โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ช่อง 3 กระอัก! ไตรมาส 2 ขาดทุนบักโกรก เตรียมดัน 3 คอนเทนต์ ผลักปี 64 ฟื้น

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ธ.ค. 2563 เวลา 10.49 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2563 เวลา 10.29 น.

ช่อง 3 กระอัก! ไตรมาส 2 ขาดทุนบักโกรก เตรียมดัน 3 คอนเทนต์ ผลักปี 64 ฟื้น

วันที่ 3 ธันวาคมนายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ กรรมการผู้อำนวยการ สายธุรกิจโทรทัศน์ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในปี 2564 บริษัทจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาคอนเทนต์ที่มีคุณภาพเข้ามาเป็นหัวใจหลักในการกระตุ้นฐานผู้ชมให้กลับมาอีกครั้ง ภายใต้แนวคิด Single content multiple platform ที่จะใช้ 1 คอนเทนต์ต่อการออกอากาศในหลากหลายช่องทาง ผ่านการร่วมมือกับผู้จัด และพาร์ทเนอร์ที่หลากหลายในการพัฒนาคอนเทนต์ที่มีคุณภาพเพื่อตอบโจทย์ผู้ชมในแต่ละช่องทาง

ทั้งนี้ จะโฟกัสใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ละคร ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักอันดับ 1 ซึ่งจะมีความหลากหลายยิ่งขึ้น โดยจะเปิดตัวละครใหม่ 30-40 เรื่องต่อปี ด้าน ข่าว จะปรับเปลี่ยนรูปแบบผู้ประกาศ ให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้นทั้งในช่วงข่าวเช้า สาย บ่าย เที่ยง และเย็น ส่วนวาไรตี้ จะต่อยอดความสำเร็จจากรายการเดิมที่มีฐานผู้ชมที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็น ศึก 12 ราศี, 3 แซ่บ และตีท้ายครัว เป็นต้น ด้วยรูปแบบรายการใหม่ที่แปลกและแตกต่าง

“ต้องยอมรับว่าช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ภาพรวมรายการข่าวของทางช่องโดดเด่นลดลง แต่มองว่านั่นคือวัฎจักรของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งหลังจากการปรับแผนงานใหม่ มั่นใจว่าจะสามารถสร้างปรากฏการณ์ได้อีกครั้ง” นายสุรินทร์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีการโฟกัสไปยังกลุ่มธุรกิจ New Madia มากขึ้น ผ่านแพลตฟอร์ม 3Plus ที่จะเป็นตัวเชื่อมผู้ชมและคอนเทนต์ในช่องทางออนไลน์ให้ผู้ชมได้เลือกชมมากมาย ควบคู่กับการรุกเข้าไปยังธุรกิจขายลิขสิทธิ์ละครไปยังต่างประเทศ (global content licensing) มากขึ้น

หลังจากช่วงที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี อาทิ ละคร ร้อยเล่ห์มารยา ฯลฯ โดยจะมองหาโอกาสในการทำตลาดใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในประเทศญี่ปุ่น เกาหลี จากปัจจุบันที่บริษัทมีตลาดหลักคือจีน และภูมิภาคอาเซียน ซึ่งรูปแบบการขายลิขสิทธิ์ละครจะเป็นทั้งออกอากาศสดพร้อมประเทศไทย และละครเก่า

“เราผ่านจุดต่ำสุดมาตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมาที่บริษัทประสบภาวะขาดทุนจากปัจจัยลบต่าง ๆ ทั้งเศรษฐกิจ และการระบาดของโควิด-19 หลังจากไตรมาส 3 บริษัทก็เริ่มทำผลกำไรได้ ซึ่งแน่นอนว่าแนวโน้มของบริษัทนับจากนี้คาดการณ์ว่าจะสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2564 จากการปรับแผนงานและยุทธ์ศาสตร์ในองค์กรด้านต่าง ๆ หากไม่มีปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจ การกลับมาระบาดของโควิด-19 และปัญหาด้านการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง” นายสุรินทร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้ผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงไตรมาส 3 จะสามารถทำกำไรได้ แต่ทว่าภาพรวมตลอดทั้งปีนี้จะยังคงติดลบอยู่

ส่วนในปี 2564 วางเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ตัวเลขสองหลัก (Double Digit) ซึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ในกลุ่มธุรกิจนิวมีเดีย และธุรกิจขายลิขสิทธิ์ละครไปยังต่างประเทศ (global content licensing) ที่จะเพิ่มเป็น 25% จากสัดส่วน 20% ในปัจจุบัน ขณะที่กลุ่มรายได้หลักยังคงมาจากกลุ่มธุรกิจทีวี 80%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...