อิหร่าน VS อิสราเอล : ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ รบต่อหรือพอแค่นี้ จับตาหลังเลือกตั้งสหรัฐ
จากกรณีที่อิสราเอลส่งเครื่องบินรบโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านเมื่อเช้ามืดของวันที่ 26 ตุลาคม 2024 เป็นการตอบโต้ที่อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ตอนนี้ในอิหร่านกำลังถกเถียงกันว่าจะตอบสนองต่อการโจมตีของอิสราเอลอย่างไร จะตอบโต้กลับอีกจนเกิดสงครามเต็มรูปแบบ หรือจะถือว่าอิสราเอลแค่เอาคืนแล้วจบรอบนี้กันเพียงเท่านี้ ขณะที่ทั่วโลกจับตามองด้วยความกังวลว่าสงครามจะขยายวงจนถึงขั้นสหรัฐเข้าร่วมด้วยหรือไม่
ในวันที่ 27 ตุลาคม หนึ่งวันหลังจากโดนโจมตี ทางรัฐบาลอิหร่านกล่าวว่า การโจมตีของอิสราเอลสร้างความเสียหายให้แก่อิหร่านอยู่ในวงจำกัดเท่านั้น ซึ่งเป็นท่าทีเหมือนพยายามส่งสัญญาณว่าจะไม่ตอบโต้ในเร็ววันนี้
ถึงแม้ว่ารัฐบาลอิหร่านบอกว่าการโจมตีของอิสราเอลไม่ได้สร้างความเสียหายมาก แต่กลุ่มสมาชิกสายแข็งในรัฐสภาอิหร่านยืนกรานว่า การโจมตีของอิสราเอลได้ละเมิดขอบเขตอำนาจของอิหร่านและจำเป็นต้องมีการตอบโต้อย่างรวดเร็ว
ตามการวิเคราะห์ของ แพทริก วินทัวร์ (Patrick Wintour) บรรณาธิการข่าวการทูตของ เดอะ การ์เดียน (The Guardian) การตัดสินใจว่าจะตอบสนองต่อการโจมตีของอิสราเอลอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับว่าอิหร่านจะมองว่า การที่อิสราเอลละเมิดอำนาจอธิปไตยของชาติอิหร่านนั้นเป็นเรื่องร้ายแรงเกินกว่าจะเพิกเฉยได้ หรืออิหร่านจะรับฟังคำแนะนำจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคและสหรัฐที่แนะให้อิหร่านยอมรับว่าการโจมตีดังกล่าวมีขอบเขตจำกัด และให้อิหร่านถอยห่างจากจุดวิกฤตโดยการเลือกที่จะไม่ตอบโต้ ซึ่งชนชั้นนำทางการเมืองอิหร่านจะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างแรงกดดันทางการเมือง การทูต และการทหารที่ขัดแย้งกัน
อิหร่านพยายามเลี่ยง อาจยังไม่กล้าแลก ?
คำกล่าวของฝั่งอิหร่านที่ว่าการโจมตีของอิสราเอลสร้างความเสียหายในวงจำกัดนั้นขัดแย้งกันกับคำพูดของฝั่งรัฐบาลอิสราเอลที่ว่าสร้างความเสียหายให้อิหร่านอย่างมาก ดังที่นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) ของอิสราเอลได้ยกย่องภารกิจครั้งนี้ว่า เป็นการโจมตีที่แม่นยำ ทรงพลัง และ “สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อศักยภาพด้านการป้องกันประเทศและความสามารถในการผลิตขีปนาวุธที่จะยิงใส่เรา”
ผู้เชี่ยวชาญ-นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่า การที่รัฐบาลอิหร่านบอกว่าการโจมตีของอิสราเอลไม่ได้สร้างผลกระทบที่รุนแรงนั้นเป็น “ความพยายามหาทางออก” ของอิหร่านที่จะไม่เข้าสู่สงครามอย่างเต็มรูปแบบ
โจนาธาน ปานิคอฟ (Jonathan Panikoff) ผู้อำนวยการโครงการริเริ่มความปลอดภัยตะวันออกกลางสโคครอฟต์ (Scowcroft Middle East Security Initiative) ของแอตแลนติก เคาน์ซิล (Atlantic Council) องค์กรคลังสมองในสหรัฐซึ่งเน้นทำงานด้านกิจการระหว่างประเทศ วิเคราะห์ว่า มีความเป็นไปได้แน่นอนที่อิสราเอลจะสามารถโจมตีอิหร่านได้รุนแรงขึ้นกว่าเดิมมาก และอาจทำลายล้างได้มากขึ้นด้วย รวมทั้งโจมตีฐานนิวเคลียร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน และอาจจะทำเช่นนั้นต่อไปหากความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น แต่การที่อิสราเอลจะลดภัยคุกคามจากอิหร่านได้อย่างแท้จริงนั้น จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่สอดประสานกันอย่างแน่นหนาในระยะยาว ไม่ใช่เพียงการโจมตีครั้งเดียว
ปานิคอฟ ซึ่งเป็นอดีตอดีตรองเจ้าหน้าที่ข่าวกรองแห่งชาติประจำตะวันออกใกล้ของสภาข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐ (National Intelligence Council : NIC) มองว่า อิหร่านอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ แม้ว่าอิหร่านก็มีแรงจูงใจที่จะเอาจริง ไม่ปล่อยให้คำพูดของตนเป็นเพียงคำขู่ แต่การเลือกเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบเป็นทางเลือกที่ไม่สมเหตุสมผล
“ยังคงมีความเป็นไปได้อย่างมากที่จะเกิดการคำนวณผิดพลาดหรือความผิดพลาดที่อาจนำไปสู่สงครามในวงกว้างขึ้น แต่การโจมตีของอิสราเอลซึ่งอาจดำเนินต่อไปในรูปแบบที่แตกต่างกันนั้นได้รับการคำนวณและกำหนดเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนแล้ว ซึ่งผลกระทบอาจรุนแรง
“แต่หากเจ้าหน้าที่อิหร่านไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากนัก และรายงานที่อ้างว่าสามารถตอบโต้การโจมตีได้สำเร็จ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะถือนี่เป็นสัญญาณว่าอิหร่านกำลังมองหาทางออก [ที่จะไม่ตอบโต้อีก] แม้ว่าจะอ้างว่าไม่ใช่อย่างนั้นก็ตาม อิหร่านอาจผิดหวังที่ความสามารถในการป้องปรามอิสราเอลลดน้อยลง แต่ไม่น่าจะกล้าเสี่ยงที่จะพยายามฟื้นฟูศักยภาพดังกล่าว” ปานิคอฟวิเคราะห์
ยังไม่จบแน่ จับตาหลังเลือกตั้งสหรัฐ
ในเวลาเดียวกันและสถานการณ์เดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญ-นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่า การโจมตีอิหร่านของอิสราเอลในวันเสาร์ที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา อาจปูทางให้เกิดการโจมตีอีกครั้ง โดยคาดว่าอาจเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งการโจมคีครั้งต่อไปอาจมุ่งเป้าไปที่โครงการนิวเคลียร์หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของอิหร่าน
ตามการรายงานของบลูมเบิร์ก (Bloomberg) เมียร์ จาเวดานฟาร์ (Meir Javedanfar) อาจารย์ด้านอิหร่านศึกษาจากมหาวิทยาลัยไรช์แมน (Reichman University) ในประเทศอิหร่านวิเคราะห์ว่า การที่กองทัพอิสราเอลสามารถทำลายระบบเรดาร์ต่อต้านอากาศยานของอิหร่านได้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์
“การกระทำดังกล่าวทำให้อิสราเอลสามารถเปิดประตูไปสู่การโจมตีในอนาคตได้ นั่นหมายความว่าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะถูกอิสราเอลหรือสหรัฐโจมตีในอนาคต”
ชาลอม ลิปเนอร์ (Shalom Lipner) นักวิจัยอาวุโสประจำโครงการริเริ่มความปลอดภัยตะวันออกกลางสโคครอฟต์ (Scowcroft Middle East Security Initiative) ของแอตแลนติก เคาน์ซิล ซึ่งเคยทำงานด้านนโยบายต่างประเทศและการทูตสาธารณะในสำนักนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลถึง 7 สมัย วิเคราะห์ว่า แม้ว่าการโจมตีครั้งล่าสุดอาจถูกยับยั้งไว้แล้ว แต่ค่อนข้างมั่นใจว่านี่จะไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการสู้รบระหว่างอิหร่านและอิสราเอล
“การโจมตีฐานทัพอิหร่านของกองทัพอากาศอิสราเอลในวันที่ 26 ตุลาคม เป็นการบรรลุจุดสุดยอดของการวางแผนอย่างเข้มข้นเป็นเวลาสามสัปดาห์และความล่าช้าในการปฏิบัติภารกิจ
“การเลือกเป้าหมายของการโจมตีนั้นถูกกำหนดไว้อย่างแม่นยำเพื่อที่จะบรรลุวัตถุประสงค์หลายอย่างพร้อมกัน ทั้งการทำลายระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศของอิหร่าน ทำให้อิหร่านเสี่ยงต่อการโจมตีครั้งนี้และในอนาคตด้วย การลดศักยภาพการผลิตอาวุธที่อิหร่านใช้ในการโจมตีอิสราเอล และการทำให้อิหร่านยังอยู่ภายใต้ความเสี่ยงการยกระดับความรุนแรง ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนหากอิสราเอลหันไปยิงถล่มโรงงานนิวเคลียร์หรือโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ของอิหร่านแทน”
ลิปเนอร์วิเคราะห์อีกว่า สถานการณ์ระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลจะรุนแรงขึ้นหรือเบาบางลงนั้น ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐในตะวันออกกลางมีส่วนกำหนดสถานการณ์ เพราะรัฐบาลเนทันยาฮูตั้งใจประสานการเคลื่อนไหวกับสหรัฐ เนื่องจากอิสราเอลต้องการการสนับสนุนจากสหรัฐ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวก็ดูเหมือนจะได้ผลดี เห็นได้จากที่ทำเนียบขาวประกาศว่าการโจมตีของอิสราเอลเป็น “การป้องกันตนเองอย่างได้สัดส่วนต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลที่ไร้ความปราณีและไร้ความรอบคอบ [ที่อิหร่านโจมตีอิสราเอล] ซึ่งแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์” และสหรัฐยังให้คำมั่นว่าจะปกป้องอิสราเอลหากอิหร่านตอบโต้อีก
“ถึงแม้ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐจะแสดงความปรารถนาให้เหตุการณ์ในสุดสัปดาห์นี้จะเป็น ‘จุดจบ’ ของความรุนแรง แต่ก็ยากที่จะจินตนาการถึงจุดสิ้นสุดของความขัดแย้งดังกล่าวได้ตราบใดที่อิหร่านยังคงพยายามสร้างอาวุธนิวเคลียร์และคุกคามที่จะทำลายอิสราเอล” ลิปเนอร์ อดีตผู้ทำงานด้านนโยบายต่างประเทศในสำนักนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลวิเคราะห์
อ้างอิง :
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อิหร่าน VS อิสราเอล : ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ รบต่อหรือพอแค่นี้ จับตาหลังเลือกตั้งสหรัฐ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net