โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"เลกิ๊ป" เปิดสาเหตุที่แท้จริงของโรคกระเพาะอักเสบของเอ็มบัปเป้

PPTV HD 36

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 11.34 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 11.00 น.
เลกิ๊ป L'Equipe สื่อดังจากฝรั่งเศส เปิดสาเหตุที่แท้จริงเกี่ยวกับอาการป่วยกระเพาะอักเสบของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ส่งผลให้นักเตะพลาดลงสนามหลายเกมและน้ำหนักลดไป 6 กิโลกรัม

เอ็มบัปเป้ ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลด้วยอาการโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบเฉียบพลันในช่วงเริ่มต้นของทัวร์นาเมนต์ หลังรู้สึกไม่สบายจนไม่สามารถออกจากห้องพักของโรงแรมได้ จนพลาดลงสนามเกมเสมอกับ อัล ฮิลาล 1-1 เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา

L'Equipe สื่อดังของฝรั่งเศส เปิดเผยว่าปัญหาที่กระเพาะอาหารเกิดจากเอ็มบัปเป้ ทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อไม่นานก่อนเดินทางไปสหรัฐอเมริกา

เอ็มบัปเป้ เริ่มรู้สึกไม่สบายก่อนเดินทางและมีอาการขาดน้ำ แต่ขณะที่นักเตะอยู่ในสหรัฐอเมริกา อาการกลับแย่ลง โดยเริ่มรู้สึกคลื่นไส้ มีไข้ และปวดท้อง ทำให้ต้องนอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล และผลการทดสอบทางการแพทย์วินิจฉัยว่ามีอาการอาหารเป็นพิษอันเป็นผลจากแบคทีเรียในอาหารประเภทสัตว์ปีกที่เอ็มบัปเป้กินเข้าไป

จากอาการป่วยทำให้ ดาวยิงซูเปอร์สตาร์ของเรอัล มาดริด น้ำหนักลดลงไปทั้งหมด 6 กิโลกรัม เป็นสาเหตุให้พลาดลงสนาม 3 นัดแรกของฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก โดยแข้งวัย 25 ปี กลับมาลงสนามได้อีกครั้งในฐานะตัวสำรองในเกมที่เอาชนะ ยูเวนตุส 1-0 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย และสำรองลงมายิงประตูจักรยานอากาศเกมชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 3-2 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ

สำหรับโปรแกรมคืนนี้ เรอัล มาดริด จะพบกับ เปแอสเช กลางดึกวันพุธที่ 9 กรกฎาคม 2568 เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ทรัมป์" คอนเฟิร์มเตรียมเข้าชมนัดรอบชิงชนะเลิศ ศึกสโมสรโลก 2025

โปรแกรมฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2025 ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ครบทุกนัด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "เลกิ๊ป" เปิดสาเหตุที่แท้จริงของโรคกระเพาะอักเสบของเอ็มบัปเป้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...