โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ครูไทย’ แบกภาระ ‘งานอื่น’ มากกว่า ‘การสอนในห้องเรียน’ กระทบ ‘คุณภาพการศึกษาไทย’ โจทย์ใหญ่ที่รัฐต้องรีบแก้

THE STATES TIMES

อัพเดต 10 ก.ย 2567 เวลา 11.17 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2567 เวลา 14.15 น. • Hard News Team

การพัฒนาคุณภาพครูเป็นภารกิจสำคัญของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษามาทุกยุค ทุกสมัย เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพของประชาชนในประเทศ และเป็นกระดุมเม็ดแรกในการแก้ไขปัญหา ‘โง่ จน เจ็บ’ ที่เป็นปัญหาคาราคาซังฝังรากลึกของสังคมไทยเสมอมา

แม้ในนโยบายคณะรัฐมนตรีที่นำโดย ‘นางสาวแพทองธาร ชินวัตร’ นายกรัฐมนตรีหญิงคนปัจจุบัน จะไม่ได้กล่าวถึง ‘การพัฒนาคุณภาพครู’ โดยตรง แต่การแถลงนโยบายมีส่วนที่พูดถึงปัญหาของการพัฒนาคุณภาพประชาชนชาวไทยไว้อย่างตรงประเด็นว่า…

“คุณภาพและทักษะแรงงานของไทยส่วนใหญ่อยู่ในระดับต่ำ เยาวชนและประชากรวัยแรงงานที่มีความรู้ อ่านออกเขียนได้ขั้นพื้นฐานต่ำกว่าเกณฑ์ถึงร้อยละ 64.7 คะแนนวัดผล PISA ของเด็กไทยต่ำสุดในรอบ 20 ปีในทุกทักษะ”

แต่ก็มีชุดนโยบายเกี่ยวกับการศึกษาติดตามมาเป็นจำนวนไม่น้อย ซึ่งงานของรัฐบาลจะสำเร็จได้ต้องอาศัยกลไกที่สำคัญคือ ครู ที่เป็นกระดุมเม็ดแรก

>>แล้วขณะนี้ ‘ครู’ มีปัญหาในด้านการเรียนการสอนอย่างไรบ้าง?

ในการสำรวจกิจกรรมภายนอกชั้นเรียนที่กระทบต่อการจัดการเรียนการสอนของครู โดย สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ระบุว่า…ครูต้องใช้เวลากับกิจกรรมภายนอกชั้นเรียนที่ไม่ใช่การจัดการเรียนการสอนเฉพาะวันธรรมดาถึง 84 วัน หรือคิดเป็น 42% จากการสำรวจนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่ทำให้การพัฒนาการเรียนการสอนเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหนึ่งงานวิจัย คือ การวิเคราะห์ผลของการใช้เวลาในการปฏิบัติภาระงานสอนที่มีต่อประสิทธิภาพการสอนของครูในสังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดย ผศ.ดร.จุไรรัตน์ สุดรุ่ง และนางสาวพรทิพย์ ทับทิมทอง โดยในงานวิจัยชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่า อุปสรรคของการทำหน้าที่ครูมาจาก 6 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. ภาระหนักนอกเหนือจากการสอน
2. จำนวนครูไม่เพียงพอ ต้องทำการสอนที่ไม่ตรงกับวุฒิ
3. ขาดทักษะด้านไอซีที
4. ครูรุ่นใหม่ขาดจิตวิญญาณ ขณะที่ครูรุ่นเก่าไม่ปรับตัว
5. ครูสอนหนักส่งผลให้เด็กเรียนมากขึ้น
6. ขาดอิสระในการจัดการเรียนการสอน

จะเห็นได้ว่าปัญหาที่มาเป็นอันดับหนึ่ง คือ ครูมีภาระงานอื่นนอกเหนือจากการสอนหนักไป โดยภาระงานส่วนนี้มีทั้งการทำธุรการต่าง ๆ การเตรียมความพร้อมรับการประเมินที่มีจำนวนมาก ตลอดจนการทำหน้าที่อื่น ๆ ควบคู่กับการสอนหนังสือ

>>แล้วครูไทยจะหลุดพ้นจากปัญหา ‘ใช้เวลานอกห้องเรียนเยอะเกินไป’ ได้อย่างไร

สำหรับประเด็นนี้ จุไรรัตน์ สุดรุ่ง และผัสสพรรณ ถนอมพงษ์ชาติ ได้ระบุไว้ในหัวข้อ ‘การพัฒนาครู : แก้ปัญหาให้ตรงจุด Teacher Development: Solution to the Point’ โดยเสนอแนวทางแก้ปัญหาไว้ 6 ข้อดังนี้

1. คืนครูสู่ห้องเรียน ให้ครูมีหน้าที่สอน ดูแลพัฒนานักเรียนเพียงอย่างเดียว รับผิดชอบนักเรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น ซ่อมเสริมนักเรียนที่มีปัญหาให้มีพัฒนาการที่เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม

2. ให้มีฝ่ายบุคลากรสนับสนุนการศึกษาที่ทำหน้าที่ธุรการ การเงิน พัสดุหรืองานสนับสนุนฝ่ายต่าง ๆ รวมทั้งงานแผนงาน งานประกันคุณภาพภายในโรงเรียน และควรกำหนดมาตรฐานวิชาชีพให้เขาได้มีความก้าวหน้าในสายงานที่ปฏิบัติที่แตกต่างไปจากมาตรฐานวิชาชีพครู

3. กำหนดนโยบายให้โรงเรียนจัดการนิเทศภายในอย่างชัดเจนเป็นระบบ มีการกำกับติดตามและประเมินจากหน่วยงานภายนอก

4. กำหนดให้ครูต้องสอบวัตประเมินความรู้ทั้งด้านเนื้อหาวิชาที่สอน วิธีการสอบทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและทักษะด้านการใช้เทคโนโลยีทุก 3 ปี

5. จัดตั้งศูนย์การพัฒนาครูในเขตพื้นที่การศึกษา มอบหมายให้หน่วยศึกษานิเทศก์เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ กำกับติดตามโดยสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน

6. กำหนดให้มีการประเมินการจัดการเรียนการสอนของครูทุกสิ้นปีการศึกษา โดยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการประเมิน และครูต้องนำผลการประเมินไปใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนให้เห็นผลในเชิงประจักษ์

และแน่นอนว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนการคืนครูให้นักเรียน คือ นโยบายต้องชัดเจน ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามการเมืองในแต่ละยุค มีมาสเตอร์แพลนที่ชัดเจน ไม่เช่นนั้นแล้ว ‘การคืนครูให้นักเรียน’ จะยังคงเป็นภาพฝันในจินตนาการไปอีกนานเท่านาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...