แจ้ง 5 ข้อหาหนัก "ชายจีน" ซุกอาวุธสงคราม หาแรงจูงใจก่อเหตุร้าย-ค้าอาวุธ ?
วันนี้ (9 พ.ค.2569) ความคืบหน้ากรณีตำรวจจับกุมนายหมิงเฉิน ซัน ชายชาวจีนที่ซุกซ่อนอาวุธสงครามที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงใน จ.ชลบุรี โดยตำรวจ สภ.นาจอมเทียน นำตัว ผู้ต้องหาออกจากห้องควบคุมมาพิมพ์ลายนิ้วมือ
จากนั้นควบคุมตัวไปฝากขังศาลจังหวัดพัทยา ในข้อกล่าวหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ครอบครอง, พกอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่นายทะเบียนไม่อนุญาต และมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง, มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง และมีไว้ครอบครองซึ่งยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต
มีรายงานว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชากาตำรวจแห่งชาติ จะเดินทางลงพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี หลังกำชับให้สืบสวนสอบสวนขยายผลว่าเป็นการเตรียมก่อการร้าย หรือเป็นขบวนการค้าอาวุธ
การจับกุมครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งพลิกคว่ำในพื้นที่ อ.สัตหีบ โดยมีนายหมิงเฉิน ซัน เป็นคนขับ และผู้หญิงอีก 1 คนสัญชาติไต้หวัน นั่งมาในรถ ซึ่งจากการตรวจค้นภายในรถพบอาวุธสงคราม
ตำรวจขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุ่ง พบอาวุธสงครามจำนวนมาก เช่น ปืน M4 จำนวน 2 กระบอก, แมกกาซีนบรรจุกระสุนเต็ม 13 แมก, ระเบิดซีโฟร์ 4 ลูก น้ำหนัก 8 ปอน, ระเบิดมือแบบสังหารบุคคล 4 ลูก รวมถึงระเบิดสังหารชนิดกับดักแบบฝักข้าวโพด 4 ลูก
นอกจากนี้ยังพบวัตถุระเบิดภายในเสื้อเกราะที่พบ 2 ตัว ถูกติดตั้งคล้ายกับระเบิดพลีซีพ มีการใช้โทรศัพท์มือถือพูดคุยกับแชท GPT สอบถามแนวทางการก่อเหตุวินาศกรรมในสถานที่สำคัญ รวมถึงอนุภาพการทำลายล้างของระเบิดซีโฟร์ อีกทั้งยังพบกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. ที่มีเครื่องหมายผลิตโดยโรงงานผลิตกระสุนของกรมสรรพาวุธทหารบก เพื่อใช้ในราชการทหารด้วย
เจ้าหน้าที่ตรวจค้นข้อมูลโทรศัพท์มือถือ พบคลิปการฝึกยิงอาวุธปืนสงครามและการขว้างระเบิดมือสังหาร ซึ่งจุดพิกัดในการฝึกอยู่ที่บริเวณค่ายรบพิเศษ 911 กัมพูชา หรือนักรบ BHQ หรือค่ายฝึกนักรบองครักษ์พิทักษ์ฮุนเซน
จากการตรวจสอบนายหมิงเฉิน ซัน พบว่าเข้ามาเช่าบ้านหลังดังกล่าวได้ประมาณ 2 ปี มีการเดินทางเข้าออกประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2563 โดยใช้วีซานักท่องเที่ยว จากนั้นเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยบ่อยครั้ง ล่าสุดเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 27 ม.ค. โดยถือวีซาระยะยาว (เช่น วีซาทำงาน, วีซาแต่งงาน, วีซาเกษียณ) ซึ่งวีซามีอายุอยู่ในประเทศไทยได้ถึง 5 ปี)
นอกจากนี้ยังพบว่านายหมิงเฉิน ซัน มีพาสปอร์ตทั้งประเทศจีนและประเทศกัมพูชา รวมถึงมีบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) และมีชื่อเป็นผู้พักอาศัยอยู่ในทะเบียนบ้านย่านเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร และ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ในปี 2566
อ่านข่าว
ผบ.ตร.สั่งสอบทุกมิติ หลังจับชาวจีนซุกระเบิดซีโฟร์ อ้างเตรียมพลีชีพ ที่ “พัทยา”
ตร.เตรียมเรียก "คนกลาง" สอบปมเศรษฐีนีเก่ง-โทน บางแค
“ดีเอสไอ” ส่งสำนวน ป.ป.ช.เอาผิด “จนท.กฟภ.” เอื้อลอบใช้ไฟฟ้าขุดบิทคอยน์