โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

88TH รุกตลาด Hair Color จับเทรนด์ Gen Z-ขยายฐานรายได้

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 07.56 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 07.56 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นางสาวนพรัตน์ มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้งบริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ 88TH เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างขยายบทบาทของแบรนด์ LYO จากจุดยืนเดิมในฐานะแบรนด์ที่เน้นแก้ปัญหาเส้นผม เช่น ปัญหาผมขาดหลุดร่วงและการดูแลผมขาว ไปสู่ตลาด Hair Color หรือผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมแฟชั่นอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มทางเลือกของสินค้า ขยายฐานลูกค้า และต่อยอดรายได้ในระยะยาว

ทั้งนี้ การเข้าสู่ตลาดสีผมของ 88TH ในครั้งนี้ สะท้อนแนวทางการต่อยอดจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญเรื่องสุขภาพเส้นผมไปสู่ตลาดความงามและไลฟ์สไตล์ โดยบริษัทมองเห็นโอกาสจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งไม่ได้มองการทำสีผมเป็นเพียงการปกปิดผมขาว แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกถึงตัวตนและภาพลักษณ์ของผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่

ข้อมูลจาก Euromonitor ระบุว่า ในปี 2567 ตลาดผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมในประเทศไทยมีมูลค่า 6,495.60 ล้านบาท และเติบโต 10.50% ภายในปีเดียว สะท้อนว่าตลาดดังกล่าวยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Silver Age ที่ต้องการประสิทธิภาพในการปกปิดผมขาว และกลุ่ม Gen Z ที่มองว่าการทำสีผมเป็นส่วนหนึ่งของ Visual Identity หรือการสื่อสารตัวตนผ่านภาพลักษณ์ภายนอก

โดย 88TH มองว่า การแข่งขันในตลาดสีผมปัจจุบันไม่ได้พิจารณาเฉพาะเฉดสีหรือราคาเท่านั้น แต่ขยับไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพ ความสะดวกในการใช้งาน และการสร้างแบรนด์ที่สามารถเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้มากขึ้น ส่งผลให้ตลาดผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมในไทยมีแนวโน้มพัฒนาไปสู่กลุ่มสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพการใช้งานและมิติด้านแฟชั่นในเวลาเดียวกัน

ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ LYO MY COLOR SHAMPOO พร้อม 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่ Milk Tea, Smoky Ash และ Baby Pink โดยวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการเปลี่ยนลุคและสะท้อนตัวตนผ่านสีผมมากขึ้น ควบคู่กับการรักษาจุดแข็งของแบรนด์ที่เน้นการดูแลสุขภาพเส้นผม

ด้านกลยุทธ์การตลาด 88TH ได้แต่งตั้ง “นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์” เป็นพรีเซนเตอร์ของ LYO MY COLOR SHAMPOO เพื่อเชื่อมโยงแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ให้ชัดเจนขึ้น โดยบริษัทมองว่าภาพลักษณ์ของพรีเซนเตอร์สอดคล้องกับทิศทางของแบรนด์ที่กำลังขยายจาก Hair Care ไปสู่ Hair Fashion

ขณะเดียวกัน 88TH ยังมีแผนขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนและฮ่องกง ตามโรดแมปที่ได้วางไว้ภายหลังการลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ก่อนหน้านี้ เนื่องจากมองว่าทั้งสองตลาดมีศักยภาพการเติบโตในกลุ่ม Personal Care และสามารถเป็นโอกาสต่อยอดแบรนด์ไทยในตลาดต่างประเทศได้ในระยะต่อไป

นางสาวนพรัตน์ กล่าวอีกว่า การเข้าสู่ตลาด Hair Color ของ 88TH ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มสายผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการวางกลยุทธ์เพื่อขยายโครงสร้างรายได้ของบริษัท จากฐานเดิมในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมไปสู่ตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูงขึ้น และสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับทั้งแฟชั่น ความงาม และสุขภาพเส้นผมควบคู่กัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...