อสังหาริมทรัพย์ไทยเจอขาลง คนไทยไร้กำลังซื้อ สวนทางต่างชาติ
Reporter Journey
อัพเดต 12 ก.ค. 2567 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2567 เวลา 03.43 น. • Reporter Journeyคนไทยหนี้ท่วมหัวทุกด้าน จนลง ไร้กำลังซื้อ ขอสินเชื่อยากแบงก์ไม่ปล่อยกู้ กระทบวงการอสังหาฯ เพราะขายคนไทยลำบาก สวนทางกับลูกค้าต่างชาติที่ยอดโอนคอนโดฯ พุ่งเป็นประวัติการณ์ โดยจีนนำเป็นอันดับ 1 ครองสัดส่วน 42% ตามด้วยเมียนมา และรัสเซีย
สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ด้านที่อยู่อาศัยในไตรมาสแรกของปี 2567
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โดย ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคาร และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย สรุปได้ดังนี้
.
-ไตรมาสแรกของปี 2567 พบการ ‘ชะลอตัวอย่างมาก’ ในด้านอุปสงค์
-จำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศ ‘ขยายตัวลดลง’ 13.8%
-จำนวนเงินสินเชื่อปล่อยใหม่ ‘ขยายตัวลดลง’ 20.5%
-ที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่ ‘ลดลง’ 38.5%
-หลังจากรัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาฯ จะส่งผลดีในช่วง ‘ครึ่งปีหลัง’
.
เมื่อมองที่อยู่อาศัยผ่านระดับราคา จะพบ ‘หน่วยการโอนกรรมสิทธิ์’ ที่ลดลงต่างกันดังนี้
-ที่อยู่อาศัยกลุ่มราคา 5.01 - 7.50 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 20
-ที่อยู่อาศัยกลุ่มราคา 3.01 – 5.00 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 18.2
-ที่อยู่อาศัยกลุ่มราคา 2.01 - 3.00 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 18
-ที่อยู่อาศัยกลุ่มราคา 1.51 - 2.00 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 19.8
.
ในขณะที่อสังหาริมทรัพย์ประเภท บ้านเดี่ยว, ทาวน์เฮ้าส์, ทาวน์โฮม, บ้านแฝด (ที่อยู่อาศัยแนวราบ) เป็นดังนี้
-ที่อยู่อาศัยแนวราบกลุ่มราคา 3.01 – 5.00 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 20.2
-ที่อยู่อาศัยแนวราบกลุ่มราคา 2.01 - 3.00 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 26.5
-ที่อยู่อาศัยแนวราบกลุ่มราคา 1.51 - 2.00 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 30.2
.
จากตัวเลขทางสถิติที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์เปิดเผยมาตอนนี้จะพบว่าในไตรมาสแรกของปี 2567 ไม่ว่าจะอสังหาฯ แบบไหนก็ตามต่างเผชิญกำลังซื้อของประชาชนที่อ่อนแอลง ซึ่งเมื่อไปดูที่ดัชนีความเชื่อมั่นในการซื้อที่อยู่อาศัยในกรุงเทพ-ปริมณฑล จะพบว่ามีดัชนีระดับ 39.2 ต่ำกว่าค่ากลางที่ระดับ 50 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยมีความเชื่อมั่นในระดับเกณฑ์ต่ำ (ยิ่งต่ำกว่าค่ากลางยิ่งสะท้อนว่าคนจะซื้อยากขึ้น)
.
ตอนนี้สถานการณ์อสังหาฯ ในประเทศไทยอาจจะไม่สู้ดีนักเมื่อดูจากหลาย ๆ ตัวชี้วัด แต่ในขณะเดียวกันกลับเป็น ‘ต่างชาติ’ โดยเฉพาะ ‘ชาวจีน’ ที่ซื้อห้องชุดอย่างต่อเนื่องในไตรมาสแรกของปี
.
สถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของต่างชาติ
.
ในเวลาเดียวกันของไตรมาสแรกของปีที่กำลังซื้อของคนไทยลดลง แต่มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างชาติกลับเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3-5.2 เป็นสถิติที่มากที่สุดในตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 โดยมีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ถึง 18,013 ล้านบาท โดย 3 อันดับสัญชาติที่มีจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เป็นดังนี้
.
อันดับ 1 สัญชาติจีน มีจำนวนหน่วยโอน 1,596 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 42 ของผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่เป็นต่างชาติทั้งหมด มีมูลค่า 7,570 ล้านบาท
.
อันดับ 2 สัญชาติพม่า มีจำนวนหน่วยโอน 392 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 12 ของผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่เป็นต่างชาติทั้งหมด มีมูลค่า 2,207 ล้านบาท
.
อันดับ 3 สัญชาติรัซเซีย มีจำนวนหน่วยโอน 295 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 5 ของผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่เป็นต่างชาติทั้งหมด มีมูลค่า 924 ล้านบาท
.
ขนาดและราคาห้องชุดเฉลี่ยที่ชาวต่างชาติโอนกรรมสิทธิ์ มีขนาดเฉลี่ย 43.9 ตารางเมตร มูลค่าเฉลี่ย 4.6 ล้านบาท/หน่วย โดยจังหวัดที่มีการโอนกรรมสิทธิ์สูงสุดได้แก่ ชลบุรี กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และสมุทรปราการตามลำดับ
.
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์คาดว่าภาพรวมทั้งปี 2567 จะมีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้ามาสู่ตลาด 103,930 หน่วย มูลค่ารวม 637,906 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรรจำนวน 51,369 หน่วย และโครงการอาคารชุด 52,561 หน่วย . แต่จากสถานการณ์ไตรมาสแรกที่กำลังซื้อของคนในประเทศไทยอ่อนแอ ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยยากขึ้น ตรงนี้เองที่อาจจะต้องลุ้นจากนโยบายของภาครัฐที่จะมีต่อตลาดอสังหาฯ ในครึ่งปีหลังนี้ว่าจะสามารถฟื้นตลาดอสังหาฯ ได้มากแค่ไหน
.
เรื่อง: กฤชพนธ์ ศรีอ่วม
อ้างอิง: https://www.reic.or.th/?REICPage=1&fbclid=IwY2xjawD9iSFleHRuA2FlbQIxMAABHYB0RG7qnZkO-VuMNDLdkLELxvX1I4B0Y1FAW_q_8rWK23czzRwl7DnO_w_aem_YjANcR6m0DmE0ed9iIbiDg