โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Flexible Jobs เทรนด์ใหม่คนหางาน ที่นายจ้างต้องปรับตัว

TODAY

อัพเดต 11 พ.ค. 2564 เวลา 09.34 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. 2564 เวลา 09.34 น. • workpointTODAY

ในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา การปรับตัวของบริษัทหลายๆ แห่งจากวิกฤตโควิด-19 เกิดขึ้นด้วยสถานการณ์บังคับ ทำให้วิถีชีวิตการทำงานของคนจำนวนหนึ่งเปลี่ยนไป จากที่เคยเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศ 5 วันต่อสัปดาห์ กลายมาเป็นการทำงานจากที่บ้านเป็นหลักแทน

ตอนนี้เรายังเรียกการทำงานแบบนี้ว่า Work from Home กันอยู่ แต่ในอนาคตกำลังจะมีคำว่า Flexible Jobs ซึ่งเป็นการทำงานที่มีความยืดหยุ่นเข้ามาแทน คือการที่คุณไม่จำเป็นต้องไปเข้าออฟฟิศเต็มเวลาเหมือนเดิม และไม่จำเป็นต้องอยู่แต่ในบ้านเพียงอย่างเดียว

Flexible Jobs เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น หลังสถานการณ์โดยรวมมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากการฉีดวัคซีน โดยผลสำรวจต่างๆ ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นด้านการทำงาน จะยังคงอยู่ต่อไป แม้ว่าจะผ่านพ้นช่วงโควิดไปแล้วก็ตาม

ผลสำรวจของ Prudential Financial’s Pulse of the American Worker ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาบอกว่า ชาวอเมริกัน 26% ต้องการเปลี่ยนงานหลังจากผ่านพ้นช่วงโควิดไป และส่วนใหญ่เผยว่า พวกเขากำลังมองหางานที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม 

แม้กระทั่งในกลุ่มผู้ที่ไม่ได้ตั้งใจจะเปลี่ยนงาน ก็ยังมีความเห็นว่า ถ้าบริษัทของพวกเขาไม่นำระบบการทำงานจากนอกออฟฟิศมาใช้เป็นทางเลือก พวกเขาก็อาจจะมองหางานใหม่ที่ตอบโจทย์ในด้านนี้เช่นกัน

 

ข้อมูลนี้ตรงกันกับผลสำรวจของ Ernst & Young Global ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ที่ระบุว่า 47% ของพนักงาน พร้อมจะลาออกหากต้องกลับไปใช้รูปแบบการทำงานที่ตายตัวแบบเดิม โดย 52% ต้องการความยืดหยุ่นด้านสถานที่ทำงาน และ 40% ต้องการความยืดหยุ่นด้านเวลา

ทางผู้จัดทำรายงานมองว่า ความเห็นที่ออกมาในลักษณะนี้ แสดงให้เห็นถึงโอกาส (Opportunity) และอุปสรรค (Threat) ในเวลาเดียวกัน สำหรับบริษัทต่างๆ ในการดึงดูดพนักงานเข้ามาทำงานในอนาคต 

 

ส่วนประเทศที่ดูจริงจังกับเรื่องนี้มากที่สุดคืออังกฤษ ที่ทางรัฐบาลถึงกับตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นมาดูแลเรื่องการทำงานแบบ Flexible Jobs โดยเฉพาะ เพื่อตรวจสอบว่าจะต้องปรับเปลี่ยนกฎหมายหรือสัญญจ้างงานอย่างไรบ้าง ให้เหมาะสมกับสภาวะปัจจุบันมากขึ้น

หนึ่งในเหตุผลที่อังกฤษนำเรื่องนี้มาพูดคุย คือการที่ 71% ของบริษัทต่างๆ รายงานเข้ามาว่า การทำงานที่บ้านส่งผลให้ทำงานได้ไม่ต่างจากที่ออฟฟิศ หรือเป็นทำงานได้มากขึ้นด้วยซ้ำ 

เท่ากับว่าบริษัทอย่างน้อย 7 ใน 10 แห่ง ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการให้พนักงานทำงานนอกสถานที่ นอกจากจะไม่ส่งผลเสียใดๆ ต่อเนื้องานแล้ว บางเคสกลับทำงานออกมาได้ดีกว่าเดิม

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายฝ่ายที่ออกมาแสดงความกังวลว่า ในบางอาชีพอาจไม่สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานให้ยืดหยุ่นตามรูปแบบใหม่ได้ ซึ่งจะทำให้เกิดการแบ่งการทำงานออกเป็น 2 รูปแบบอย่างชัดเจน ซึ่งแม้จะเป็นรูปแบบที่ยอมรับได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่เมื่อเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ อาจสร้างปัญหาอื่นขึ้นมาได้ในอนาคต

 

สำหรับประเทศไทยแล้ว สิ่งเหล่านี้อาจยังไม่ได้เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ เมื่อพิจารณาจากหลายๆ ปัจจัยที่ทำให้เรายังคงต้องเผชิญกับโควิด-19 ต่อไปเป็นเวลานานกว่าประเทศที่กล่าวมาข้างต้น

แต่เมื่อถึงเวลานั้นแล้ว เราคงจะได้เห็นแนวทางและตัวอย่างที่ชัดเจนมากขึ้น เป็นข้อมูลให้ทั้งบริษัทและพนักงานนำมาพิจารณาได้ว่าจะปฏิบัติตัวอย่างไร เพื่อรับกับเทรนด์ Flexible Jobs ที่กำลังมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...