MAJOR กำไรร่วง 46% คนดูหนังหาย – ป๊อปคอร์นไม่ปัง
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 18.40 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 11.40 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - MAJOR เผยผลประกอบการไตรมาส 2/68 รายได้รวมลดฮวบ 5% เหลือ 1,940 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิร่วงแรง 46% เหลือ 124 ล้านบาท จากจำนวนคนดูหนังที่หดตัว ป๊อปคอร์นขายไม่ปัง
ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR และบริษัทย่อย (“บริษัท”) ครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 ได้มีมติอนุมัติรับรองงบการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อย สำหรับไตรมาส 2/2568 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ซึ่งผ่านการสอบทานแล้วจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด โดยมีผลสรุปได้ดังนี้
ผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยสำหรับไตรมาส 2/2568 บริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ 1,940 ล้านบาท มีกำไรสุทธิเท่ากับ 124 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน บริษัทมีรายได้ลดลง 93 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 5 และมีกำไรสุทธิลดลง 108 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 46 (ไตรมาส 2/2567 บริษัทมีรายได้ 2,033 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 232 ล้านบาท)
สรุปรายละเอียดรายได้ ต้นทุน และค่าใช้จ่าย ดังนี้
รายได้
บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการสำหรับไตรมาส 2/2568 เท่ากับ 1,940 ล้านบาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งบริษัทมีรายได้เท่ากับ 2,033 ล้านบาท ลดลง 93 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 5 โดยมีสาเหตุหลักมาจาก:
ธุรกิจโรงภาพยนตร์
รายได้ลดลง เนื่องจากในไตรมาส 2/2567 มีภาพยนตร์ไทยที่ได้รับความนิยมสูง เช่น เรื่อง “หลานม่า” และ “อนงค์” ส่งผลให้จำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์ในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ในระดับที่ดี
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 2/2568 จำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้รายได้จากการจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ และรายได้จากการจำหน่ายป๊อปคอร์นลดลงตามไปด้วย
ธุรกิจโบว์ลิ่งและคาราโอเกะ
มีรายได้เพิ่มขึ้นมาจากการปรับกลยุทธ์ และการปรับปรุงพื้นที่ให้ทันสมัย สวยงาม และมีความหลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากขึ้น
ธุรกิจพื้นที่เช่าและบริการ
มีรายได้เพิ่มขึ้น มาจากสาขาสุขุมวิทมีร้านค้าเพิ่มขึ้น และมีร้านค้าใหม่ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าเพิ่มมากขึ้น
ธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์
มีรายได้ลดลง มาจากในไตรมาส 2/2568 บริษัทมีรายได้จากภาพยนตร์เข้าฉายในโรงภาพยนตร์
ในขณะที่ในงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า บริษัทมีรายได้จากภาพยนตร์เรื่อง “ธี่หยด” และ “ของแขก” ซึ่งเข้าฉายผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มเติมจากรายได้ในโรงภาพยนตร์