โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“กรภัทร” ชี้ SET รับแรงหนุนงบ “บจ.” ดีกว่าคาด ลุ้นเจรจาสหรัฐ-จีน แนะ CPALL-IVL-WHAUP

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 14 พ.ค. เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. เวลา 04.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ว่า ภาพรวมตลาดทุนนักลงทุนทั่วโลกยังคงจับตาการหารือระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่กรุงปักกิ่งอย่างใกล้ชิด โดยตลาดคาดหวังว่าการพบกันของผู้นำสองประเทศมหาอำนาจครั้งนี้จะนำไปสู่การผ่อนคลายความตึงเครียดทั้งในมิติการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน รวมถึงประเด็นภูมิรัฐศาสตร์อื่น ๆ ที่กระทบต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก

ทั้งนี้ประเด็นสำคัญที่ตลาดคาดหวัง ได้แก่ การผ่อนคลายมาตรการด้านการค้าและเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการส่งออกแร่ Rare Earth จากจีน ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของสหรัฐฯ รวมถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจเปิดทางให้บริษัทเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศสามารถดำเนินธุรกิจร่วมกันได้มากขึ้น หลังพบว่ามีผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำสหรัฐฯ เดินทางร่วมคณะไปกับประธานาธิบดีทรัมป์ด้วย

นายกรภัทร กล่าวอีกว่า ภาพดังกล่าวสะท้อนโอกาสของความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งอาจช่วยสร้างสมดุลเชิงอำนาจระหว่างสองประเทศ ขณะที่ประเด็นความขัดแย้งเกี่ยวกับไต้หวันยังเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะท่าทีของจีนต่อการสนับสนุนยุทโธปกรณ์ให้ไต้หวัน

นอกจากนี้ยังมองว่าการหารือดังกล่าวอาจครอบคลุมถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เนื่องจากระดับราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงไม่ได้กระทบเฉพาะเศรษฐกิจเอเชียหรือจีนเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯด้วย

ดังนั้นตลาดจึงคาดหวังว่าผลการเจรจาระดับผู้นำครั้งนี้จะนำไปสู่ทิศทางที่ช่วยลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกและบรรยากาศการลงทุนโดยรวม

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทยในช่วงที่ผ่านมาออกมาดีกว่าคาดต่อเนื่อง โดยกำไรตลาดหุ้นไทยเริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนติดต่อกันเข้าสู่เดือนที่ 4 ซึ่งเป็นรอบที่ไม่เห็นมานานราว 3 ปี สะท้อนว่าฐานกำไรของตลาดหุ้นไทยเริ่มฟื้นตัว และมีปัจจัยพื้นฐานรองรับการปรับตัวขึ้นของดัชนี

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ยังต้องติดตามคือราคาน้ำมัน หากราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นเวลานาน อาจกลายเป็นแรงกดดันต่อประมาณการกำไรในระยะถัดไป แม้รอบนี้จะแตกต่างจากปี 2565 ที่กำไรกลุ่มพลังงานปรับขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ ก่อนปรับลดลง แต่ปัจจุบันพบว่าหุ้นกลุ่ม Domestic Play หลายตัวเริ่มผ่านจุดต่ำสุด และผลประกอบการออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด

ขณะที่การปรับขึ้นของตลาดหุ้นไทยในปีนี้ ส่วนหนึ่งยังได้รับแรงหนุนจากบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA โดยนายกรภัทรระบุว่า หุ้นไทยปรับขึ้นราว 20% นับตั้งแต่ต้นปี แบ่งเป็นแรงหนุนจาก DELTA ประมาณ 12% และหุ้นอื่น ๆ รวมกันประมาณ 8% สะท้อนว่าหุ้นไทยอีกหลายตัวยังอยู่ในระดับต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน และยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ต่อ

ส่วนกรณี DELTA ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า มองว่าเป็นผลจากความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังตลาดเคยกังวลว่าหุ้น DELTA อาจถูกลดน้ำหนักในดัชนี MSCI ประมาณ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ผลลัพธ์จริงกลับเป็นการเพิ่มน้ำหนักราว 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้แรงขายเปลี่ยนเป็นแรงซื้อกลับ หรือ Cover Short อย่างรวดเร็ว

ด้านประเด็นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับเกณฑ์มาตรการกำกับต่าง ๆ มองว่าเป็นปัจจัยในเชิง “เป็นกลางถึงบวก” โดยไม่ได้มีประเด็นใดที่มองเป็นลบ เนื่องจากการปรับเกณฑ์ เช่น ช่วงราคาเสนอซื้อขาย หรือ Tick Size รวมถึงมาตรการกำกับอื่น ๆ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงเชิงโครงสร้างของตลาดทุนไทย

ทั้งนี้ มองว่าตลาดทุนไทยแม้จะมีผลตอบแทนน่าผิดหวังในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ในเชิงโครงสร้างยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายสำคัญคือการทำให้ตลาดทุนเป็นแหล่งระดมทุนที่มีต้นทุนทางการเงินต่ำ มีประสิทธิภาพ และทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นแนะนำหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ซึ่งผลประกอบการออกมาดีต่อเนื่องและสะท้อนความแข็งแกร่งของการปรับตัวทางธุรกิจ แม้ราคาหุ้นยังถูกกดดันจาก Sentiment ขณะที่อุตสาหกรรมมีแนวโน้มผ่านจุดต่ำสุดและทยอยฟื้นตัวดีขึ้น

นอกจากนี้ แนะนำบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ซึ่งอาจได้อานิสงส์จากประเด็นการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP ที่ผลประกอบการออกมาดี และอาจเป็นหุ้นที่น่าสนใจสำหรับการเก็งกำไรระยะสั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...