โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กัมพูชาเร่งสำรวจกำแพงหาหลักฐาน'กุนขแมร์' ส่วนฮุน เซน ขอไทยจดทะเบียนวัฒนธรรมร่วม

The Better

อัพเดต 08 ก.ย 2567 เวลา 06.34 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2567 เวลา 04.35 น. • THE BETTER

สำนักข่าว Phnom Penh Post ของกัมพูชา รายงานว่ากระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และกีฬาได้เริ่มดำเนินการรวบรวมบันทึกและหลักฐานศิลปะการต่อสู้โบราณของราชอาณาจักรที่แกะสลักไว้ตามผนังปราสาทหินโบราณต่างๆ ทั่วจังหวัดเสียมเรียบ

โครงการ “การเดินทางสู่นครวัดเพื่อเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ของเขมร” ซึ่งดำเนินการโดยกรมกีฬาของกระทรวง ได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม

กระทรวงฯ ระบุว่าโครงการนี้มุ่งหวังที่จะรวบรวมหลักฐานและบันทึกดั้งเดิมของศิลปะการต่อสู้โบราณก่อนจะรวบรวมเป็นเอกสารอย่างเป็นทางการสำหรับคนรุ่นต่อไปของกัมพูชา โดยรับรองว่าหลักฐานเหล่านี้จะไม่สูญหายไปตามกาลเวลา

ธิน วิเชต หัวหน้าศูนย์สถิติและไอซีทีกีฬาแห่งชาติ กล่าวในงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่เมืองเสียมเรียบว่า “สำนักงานได้จัดตั้งสำนักงานกีฬาตามขนบประเพณี (Traditional Sports Office) ขึ้น ซึ่งมีหน้าที่ค้นคว้าและรวบรวมกีฬาดั้งเดิมที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของมนุษยชาติ หากเราไม่รวบรวม กีฬาเหล่านี้อาจสูญหายจากรุ่นสู่รุ่น”

ทั้งนี้ สำนักงานได้จัดทริปวิจัยเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 28-29 สิงหาคม โดยมีตัวแทนกุนแขมร์ (มวยเขมร) 4 คน และสมาชิกหลายคนของทีมศิลปะการต่อสู้กุนลบกกะตาว (มวยทุบสิงโต) เข้าร่วม โดยทำการวิจัยโดยตรงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และเทคนิคของศิลปะการต่อสู้เขมรโบราณ ซึ่งปรากฏตามผนังของปราสาทหินต่างๆ ในอุทยานโบราณคดีนครวัด

Phnom Penh Post รายงานว่า การวิจัยเบื้องต้นในครรั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับกุนแขมร์ (มวยเขมร) เป็นหลัก ก่อนที่การสำรวจครั้งต่อไปจะขยายและสำรวจศิลปะการต่อสู้ของเขมรแบบดั้งเดิมอื่นๆ

ด้านสำนักข่าว RFI ภาคภาษาเขมรรายงานว่า ในระหว่างการหารือกับเอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชา ซึ่งสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งในกัมพูชาเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2567 ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้ขอให้ฝ่ายไทยพิจารณาจดทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมบางส่วนร่วมกับกัมพูชา

ฮุน เซน อธิบายว่าข้อเสนอดังกล่าวมีขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการถือครองร่วมกันของมรดกทางวัฒนธรรมเหล่านั้น และเพื่อแสดงความสามัคคีและเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นต่อไป ซึ่งนเรื่องนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมเห็นด้วยกับประธานวุฒิสภากัมพูชา

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว RFI ตั้งคำถามว่า "แต่กัมพูชาจะได้ประโยชน์อะไรจากการจดทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมบางส่วนร่วมกับไทย?"

อย่างไรก็ตาม มีความเห็นของผู้ติดตามข่าวของสำนักข่าว RFI แสดงความไม่พอใจกับการเสนอจดทะเบียนวัฒนธรรมร่วม เช่น ชาวกัมพูชาที่ชื่อ Put Rychat แสดงความเห็นว่า "เราพูดมาเสมอว่าพวกนั้น (ไทย) เป็นโจร ถ้าตกลง (จดทะเบียนวัฒนธรรม) ร่วมกันก็เท่ากับโจรได้ 50%"

ชาวกัมพูชาอีกคนที่ชื่อ Sela KP บอกว่า "ในช่วงหลังนี้ ไม่เพียงรัฐบาลกัมพูชาจะรักษาสิ่งที่บรรพบุรุษเขมรสร้างเอาไว้ได้เท่านั้น แต่กลับเสนอให้จดทะเบียนร่วมกับโจร ไม่เข้าใจว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่ และอยากรู้ว่าจะคิดอย่างไร มีสมองหรือเปล่า? ทำเป็นผู้จัดการแล้วยังกลัวโจรกระจอก ถ้าคนเขมรร่วมกันด้วยความแข็งแกร่ง ก็จะทำให้ชนชาติอื่นหวาดกลัวและขวัญผวาได้"

คนกัมพูชาที่ชื่อ Art Phearith ชี้ว่า "เขมรก็คือเขมร ไทยก็คือไทย ทำไมต้องเอามารวมกันด้วย เป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผลที่มรดกของบรรพบุรุษชาวกัมพูชาที่ไว้ทิ้งให้ลูกหลานชาวกัมพูชาจะได้รับการดูแลากรัฐบาล"

Photo credit - Jean-Pierre Dalbéra from Paris, France - Bas-reliefs du Bayon (Angkor) / CC BY 2.0

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...