โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แบกภาระที่ไม่ได้ก่อ กรีน อัษฎาพร เปิดใจ เดินหน้าหาเงินใช้หนี้ 8 หลักแทนพ่อ

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 มี.ค. 2564 เวลา 07.31 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2564 เวลา 07.30 น. • The Bangkok Insight

ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก สำหรับนางเอกสาว กรีน อัษฎาพร ที่ก่อนหน้านี้ ได้ไปออกรายการแล้วพูดถึงชีวิตจริงที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อนว่า เธอคือ “เดอะแบกของคนทั้งบ้าน” ตั้งแต่คุณพ่อเสียชีวิต เธอต้องรับภาระดูแลทุกชีวิตในบ้าน ในฐานะพี่สาวคนโต รวมทั้งหนี้สินก้อนใหญ่เกือบ 50 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งมาจากการที่คุณพ่อไปกู้ยืมเงินนอกระบบมา

โดย สาวกรีน เล่าว่า “กรีนก็เป็นคนคนหนึ่งเนอะ ที่มีชีวิตเหมือนพวกพี่ และเบื้องหลังเราก็มีหนี้สินมีภาระที่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว เพียงแค่คนจะรู้หรือเปล่า ซึ่งก่อนที่กรีนจะไปออกรายการแฉ มีออกรายการของเกลือวันเดอร์ก่อนของทางช่องวัน เพื่อโปรโมทละครด้วย รายการมีหัวข้อขึ้นมาว่าชีวิตจริงกับชีวิตในละคร คือชีวิตของแก้วและกรีนก็ไม่ได้ต่างกัน ลำบากเหมือนกัน เลยมีโอกาสได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว ซึ่งเราก็ไม่ค่อยได้พูดถึงเท่าไหร่”

“เรื่องหนี้สินมีมาตั้งนานแล้วค่ะ เราก็ช่วยกันในครอบครัว แต่พอคุณพ่อเสียเหมือนมีมากกว่าเดิม และค่อนข้างหนัก เพราะพอคุณพ่อเสียไปก็ไม่ได้มีคนช่วย ก็เคว้ง ลูกหลานต้องช่วยกันเอง คือหนูไม่ได้ร่ำรวยมาตั้งแต่แรก ถ้าใครรู้ ชีวิตหนูก็เป็นเด็กเอเอฟ แค่เข้ามาประกวด แต่บ้านเราก็ไม่ได้ยากจนหรือร่ำรวยขนาดนั้น แค่พอมีพอกิน จริง ๆ เราเป็นคนประหยัดตั้งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ไม่ได้ติดหรู เพราะเราเป็นแบบนี้บวกกับมีหนี้สินที่มีมาอยู่แล้ว เพียงแค่คนไม่รู้เบื้องลึกของเราเฉย ๆ ”

“ตัวเลขไม่ได้ถึงขนาด 50 ล้าน อย่างที่พาดหัวข่าว แต่ตัวเลขคือ 8 หลัก สำหรับบางคนอาจจะมองว่าไม่เยอะหรอก แต่สำหรับกรีนคือเยอะมาก ๆ แล้วหลายคนบอกว่ากรีนเล่นละครมาตั้งหลายปี ทำไมไม่มีเงินมาจุนเจือในส่วนนี้ กรีนจะบอกว่าเวลาเราเล่นละครก็มีเรตของเขา”

“ซึ่งทุกครั้งที่กรีนได้เงินจากการเล่นละครมา ไม่ได้หมายความว่ากรีนต้องเอาเงินทั้งหมดมาลงกับเรื่องหนี้ เพราะว่าหนี้ที่มันมีเยอะกว่ารายได้ที่กรีนมี แล้วละครเรื่องหนึ่งดาราก็เยอะ เราไม่ได้รับได้ทีปีละ 10 เรื่อง ไม่ใช่อย่างนั้น แล้วเราก็ต้องทำงานให้บาลานซ์กับการพัฒนาเกี่ยวกับการแสดงของเราด้วย ถ้ารับเยอะขนาดนั้นการแสดงของเราก็จะไม่ดี และส่งผลต่อการทำงานในอนาคต”

“ฉะนั้นกรีนไม่ได้มีแค่เอาเงินทั้งหมดมาลงกับเรื่องหนี้สิน เรามีภาระครอบครัวต้องดูแลคุณแม่ และมีภาระส่วนตัวของเรา ต้องดูแลตัวเองด้วย ก็ต้องแบ่งไปเรื่อย ๆ เพราะรายจ่ายด้านอื่นเราก็มีอยู่แล้ว ซึ่งเราแบ่งไว้แล้วแหละ พอมีหนี้สินเข้ามา ความจริงมีมาตั้งนานแล้ว เราก็ผ่อนมาโดยตลอด แต่ว่ามันไม่ได้หมดง่าย ๆ เพราะด้วยความที่สูงถึง 8 หลัก และเป็นเรื่องของอสังหาริมทรัพย์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจทางใต้ด้วย กรีนไม่สามารถอธิบายให้ฟังเป็นตัวเลขเท่านั้นเท่านี้ได้ว่าเหลือเท่าไหร่ แต่เอาเป็นว่ากรีนก็ยังต้องจ่าย”

“ไม่ได้รับผิดชอบคนเดียว มีน้องด้วยค่ะ แล้วก็มีหลานที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของกรีนคือเฮียแก๊ป ธนเวทย์ ที่เป็นนักแสดงเหมือนกัน แต่ตัวเขาก็มีครอบครัวแล้ว ทุกคนมีภาระของตัวเองก็จะแบ่งมาได้นิด ๆ หน่อย ๆ แต่หลัก ๆ ก็จะเป็นเรากับน้องสาว แต่น้องสาวบางทีก็ช็อตเหมือนกัน เราก็ต้องประหยัด เวลา 2 ปีที่ผ่านมาอะไรที่ไม่จำเป็นกรีนตัดทิ้งหมดเลย”

“กรีนรู้สึกว่ามีคนที่มีปัญหาเรื่องหนี้สินมากกว่ากรีน เท่าที่เคยเห็นอย่างพี่บอยกับพี่เจี๊ยบ ที่เหมือนบังเอิญธุรกิจเขาเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ร้าน เขาเป็นมากกว่ากรีนอีก เขายังสามารถปลดหนี้ได้ ของกรีนยังไม่เท่าเขา กรีนว่าเราก็ต้องหาทางทำได้ และครอบครัวกรีนก็ช่วยเหลือกันด้วยค่ะ กำลังใจหลัก ๆ คือมาจากครอบครัวค่ะ”

“ถามว่าหนี้ 8 หลักอีกสักกี่ปีถึงจะเบาลง มันมาจากหลายทางเลยค่ะ คาดการณ์ไม่ได้เหมือนกันค่ะ แต่จะพยายามให้หมดภายในไม่ให้เกิน 10 ปี ซึ่งต้องไม่กระทบกับคนอื่นและตัวเราด้วย กรีนพูดตรง ๆ ว่าถึงแม้เราจะต้องใช้หนี้สิน แต่เราก็ยังมีความฝัน กรีนก็ต้องแบ่งเรื่องงานกับหนี้สินให้บาลานซ์กันด้วย”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...