โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

4 กรณี ก.ศ.ร.กุหลาบ 4 ข้อกล่าวหาใหญ่

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 02.54 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 02.54 น.

บทความพิเศษ | ธงชัย วินิจจะกูล

4 กรณี ก.ศ.ร.กุหลาบ

4 ข้อกล่าวหาใหญ่

กรณีที่หนึ่ง เมื่อ พ.ศ.2426 ตีพิมพ์หนังสือ “คำให้การขุนหลวงหาวัด” ออกจำหน่าย เป็นที่ฮือฮาในบรรดาผู้ที่นิยมหนังสือเก่าและผู้ใฝ่ใจศึกษาเรื่องโบราณ แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยทอดพระเนตรเอกสารโบราณต้นฉบับมาก่อนแล้ว

จึงทรงทราบว่า “คำให้การขุนหลวงหาวัด” ของกุหลาบเป็นฉบับดัดแปลงแต่งเติมจากเอกสารโบราณซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักในขณะนั้น

พระองค์ไม่พอพระราชหฤทัยอย่างเห็นได้ชัด

ในพระราชนิพนธ์ “พระราชพิธีสิบสองเดือน” หลายปีต่อมา (พ.ศ.2432) ระบุว่า

“จดหมายขุนหลวงหาวัด” (ฉบับพิมพ์) พิสดารฟั่นเฝือเหลือเกิน จนจับได้ชัดเสีย แล้วว่ามีผู้แทรกแซมความแต่งขึ้นใหม่ (ถ้าเป็นของเดิมจริง) ก็จะเป็นที่พึงใจเหมือนหนึ่งทองคำเนื้อบริสุทธิ์ซึ่งเกิดจากตำบลบางตะพาน

แต่นี่เมื่อมีผู้ส่งทองให้ดู บอกว่าทองบางตะพานแต่มีธาตุอื่นๆ เจือปนจนเป็นทองเนื้อต่ำ ถึงว่าจะมีทองบางตะพานเจือปนอยู่บ้างจริงจะรับได้หรือว่าทองทั้งก้อนนั้นเป็นทองบางตะพาน

ผู้ซึ่งทำลายของแท้ให้ปนด้วยของไม่แท้เสียเช่นนี้ก็เหมือนปล้นลักทรัพย์สมบัติของเราทั้งปวง ซึ่งควรจะได้รับ แล้วเอาสิ่งที่ (ไม่) บริสุทธิ์ลงเจือปนเสียจนขาดประโยชน์ไป เป็นที่น่าเสียดายยิ่งนัก

ไม่ควรเลยที่ผู้ใดซึ่งรู้สึกตัวว่าเป็นคนรักหนังสือจะประพฤติเช่นนี้

หนังสือนี้จะคลาดเคลื่อนมาจากแห่งใด ก็หาทราบไม่ แต่คงเป็นของซึ่งไม่บริสุทธิ์เห็นได้ถนัด”

อย่างไรก็ตาม ไม่มีการสอบสวนหรือหาข้อเท็จจริงเพื่อลงโทษกุหลาบในกรณีนี้

เป็นไปได้ว่าพระองค์ยังไม่ได้ทรงปักใจเชื่อว่าเป็นฝีมือของกุหลาบ

ตรงกันข้าม ชื่อเสียงของกุหลาบซึ่งเริ่มปรากฏตั้งแต่ พ.ศ.2424 ในฐานะผู้รู้เรื่องเก่าๆ และมีหนังสือโบราณไว้ในครอบครองจำนวนมากยังคงขจรขจายต่อไป

เข้าใจว่าเพราะยังไม่มีกรณีที่รู้จักกันดีว่าเขาทำความเสียหายตรงไหน

สถานะ ก.ศ.ร.กุหลาบ

หอสมุด พระวชิรญาณ

พ.ศ.2427 เขาได้รับเชิญให้เข้าเป็นสมาชิกหอพระสมุดวชิรญาณซึ่งเป็นสโมสรเฉพาะ (exclusive) ของปัญญาชนไฮโซในขณะนั้น สามัญชนคนธรรมดาไม่มีสิทธิ์เป็นสมาชิก

สมเด็จฯ กรมหลวงพิชิตปรีชากร นายกหอพระสมุดวชิรญาณเสนอให้กุหลาบเป็นผู้ช่วยเหรัญญิกด้วยซ้ำไป

แต่ “มนันยา” นักเขียนซึ่งสืบตระกูลจาก ก.ศ.ร.กุหลาบ ระบุในหนังสือซึ่งเขียนและพิมพ์เผยแพร่เมื่อปี 2539 ว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

“ทรงรังเกียจ (เพราะ) มิใช่เจ้าและมิใช่ขุนนาง ทั้งมิใช่คนที่ทรงคุ้นเคย”

จึงแก้ปัญหาด้วยการยกเลิกตำแหน่งผู้ช่วยเหรัญญิกนี้ไปเสียเลย

ไม่ชัดเจนว่าพระองค์ทรงตระหนักถึงพฤติกรรมของ ก.ศ.ร.กุหลาบแล้ว ตั้งแต่ขณะนั้นหรือเพียงแค่สงสัย

ความคลาดเคลื่อน เนื่องแต่

การ พระราชทานเพลิงศพ

กรณีที่ 2 เมื่อปลาย พ.ศ.2443 (ร.ศ.119 หากนับตามปฏิทินปัจจุบันจะตกในราว ค.ศ.1901 หรือ พ.ศ.2444) กุหลาบตีพิมพ์ข้อเขียนในวารสาร “สยามประเภท” ของเขา อธิบายระเบียบการพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ

โดยอธิบายธรรมเนียมที่เขาอ้างว่ามีมาแต่โบราณแต่กลับปรากฏว่าผิด พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดฯ ให้มีการไต่สวน

ทีแรกกุหลาบอ้างว่าเอามาจากตำรา 65-70 เล่มที่ตนอ่าน

และอ้างด้วยว่าได้ยินได้ฟังจากผู้หลักผู้ใหญ่

แต่ในที่สุด กรมขุนพิทยลาภพฤฒิธาดา เสนาบดีกระทรวงวัง สรุปในรายงานการไต่สวนว่า กุหลาบสารภาพว่าไม่มีหนังสือ 65-70 เล่มดังกล่าวอ้าง

และไม่พบผู้ใหญ่ที่เป็นแหล่งความรู้ของกุหลาบในเรื่องดังกล่าว

ความผิดของกุหลาบในกรณีนี้โดยสรุปก็คือ “ไม่มีมูลความจริงเลย…นายกุหลาบเรียบเรียงโดยเดาขึ้นทั้งสิ้น”

ผลการไต่สวนตีพิมพ์ใน “ราชกิจจานุเบกษา” ฉบับวันที่ 31 มีนาคม ร.ศ.119

ในเชิงอรรถของ ธงชัย วินิจจะกูล อธิบายว่า เป็นราชกิจจานุเบกษา เล่ม 17,770-73,31 มีนาคม ร.ศ.119 ซึ่งเท่ากับ 31 มีนาคม พ.ศ.2443 ตามปฏิทินเดิม หรือเท่ากับ พ.ศ.2444 (ค.ศ.1901) ตามปฏิทินปัจจุบัน”

ซึ่ง ธงชัย วินิจจะกูล เห็นว่า เป็นการประจาน ก.ศ.ร.กุหลาบ แต่ไม่มีการลงโทษอย่างอื่น

ภาวะ คลาดเคลื่อน ประวัติ

สมเด็จพระสังฆราช (สา)

กรณีที่ 3 ในระยะวันเดือนปีเดียวกันนั้นเอง กุหลาบเขียนและตีพิมพ์พระประวัติ สมเด็จพระสังฆราชปุสสเทว (สา) แถมยังทูลเกล้าฯ ถวาย 2,000 ฉบับ เพื่อเป็นหนังสือสำหรับงานพระเมรุของสมเด็จพระสังฆราชฯ

พระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่า กุหลาบคงต้องการโฆษณาตัวเอง อวดว่ารู้จักสมเด็จพระสังฆราชดี แต่กลับเต็มไปด้วยข้อความน่าสงสัยและผิดๆ

จึงทรงโปรดฯ ให้ตั้งกรรมการสอบสวน โดยมี สมเด็จฯ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงเป็นประธาน ผลการสอบสวนเห็นว่ากุหลาบทำความผิดถึง 7 ประการเกี่ยวกับข้อเท็จจริงของพระประวัติของสมเด็จพระสังฆราชที่เขาเรียบเรียงขึ้น

หนังสือของกุหลาบจึงไม่ควรเป็นที่เชื่อถืออีกต่อไปเพราะเต็มไปด้วยความเท็จ

นอกจากนี้ การที่กุหลาบกล้าถวายหนังสืออันเป็นความเท็จยังถือว่าเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอีกด้วย แต่พระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โทษจำคุกเป็นเพียงภาคทัณฑ์ไว้

ด้วยทรงมีพระเมตตาว่ากุหลาบเป็นคนชราอายุมากแล้ว

พระเจ้าแผ่นดิน สุโขทัย

จาก ปิ่นเกษ จุลปิ่นเกษ

กรณีที่ 4 เมื่อ พ.ศ.2449 “สยามประเภท” ตีพิมพ์เรื่องแต่งของกุหลาบว่าครั้งสุโขทัยเป็นราชธานี มีพระเจ้าแผ่นดินทรงพระนามว่า พระปิ่นเกษ และพระองค์ต่อมาทรงพระนามว่า พระจุลปิ่นเกษ โดยในรัชสมัยหลังนี้สุโขทัยต้องเสียพระนครแก่กรุงศรีอยธยา

พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงกริ้ว เพราะเป็นการแปลงพระนามของพระองค์ไปเกี่ยวข้องกับการเสียบ้านเสียเมือง

กุหลาบถูกลงโทษ “ไปคุมไว้ที่โรงเลี้ยงบ้า 7 วัน แล้วปล่อยตัวไป”

พฤติกรรมทำนองนี้ของกุหลาบน่าจะมีอีกหลายกรณีแต่ไม่เป็นที่กล่าวขวัญถึง เพราะเขามีผลงานเขียนและตีพิมพ์เรื่องราวต่างๆ นานร่วม 40 ปี (หากนับจากนิราศอีสาน พ.ศ.2422 ถึงสิ้นชีวิต 2462)

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 4 กรณี ก.ศ.ร.กุหลาบ 4 ข้อกล่าวหาใหญ่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...