เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสตอน 22 ไทยควรเปลี่ยนจาก OEM สู่ ODM และ OBM
The Bangkok Insight
อัพเดต 10 ต.ค. 2567 เวลา 01.56 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2567 เวลา 01.55 น. • The Bangkok Insightประเทศไทยต้องเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสตอน 22 ประเทศไทยควรเปลี่ยน OEM สู่ ODM และ OBM เพื่อปลดล็อคกับดักรายได้ปานกลาง
การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่รัฐบาลใช้เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตและหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง (Middle income trap) ซึ่งยังคงเป็นความท้าทายที่ประเทศต้องเผชิญ
การปรับนโยบายจากการเป็นผู้ผลิตแบบ Original Equipment Manufacturing (OEM) ไปสู่การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมในระดับที่สูงขึ้น เช่น Original Design Manufacturing (ODM) และ Original Brand Manufacturing (OBM) ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงประเทศจากฐานะผู้ผลิตสินค้าปานกลางไปสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง (High income country)
การเริ่มต้นที่ถูกต้อง: การวางรากฐานสำหรับการเปลี่ยนแปลง
เพื่อเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงจากการเป็นผู้ผลิตแบบ OEM สู่ ODM และ OBM ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างรากฐานที่มั่นคงในด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการพัฒนาทักษะของบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของประเทศ นอกจากนี้ การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การพัฒนานี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
รัฐบาลไทยควรให้ความสำคัญกับการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยผ่านการให้ทุนสนับสนุนและการสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันระหว่างอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการวิจัยและพัฒนา เช่น การจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมและการให้สิทธิพิเศษด้านภาษีสำหรับบริษัทที่ลงทุนใน R&D ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่รัฐบาลสามารถดำเนินการได้เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงนี้
การเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น: จากผู้ผลิตสู่ผู้ออกแบบและผู้สร้างแบรนด์
เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงจาก OEM สู่ ODM และ OBM เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาและส่งเสริมความสามารถในการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) และการสร้างแบรนด์ (Branding) ของตนเอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก การเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย การสร้างความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการค้าโลก และการพัฒนาทักษะด้านการตลาดระหว่างประเทศก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยสามารถก้าวเข้าสู่ตลาดในระดับโลกได้
นอกจากนั้น การส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศในสาขาเทคโนโลยีที่สำคัญ การสนับสนุนการร่วมทุนระหว่างประเทศ และการสร้างเครือข่ายการผลิตระดับภูมิภาคที่แข็งแกร่ง จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถดึงดูดนักลงทุนและบริษัทต่างชาติให้มาร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ ODM และ OBM ได้ ซึ่งจะช่วยให้ประเทศสามารถพัฒนาความสามารถในการผลิตและการออกแบบได้อย่างครบวงจร
เลือกอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
เพื่อให้การปรับนโยบายจาก OEM สู่ ODM และ OBM เป็นไปได้อย่างราบรื่น รัฐบาลไทยจำเป็นต้องเริ่มต้นจากอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะใน 3 อุตสาหกรรมหลักที่มีความสำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
1. อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
การพัฒนาและเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงจากการเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบหรือสินค้าขั้นพื้นฐานไปสู่การเป็นผู้นำด้านการออกแบบ การสร้างแบรนด์ และการวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นการแปรรูปสินค้าเกษตรพื้นฐานให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง การนำเสนออาหารเพื่อสุขภาพและความยั่งยืน และการตอบสนองต่อความมั่นคงด้านอาหารในตลาดโลก
นอกจากนี้ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต เช่น เนื้อสัตว์ที่ทำจากพืชหรือผลิตภัณฑ์จากแมลง จะช่วยให้ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง การสนับสนุนจากภาครัฐและความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนในด้านนวัตกรรม จะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพและมูลค่าสูงในตลาดโลก รวมไปถึงการต่อยอดจากแคมเปญ ครัวไทยสู่ครัวโลก โดยการพัฒนาและส่งเสริมอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในระดับสากลมากขึ้น ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความต่อเนื่องและยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมนี้
2. อุตสาหกรรมยานยนต์
ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญในภูมิภาค เพื่อให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยียานยนต์อนาคต เช่น ระบบขับขี่อัตโนมัติและการเชื่อมต่อในยานยนต์ ประเทศจำเป็นต้องมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างชิ้นส่วนที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น แบตเตอรี่ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า และระบบจัดการพลังงาน การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และการสนับสนุนจากภาครัฐ รวมไปถึงการพัฒนาความสามารถในการออกแบบและการผลิตยานยนต์ภายใต้แบรนด์ของไทยเองจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
3. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
การพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทยให้ก้าวหน้าไปสู่การเป็นผู้นำระดับโลกจำเป็นต้องมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รุ่นใหม่ SSD ที่รองรับการประมวลผลข้อมูลความเร็วสูง และเซ็นเซอร์ที่รองรับเทคโนโลยีล้ำยุคอย่าง IoT, 5G, และ AI
การลงทุนในเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถผลิตชิ้นส่วนที่เป็นหัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีในอนาคต อาทิ สมาร์ทโฟน อุปกรณ์สวมใส่ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ นอกจากนี้ การพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เน้นเทคโนโลยีสีเขียวและประหยัดพลังงานจะช่วยตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และสร้างความแตกต่างในตลาดโลก
บทบาทของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
รัฐบาลไทยมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ โดยต้องดำเนินการปฏิรูปนโยบายและการบริหารจัดการเพื่อสนับสนุนการพัฒนาในทิศทางที่ถูกต้อง หนึ่งในวิธีที่รัฐบาลสามารถทำได้คือการปรับปรุงกฎระเบียบและนโยบายที่ส่งเสริมการลงทุนใน R&D และการสร้างสรรค์นวัตกรรม นอกจากนี้ การส่งเสริมการศึกษาและการฝึกอบรมในด้านการออกแบบและการสร้างแบรนด์ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่รัฐบาลควรให้การสนับสนุน
การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน การสร้างเครือข่ายพันธมิตรระดับนานาชาติ และการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาอุตสาหกรรมก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่รัฐบาลสามารถนำมาใช้เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงจาก OEM สู่ ODM และ OBM ให้ประสบความสำเร็จ
การเปลี่ยนแปลงที่นำสู่อนาคต
การปรับนโยบายอุตสาหกรรมจาก OEM สู่ ODM และ OBM เป็นความท้าทายที่ประเทศไทยต้องเผชิญเพื่อก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางและพัฒนาประเทศไปสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง การดำเนินการในทิศทางนี้จำเป็นต้องมีการวางรากฐานที่มั่นคง การสนับสนุนจากรัฐบาล การพัฒนาทักษะของบุคลากร และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีบทบาทในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงนี้ให้เป็นจริงและยั่งยืน
บทความโดย ธนกร สังขรัตน์ กรรมการผู้จัดการ Fabulous Pillar Co., Ltd. (Myanmar)
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสตอน 21 กุญแจความสำเร็จ เกาหลีใต้ หลุดพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง
- เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสตอน 20 เกาหลีใต้: จาก OEM สู่ OBM ผ่านนวัตกรรมและคุณภาพ
- เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสตอน 19 'KOTRA' หัวรถจักรขับเคลื่อนเกาหลีใต้สู่ตลาดโลก
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg