โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TU อัดงบลงทุน 4 พันล้าน อัพกำไรขั้นต้นปีนี้แตะ 19.5% รับแผนคุมต้นทุนดี

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 22 ส.ค. 2568 เวลา 07.38 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2568 เวลา 06.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นางภิญญดา แสงศักดาหาญ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจของบริษัทผ่านงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 21 ส.ค.68 ว่า ไตรมาส 2/2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,272.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.43% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 1,218.61 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป เนื่องด้วยสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวลง

ทั้งนี้ บริษัทได้ทบทวนประมาณการผลการดำเนินงานปี 2568 โดยปรับลดเป้ารายได้ทั้งปีจากเดิมคาดเติบโต 1-3% มาเป็นลดลง 1-2% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและมาตรการเก็บภาษีตอบโต้ (reciprocal tariff)

ในช่วงครึ่งปีแรก รายได้ลดลงราว 7% จากผลกระทบค่าเงิน ขณะที่ในครึ่งปีหลังบริษัทฯ ได้รวมสมมติฐานผลกระทบภาษี 19% เข้ามาประเมิน อย่างไรก็ดี อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ได้ปรับเพิ่มเป็น 18.5-19.5% จากเดิม 18-19% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบลดลงและมาตรการประหยัดต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to Sales) คาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 13.5-14% โดยมีปัจจัยหนุนจากค่าใช้จ่ายด้าน Transformation และค่าขนส่งสินค้าไปสหรัฐฯ ภายใต้ภาษีใหม่ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจแบรนด์ของบริษัทมี Margin สูงกว่า OEM ซึ่งช่วยเสริมความสามารถในการทำกำไร

สำหรับการลงทุน (CAPEX) บริษัทปรับเพิ่มขึ้นราว 500 ล้านบาท มาอยู่ที่ 3,500-4,000 ล้านบาท จากเดิม 3,000-3,500 ล้านบาท เนื่องจากมีโครงการบางส่วนที่ไม่สามารถเลื่อนออกไปได้เพื่อรองรับโอกาสการเติบโต ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยคาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลกที่ปรับลดลง

สำหรับนโยบายการจ่ายเงินปันผลยังคงยึดอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ โดยที่ผ่านมาบริษัทมีประวัติการจ่ายเกินกว่า 50% ต่อเนื่องตลอด 10 ปี

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศความประสงค์เข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมใน TU จากปัจจุบัน 6.19% เป็น 20% เพื่อยกระดับสถานะการลงทุน และสามารถรับรู้ส่วนแบ่งกำไรตามสัดส่วนการถือหุ้น

โดยการเข้าลงทุนครั้งนี้เป็นข้อเสนอจาก มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น โดยตรง สะท้อนการปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างพันธมิตรเชิงลึกกับ TU และเพิ่ม Synergy ในธุรกิจอาหาร โดยเฉพาะการต่อยอดความร่วมมือในธุรกิจแซลมอน กุ้ง อาหารสัตว์เลี้ยง และอาหารสัตว์น้ำ ผ่านบริษัทในเครือ

แต่โครงสร้างการบริหารยังคงอยู่ภายใต้การนำของผู้ถือหุ้นใหญ่เดิมคือกลุ่มครอบครัว โดยบริษัทฯ ยืนยันว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างการบริหารหลัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...