่เพื่อขยายธุรกิจ กลยุทธ์สำคัญก็คือ‘asset-right’ ที่เป็นหัวใจหลัก โดยจะสร้างสมดุลระหว่างการเป็นเจ้าของ, การเช่า, การบริหารจัดการ และการขายเป็นแฟรนไชส์ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...