โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนญี่ปุ่นเมิน! ร้านอาหารเขมรเอาธงไทยวางพื้น สุดท้ายเจ๊งไม่เป็นท่า

แนวหน้า

เผยแพร่ 25 ก.ย 2568 เวลา 17.00 น.

จากขายดีเป็นเทน้ำเทท่า! เจ้าของร้านเขมรในญี่ปุ่น 'ทุบหม้อข้าวตัวเอง' หลังโชว์เกรียนดูถูกธงชาติไทย จนคนญี่ปุ่นเมินเข้าร้าน

26 ก.ย.68 ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากที่สาวประเทศกัมพูชา ได้ไปเปิดร้านอาหารอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีอาหารไทย อาหารเวียดนาม และอาหารกัมพูชา

ต่อมา หลังจากมีกระแสสู้รบกันอย่างดุเดือดระหว่างประเทศไทย-ประเทศกัมพูชา หญิงสาวเขมรคนนี้จึงได้แสดงความรักชาติ ทั้งเอาธงชาติไทยไปวางไว้หน้าร้านตรงพื้น และเอาเทปไปติดทับธงชาติไทย สุดท้าย มีรายงานว่า ร้านอาหารดังกล่าวไม่มีลูกค้า ไปไม่เป็นท่าเพราะคนญี่ปุ่นเค้าไม่กินอาหารกัมพูชา ส่วนใหญ่แล้วตอนที่ขายดีเพราะเข้าไปทานอาหารไทย

อย่างไรก็ตาม หญิงสาวเจ้าของร้านยังเคยอัดคลิปร้องไห้ตัดพ้อ ทั้งเรื่องร้านอาหารขายไม่ดี และทั้งเรื่องการสู้รบระหว่างประเทศไทย และประเทศกัมพูชา โดยพ่อของเขาเป็นทหารกัมพูชา อยู่ที่เขาพระวิหาร จึงพูดออกมาเป็นภาษาเขมรว่า “ ในวันที่ไทยปะทะกัน ซึ่งพ่อเป็นทหารอยู่เขาพระวิหาร ลูกอยากให้พ่อกลับไปบ้านญาติ แต่พ่อบอกว่าพ่อไม่ไป พ่อเป็นทหารขอตายเพื่อชาติ อีกอย่างบ้านเราก็อยู่ตรงนี้จะให้พ่อไปไหน จึงทำให้ฉันไม่มีอารมณ์อยากจะทำงานอะไรแล้ว”

ขณะที่เรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์เป็นจำนวนมากบนโลกออนไลน์ พร้อมมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

- ปกติแล้วร้านอาหารกัมพูชาในต่างแดน ที่พอจะขายได้ก็เพราะว่ามีคำว่าไทยต่อหลังนะ ลำพังชื่อประเทศมันชื่อเดียวขายไม่ออกนะ คิดอะไรผิดไปหรือเปล่า

- วัฒนธรรมรักชาติของญี่ปุ่นด้วย ที่เขาคงรังเกียจใครเอาธงชาติมาทำแบบนี้

- เป็นเรา เราจะไม่เหยียบหรือเหยียดธงชาติใครนะคะ ไม่ว่าในสถานการณ์ไหน

- ดันไปแสดงความถ่อยในประเทศที่เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับไทย ทุบจานข้าวตัวเองชัดๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...