ย้อนดู COP26 เวทีประชุมโลกรวนปีก่อน ใครลงนามสัญญาอะไรไปบ้าง
เมื่อเดือนพฤศจิฯ บรรจบครบเวียนมาอีกครั้งก็อดที่จะพูดถึงประชุม COP ระดับโลกไม่ได้ ซึ่งความสำคัญของเวทีนี้คือผู้นำทั่วโลกจะมาพูดคุยถึงมาตรการรับมือสภาวะโลกรวนกัน (แน่นอนว่าไทยก็ไปเข้าร่วมนะเออ) ก่อนที่จะเกาะติดประเด็นใน #COP27ในปีนี้ เราก็ขอมารีแคปงานปีที่แล้วให้ฟังก่อนว่าข้อตกลงที่ทั่วโลกเขาคุยกันหลัก ๆ นี้มีอะไรบ้าง แล้วไทยได้เข้าร่วมกับเขาไหมนะ? ไปดูกัน!
[#COP26 คืออะไร]
COP (Conference of the Parties) คือการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จัดขึ้นทุกปี ซึ่งในปีล่าสุดเป็นปีที่ 26 จัดขึ้นที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ และมีประเทศภาคีสมาชิกกว่า 197 ประเทศร่วมทำข้อตกลง 'Glasgow Climate Pact' ซึ่งเป็นข้อตกลงในการเร่งดำเนินการควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส
[#ลงนามลดการใช้ถ่านหิน ในปี 2030]
ถ่านหินถือเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ก่อมลพิษมากที่สุด แม้จะมีภาระค่าใช้จ่ายน้อยแต่ก็สร้างก๊าซเรือนกระจกและมลพิษต่อสุขภาพผู้คนอย่างมาก เป้าหมายเดิมทีของการลงนาม Global Coal to Clean Power Transition Statement ใน COP26 นั้น กว่า 190 ประเทศเตรียมที่จะยกเลิกการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากถ่านหินโดย ยุติการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากถ่านหินภายในปี 2030 สำหรับประเทศร่ำรวย และภายในปี 2040 สำหรับประเทศยากจน
แต่การบรรลุข้อตกลงเรื่องการ 'หยุด' ใช้ถ่านหินนั้นไม่เป็นผลสำเร็จเสียทีเดียว เพราะมีการคัดค้านจากอินเดีย จีน และกลุ่มประเทศที่ยังมีการใช้พลังงานจากถ่านหินเป็นหลัก จนในที่สุดแล้ว ประเด็นนี้จึงลดทอนเหลือเป็นการ “ลดการใช้ถ่านหิน” แทน และเพิ่มการสนับสนุนแก่ประเทศยากจนและเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยน โดยการลงนามครั้งนี้ ประเทศในภูมิภาคอาเซียนอย่างเวียดนามก็ได้เข้าร่วมด้วย แต่ประเทศไทยกลับไม่ได้เข้ร่วมในการลงนามนี้
[#ลงนามลดการปล่อยก๊าซมีเทน 30% ในปี 2030]
มีเทนถือเป็นก๊าซอีกหนึ่งประเภทที่ส่งผลต่อสภาวะโลกร้อนมากที่สุด โดยมีที่มาจากทั้งอุตสาหกรรมน้ำมันและเกษตรกรรม โดย 'แถลงการณ์ด้านก๊าซมีเทน' (Global Methane Pledge) ที่นำโดยสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปนี้มีเป้าหมายลดปริมาณการปล่อยก๊าซมีเทนลงอย่างน้อยร้อยละ 30 ของปริมาณในปี 2020 ภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) โดยการลงนามครั้งนี้ ประเทศในภูมิภาคอาเซียนอย่างอินโดนีเซีย ฟิลลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม ก็ร่วมด้วย แต่ประเทศไทยก็ไม่ได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์ฉบับนี้ รวมถึงตัวท็อปในปล่อยก๊าซหลักอย่างจีน รัสเซีย และอินเดีย
[#ลงนามยุติการตัดป่าไม้ ในปี 2030]
ที่ประชุม COP26 ได้ร่วมลงนาม 'แถลงการณ์กลาสโกว์ด้านการอนุรักษ์ป่าไม้' (Glasgow Leaders Declaration on Forest and Land Use) ระหว่างสมาชิก 128 ประเทศในการยุติการทำลายป่าไม้ภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) ซึ่งก็มีประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ จีน ประเทศกลุ่มที่มีพื้นป่ามาก เช่น แคนาดา รัสเซีย บราซิล โคลอมเบีย คองโก และเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างอินโดนีเซียและเวียดนามก็ลงนามด้วย แต่ประเทศไทยเองไม่ได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์ฉบับนี้เช่นกัน โดยให้เหตุผลว่าเห็นด้วยในเป้าหมายการลงนาม แต่ด้วยเวลาที่กระชั้นชิดจึงทำให้เสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีไม่ทัน
[#การประกาศเป้าหมายสู่สังคมไร้คาร์บอน Net Zero]
กว่า 132 ประเทศทั่วโลกได้ตั้งเป้าบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2050 แต่ยังมีประเทศอื่น ๆ ที่เซ็ตเป้าหมายช้ากว่านั้น เช่น ผู้ปล่อยคาร์บอนรายใหญ่อย่างจีนที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2060 หรืออินเดียก็ตั้งเป้าบรรลุ Net Zero ภายในปี 2070 โดยประเทศไทยเองก็ประกาศกำหนดเป้าหมายการเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 และบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2065
[#บทสรุปทิศทางโลก]
โดยสรุปแล้ว จาก 197 ประเทศที่เข้าร่วม COP26 นั้นมี 13 ประเทศที่ลงนามทุกฉบับที่ยกมา ได้แก่ เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี ไอร์แลนด์ อิตาลี เนปาล เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร ไอวอรี่โคสต์ อัลเบเนีย เบลเยียม เซเนกัล และแซมเบีย ประเทศที่ลงนามสามฉบับมี 49 ประเทศ ลงนามสองฉบับ 65 ประเทศ ลงนามเพียงฉบับเดียวมี 49 ประเทศ และมีเพียง 21 ประเทศที่ไม่ลงนามซักฉบับเลย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือประเทศไทย
ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีการลงนามอย่างเป็นรูปธรรมในหลายประเด็น แต่รายงานจาก UNFCCC และ UNEP ชี้ว่าคำมั่นเหล่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งวิกฤตนี้ ต้องมาจับตาดูการประชุม COP27 ในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้กันว่าจะมีการปรับปรุงมาตรการให้เข้มงวดมากขึ้นอย่างไรบ้าง รวมถึงความคืบหน้ามาตรการจากประเทศที่ลงนามสัญญา รวมถึงเพื่อนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่ทันเวลา