โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

PMC โชว์กำไรไตรมาส 1 โต 21% แตะ 19 ล้านบาท ชูกลยุทธ์เน้นสินค้ามาร์จิ้นสูง-คุมต้นทุน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 14 พ.ค. เวลา 08.42 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. เวลา 08.42 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายเอก สุวัฒนพิมพ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็มซี เลเบิล แมททีเรียลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PMC ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สติ๊กเกอร์เปล่า (Sticker) หรือฉลากกาว (Self-Adhesive Label) ชั้นนำของประเทศ เปิดเผยว่า ผลประกอบการในงวดไตรมาส 1/2569 บริษัทยังคงสามารถรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิ 19 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการมุ่งเน้นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง

ความสำเร็จในไตรมาสนี้เป็นผลจากการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เชิงรุก (Strategic Pivot) โดยมุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนยอดขายในกลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value-added) และการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ PMC สามารถรักษาขีดความสามารถในการทำกำไรได้อย่างดีเยี่ยม แม้ว่ารายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย 4.7% มาอยู่ที่ 210.3 ล้านบาท ตามปริมาณความต้องการในบางเซกเมนต์ที่ชะลอตัว” นายเอก กล่าว

ทั้งนี้ PMC สามารถทำกำไรขั้นต้นได้ 50.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 24% ขณะที่กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เติบโต 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 32.8 ล้านบาท สะท้อนถึงโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งและกระแสเงินสดที่พร้อมรองรับการขยายตัวในอนาคต

สำหรับโครงสร้างรายได้ของ PMC จากผลิตภัณฑ์ 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มกระดาษ 50% กลุ่มฟิล์ม 23% ฉลากพิเศษ 22% และผลิตภัณฑ์อื่นๆ 5% ส่วนรายได้ตามภูมิภาคแบ่งเป็นตลาดในประเทศ 72% และต่างประเทศ 28% จากยอดขายและบริการรวม ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 โดยสัดส่วนยอดขายในตลาดต่างประเทศยังคงได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในบางประเทศ ประกอบกับการแข่งขันด้านราคาที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าทั่วไป

ในด้านทิศทางการดำเนินธุรกิจ PMC วางแผนเชิงรุกในกลุ่มฟิล์มและฉลากพิเศษ (Specialty Products) ซึ่งเป็นตลาดที่มีอุปสรรคในการเข้าถึงของคู่แข่งใหม่ แต่ให้อัตรากำไร (มาร์จิ้น) สูง โดยจะเน้นเจาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตต่อเนื่องและมีความจำเป็นพื้นฐาน เช่น อาหารและเครื่องดื่ม เวชภัณฑ์ และธุรกิจขนส่ง (Logistics) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการเปลี่ยนรอบการใช้ฉลากอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับการบริหารความเสี่ยง บริษัทยังคงติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อราคาน้ำมันและวัตถุดิบปิโตรเคมี โดย PMC ได้ใช้กลยุทธ์การบริหารซัพพลายเชนที่ยืดหยุ่นและการจัดหาวัตถุดิบคุณภาพสูงจากแหล่งที่หลากหลาย เพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุนและสร้างความมั่นใจในการส่งมอบสินค้าให้กับคู่ค้าทั่วโลก

นายเอก กล่าวทิ้งท้ายว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของการปรับโมเดลธุรกิจที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตามหลัก ESG ผ่านการพัฒนานวัตกรรมสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการเลือกใช้วัตถุดิบจากแหล่งป่าปลูกที่ได้รับมาตรฐานสากล เพื่อตอบรับเทรนด์ความยั่งยืนระดับโลกและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...