โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิเคราะห์แนวโน้มคะแนน Admission 66 คณะไหนคะแนนขึ้น บวกเท่าไหร่ถึงปลอดภัย

Dek-D.com

เผยแพร่ 09 พ.ค. 2566 เวลา 10.26 น. • DEK-D.com
ชวน #dek66 มาดูแนวโน้มคะแนนแอดมิชชั่น วิเคราะห์ตามค่าสถิติคะแนนสอบ TGAT/TPAT, A-Level

สวัสดีค่ะ คะแนน Admission ใน TCAS66 ในมุมนึงจะบอกว่าดูง่ายก็ง่าย แต่จะพูดว่ายากก็ถือว่ายากมากค่ะ ความง่าย คือ สามารถบอกน้องๆ ได้ว่าปีนี้แนวโน้มคะแนนนั้นขึ้นน่าจะทุกคณะ เป็นผลมาจากคะแนนสอบส่วนใหญ่ มีคนทำได้คะแนนสูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว พร้อมกับจำนวนผู้สมัครที่แต่ละวิชาก็มีมากขึ้นด้วย

ส่วนที่บอกว่ายากคือ แม้ว่าจะรู้ว่าคะแนนมีแนวโน้มขึ้น แต่เกณฑ์ของคณะส่วนใหญ่เปลี่ยน ทำให้ไม่สามารถอ้างอิงคะแนนนั้นได้ 100% หรือพุดง่ายๆ ก็คือ รุ่น tcas66 เป็นรุ่นแรกสำหรับเกณฑ์ใหม่จึงไม่มีคะแนนให้เทียบค่ะ เพื่อไม่ให้เสียเวลา น้องๆ คงอยากรู้แล้วว่าคะแนนปีนี้คณะไหนจะขึ้นเยอะหรือน้อย ไปดูกันเลยค่ะ

วิเคราะห์แนวโน้มคะแนน Admission 66 กับรุ่นแรกที่เปลี่ยนเกณฑ์กันแบบสุดๆ

หลังจากที่คะแนน TGAT/TPAT ออกไปเมื่อประมาณต้นปี พี่มิ้นท์เคยทำแนวโน้มไว้บางส่วนแล้ว โดยจะพิจารณาแค่ในส่วนของ TGAT/TPAT พบว่าคะแนนเฟ้ออย่างชัดเจน เพราะคะแนนขึ้นทุกวิชา ที่ขึ้นได้โหดมาก คือ TPAT3, TPAT4 และ TPAT5 ส่วน TGAT และ TPAT2 แม้จะไม่ได้ขึ้นน่ากลัวหลัก 10 คะแนน แต่ก็ถือว่ามีความเฟ้ออยู่พอสมควร โดยเฉพาะ TGAT ที่มีจำนวนคนสอบเยอะขึ้นมาก ใครอยากอ่านเพิ่มเติม ตามไปดูได้ที่ https://www.dek-d.com/tcas/61750/

แนวโน้มคะแนนของ A-Level

สถิติของคะแนน A-Level ปีแรก หากดูที่ค่าสถิติพื้นฐานคะแนนเฉลี่ย จะพบว่า มีวิชาที่ค่ามีนสูงขึ้นถึง 8 วิชา คือ ภาษาไทย สังคมวิทยา ภาษาอังกฤษ ชีววิทยา คณิตศาสตร์ 2 วิทย์ทั่วไป ภาษาเยอรมัน และ ภาษาบาลี

ซึ่งวิชาพื้นฐานหลักๆ ก็มีจำนวนผู้สมัครมากขึ้น ทำให้ช่วงคะแนนในแต่ละช่วงมีจำนวนมากขึ้น พร้อมกับคะแนนสูงๆ ก็มีคนทำได้มากขึ้นด้วย นี่จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะถ้าทุกคนทำได้คะแนนดีกันหมด ก็น่าจะดึงให้คะแนนแอดมิชชั่นสูงขึ้นตามไปด้วย

ส่วนวิชาที่ค่ามีนลดลง คือ คณิตศาสตร์ 1 ฟิสิกส์ เคมี ภาษาฝรั่งเศส ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีนและภาษาเกาหลี แต่ก็ลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แทบไม่มีผล เมื่อเทียบกับส่วนต่างของฝั่งคะแนนเฟ้อ

ช่วงคะแนน A-Level 66

ช่วงคะแนนวิชาสามัญ 65

วิเคราะห์วิชาที่น่าสนใจเป็นพิเศษ

ภาษาไทย คณิตศาสตร์ 1 คณิตศาสตร์ 2 และ ภาษาอังกฤษ

วิชาคณิตศาสตร์ 2

แม้ค่ามีนจะขึ้นมาประมาณ 9 คะแนน และช่วงคะแนนที่เกาะกลุ่มกันจะอยู่ช่วงเดียวกันคือ 10-20 และ 20-30 แต่ถ้ามองจำนวนผู้สมัครที่เพิ่มขึ้นกว่า 70,000 คน ทำให้ปริมาณของคนที่ทำได้แต่ละช่วงคะแนนมีเยอะขึ้นมากค่ะ โดยเฉพาะคนที่ทำคะแนนได้ 50 คะแนนขึ้นไป ปีที่แล้วมีเพียง 422 คน แต่ปีนี้มี 14,000 คนเลยทีเดียว ซึ่งเทียบเท่ากับผู้สมัครคณิต 2 ทั้งประเทศในปีที่แล้ว พูดง่ายๆ ว่า 14,000 คน ถ้าเป็นปีที่แล้วจะได้คะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 0-100 คะแนน แต่ปีนี้ 14,000 คนคือคนที่ได้ 50 คะแนนขึ้นไป

แน่นอนว่าไม่รู้ว่าคนที่สอบวิชานี้จะนำไปใช้คะแนนหรือไม่ แต่คณะสายศิลป์หลายคณะใช้คะแนนคณิต 2 ก็มีแนวโน้มที่มหาวิทยาลัยระดับกลางๆ - ท็อป จะคะแนนพุ่ง เพราะทุกคนมั่นใจในคะแนนของตัวเอง และกล้าเลือกมหาวิทยาลัยดังมากขึ้น และกล้าที่จะเลือก ม.ระดับกลางๆ ไว้ปิดท้ายด้วย

วิชาภาษาอังกฤษ

ด้วยปีนี้ปรับให้เหลือ 4 ตัวเลือก ทำให้ง่ายขึ้น จึงทำให้น้องๆ ได้คะแนนมากขึ้นจนภาพรวมคะแนนของประเทศเพิ่มขึ้นถึง 13 คะแนน และช่วงคะแนนที่เกาะกลุ่มกันก็ขยับมา 1 ช่วงคะแนน คือ จาก 20-30 ปีที่แล้ว มาเป็น 30-40 คะแนน

นอกจากช่วงคะแนนเปลี่ยนแล้ว เมื่อดูจำนวนคนที่ได้มากกว่า 70-100 คะแนน (ซึ่งคะแนนเท่านี้ ใช้ยื่น ม.ดังๆ ได้หลายที่เลย) มีมากถึง 16,466 คน ส่วนปี 65 มีเพียง 1,278 คน! เยอะกว่าปีที่แล้วถึง 12 เท่าค่ะ! และวิชาภาษาอังกฤษก็เป็นวิชาสำคัญทั้งในคณะวิทย์และศิลป์ เรียกว่าใช้เกือบทุกคณะจะถูกกว่า

คณิตศาสตร์ 1

แม้ว่าค่ามีนจะลดลงเล็กน้อย แต่ภาพรวมแทบไม่มีผลอะไรค่ะ เพราะจำนวนคนในแต่ละช่วงคะแนนมีปริมาณใกล้เคียงกับปี 65 แต่ที่น่าสนใจคือ คนที่ทำได้มากกว่า 70 คะแนนมีลดลงกว่าปีที่แล้วประมาณ 300 คน ถ้าจะมีผล ก็อาจจะทำให้คณะที่ใช้คะแนนคณิต 1 ในกลุ่มมหาวิทยาลัยกลาง - Top ลดลงได้นิดหน่อย (แต่ถ้าจับคู่กับวิชาที่เฟ้อมาก น้องๆ จะต้องถ่วงตามค่าน้ำหนักด้วยนะคะ)

ภาษาไทย

ปีนี้ภาพรวมคนทำได้คะแนนเยอะขึ้น จะเห็นว่าคนสอบ 70% (103,655 คน) ได้คะแนนมากกว่า 50 คะแนน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจมากค่ะ และถ้าเจาะที่คนที่ทำคะแนน 70-100 คะแนน มีถึง 13,773 คน เทียบกับปีที่แล้วมี 970 คนเท่านั้น ดังนั้นกลุ่มคณะที่ใช้วิชาภาษาไทยเป็นคะแนนเกณฑ์หลัก มีแนวโน้มที่จะคะแนนขึ้นทุกกลุ่มมหาวิทยาลัย!

แนวโน้มแต่ละคณะ

สำหรับปีนี้ เนื่องจากแต่ละคณะมีการกำหนดองค์ประกอบและเกณฑ์ค่อนข้างหลากหลาย จึงจะขอสรุปเป็นกลุ่มคณะที่มีแนวโน้มคะแนนเฟ้อ

  • กลุ่มที่ใช้ TGAT 100%
  • กลุ่มที่ใช้ TGAT + คณิตศาสตร์ 2
  • กลุ่มที่ใช้ TGAT + คณิตศาสตร์ 2 + ภาษาอังกฤษ
  • กลุ่มที่ใช้ TGAT + TPAT3
  • กลุ่มที่ใช้ TGAT + TPAT4
  • กลุ่มที่ใช้ TGAT + TPAT5
  • กลุ่มที่ใช้ ภาษาอังกฤษ (น้ำหนักเยอะ)

อย่างไรก็ตาม ใน 1 คณะ ส่วนใหญ่จะมีองค์ประกอบมากกว่า 2 วิชา ก็จะต้องถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วนจริงด้วย นั่นหมายความว่า กลุ่มคณะข้างต้น แม้คะแนนจะมีแนวโน้มขึ้นสูง แต่ถ้ามีการใช้วิชาที่คะแนนฝืด ก็จะถัวๆ ลดความเฟ้อลงได้นิดหน่อยนั่นเองค่ะ

ตัวอย่างการคาดการณ์กลุ่มคณะต่างๆ ในปี 66

**โปรดใช้วิจารณญาณ เนื่องจากคำนวณโดยอ้างอิงสถิติเป็นหลัก ยังไม่รวมปัจจัยเรื่องความนิยม หรือการเปลี่ยนแปลงจำนวนรับภายหลัง

สรุปจากรายการเซฟโซน วิเคราะห์แนวโน้มคะแนนปี 66 คะแนนบวกเท่าไหร่ ถึงจะปลอดภัย สรุปแนวโน้มบางคณะ ดังนี้ (คะแนนบวก หมายถึงบวกจากคะแนนต่ำสุดปีที่แล้ว)

  • คณะ กสพท แนวโน้มขึ้น 4-6 คะแนน โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยยอดนิยม
  • สัตวแพทยศาสตร์ นอก กสพท คะแนนมีสิทธิ์ลดลง ประมาณ 1 คะแนน (ควรเผื่อไว้ บวก 2-3 คะแนน)
  • เภสัชฯ ม.พะเยา นอก กสพท น่าจะขึ้นประมาณ 10 คะแนน
  • วิศวะฯ (รวม) จุฬาฯ บวก 4-5 คะแนน
  • วิศวะฯ คอมฯ จุฬาฯ บวก 9-10 คะแนน
  • มนุษยฯ ภาษาอังกฤษ ม.เกษตรฯ บวกประมาณ 10 คะแนน
  • บัญชี จุฬาฯ บวก 15-20 คะแนน
  • สถาปัตย์ จุฬาฯ บวก บวก 15-20 คะแนน
  • สหเวชฯ เทคนิคการแพทย์ จุฬา ลบประมาณ 3 คะแนน (หากเผื่อไว้ประมาณ +5 น่าจะปลอดภัย)
  • กายภาพ ม.มหิดล บวก 5-10 คะแนน
  • วิทยาฯ เคมี บวก 10-15 คะแนน
  • อักษรฯ จุฬาฯ บวก 5-10 คะแนน
  • นิเทศฯ จุฬาฯ เลือกภาษาต่างประเทศ คะแนนทรงๆ
  • รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เลือกภาษาต่างประเทศ คะแนนทรงๆ
  • ครุศาสตรฯ ประถมศึกษา จุฬาฯ บวกประมาณ 15-20 คะแนน
  • เศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ 5-10 คะแนน
  • พยาบาลฯ บวกประมาณ 5 คะแนน
  • วารสาร มธ. บวก 10-15 คะแนน
  • ศิลปศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ บวก 15-20 คะแนน
  • บัญชี ม.เกษตร บวก 10-15 คะแนน

ดูคลิปรายการเซฟโซน

ทั้งหมดนี้เป็นการคาดการณ์จากแนวโน้มจากค่าสถิติเท่านั้น แต่ในการประมวลผลจริง ยังมีปัจจัยอื่นที่ควบคุมไม่ได้ เช่น จำนวนคนที่สมัคร ถ้ามีคนสมัครจำนวนมาก ก็ยิ่งเป็นตัวดันให้คะแนนสูงขึ้นเพราะมีการแข่งขันสูง ในขณะที่บางคณะ ถ้าดูจากองค์ประกอบที่ใช้ มีแนวโน้มขึ้น แต่ถ้าไม่มีคนสมัครหรือสมัครน้อยมาก ก็ทำให้คะแนนต่ำได้เพราะการแข่งขันต่ำนั่นเอง

อ่านเรื่องก่อนหน้า

อ่านเรื่องต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...