ชาวบางปะกงหวั่นคลังน้ำมันพืชแปลงร่างเป็นคลังน้ำมันเชื้อเพลิง อาจเสี่ยงเกิดเหตุร้ายกระทบชุมชน
ชาวบ้านบางปะกงเตรียมคัดค้านแผนเปลี่ยนคลังน้ำมันพืชเป็นคลังน้ำมันเชื้อเพลิง หวั่นเกิดอุบัติเหตุระเบิด กระทบชีวิตประชาชนใน 10 หมู่บ้าน ตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน
วันที่ 9 พ.ค.69 เวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.พัทธนันท์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี อยู่ ม.1 ต.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ว่า หลังจากที่ตัวแทนชาวบ้านพร้อมผู้นำชุมชนได้เดินทางเข้าไปยื่นหนังสือขอคัดค้านการขยายกิจการแปลงสภาพจากคลังน้ำมันพืชไปเป็นคลังน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัทผลิตและบรรจุน้ำมันพืชยี่ห้อดังแห่งหนึ่ง ยังที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวานนี้ (8 พ.ค.69) ได้คาดหวังว่าทางหน่วยราชการจะปัดตกหรือไม่อนุมัติให้รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ของบริษัทดังกล่าวผ่านกระบวนการพิจารณาความเหมาะสมไปได้ เนื่องจากโรงงานผลิตและบรรจุขวดน้ำมันปาล์มแห่งนี้ตั้งอยู่ชิดกับชุมชน ติดกับบ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่ ม.1 ทั้งหมู่บ้านที่มีประชากรมากถึงกว่า 600 คนจาก 150 ครัวเรือน และยังมีหมู่บ้านที่เรียงรายต่อกันไปเป็นแถวในบริเวณเดียวกันมากถึง 10 หมู่บ้านจนถึงหมู่ 10 ที่มีประชากรรวมกันมากถึงกว่า 1 หมื่นคนในรัศมีเพียงประมาณ 1-2 กม.เท่านั้น
ซึ่งโรงงานแห่งนี้ได้เข้ามาซื้อที่ดินก่อตั้งโรงงานและคลังน้ำมันปาล์มเพื่อบรรจุลงขวดขาย เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน ซึ่งครั้งแรกการนำน้ำมันพืชลงเรือมาจาก จ.สุราษฎร์ธานี มาทำการบรรจุขาย โดยมีการทยอยก่อสร้างถังกักเก็บขนาดใหญ่สูงเหนือหลังคาบ้านชาวบ้านมากกว่าตึก 10 ชั้น ที่มีความจุถังละประมาณ 4 ล้านลิตรจำนวน 11 ถังนั้น ชาวบ้านก็ยังพอยอมรับได้บ้างเพราะยังไม่เห็นถึงอันตราย หรือมีจุดติดไฟไม่ง่ายนัก แต่ล่าสุดบริษัทน้ำมันปาล์มแห่งนี้ ได้เตรียมจัดทำรายงาน EIA เพื่อเปลี่ยนสภาพหรือแปลงร่างให้กลายไปเป็นคลังน้ำมันเชื้อเพลิง
โดยจะมีการสร้างถังกักเก็บขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นมาอีกจำนวน 4 ถัง ความจุถังละ 4 ล้านลิตรรวม 16 ล้านลิตร จึงทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดหวั่น และเกรงว่าจะเกิดอันตรายขึ้นต่อผู้คนทั้งชุมชน 10 หมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงกัน หากเกิดความผิดพลาดจนเกิดการระเบิดหรือเกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นมา ก็อาจจะทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน และส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของชาวบ้านโดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่ที่อาศัยอยู่ภายในบ้านอยู่ตลอดเวลาทั้งวัน ที่ต่างพากันหวาดผวาเสมือนกับมีคนนำระเบิดเวลามาตั้งวางไว้ให้
ส่วนเจ้าของโรงงานหรือเจ้าของคลังน้ำมันนั้น หากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นเขาก็แค่เพียงหิ้วกระเป๋าและขับรถออกไปจากชุมชนเท่านั้น จึงอยากให้ทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องไม่เซ็นให้ผ่านรายงาน EIA ทั้งคลังน้ำมันและท่าเรือขนถ่ายน้ำมันที่กำลังจะมีการก่อสร้างขยายขึ้นมาในครั้งนี้ เพื่อให้ชุมชนชาวตลาดบางประกงทั้ง 10 หมู่บ้านได้อยู่กันอย่างสงบสุขต่อไป โดยที่ชาวบ้านพร้อมที่จะออกมาคัดค้านกันอย่างเต็มที่ต่อไป