โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราชทัณฑ์ยัน “เสก โลโซ” ไม่ได้ออกเล่นดนตรี นอกเรือนจำฯ วันนี้

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 03.12 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรมราชทัณฑ์ 4 มิ.ย. – จากกรณีที่ “เก๋ วิรังรอง แสงสายทิม” น้องสาวของ “กานต์ วิภากร” ภรรยาเสก โลโซ ได้โพสต์เฟซบุ๊กแจ้งข่าวว่าในวันที่ 4 มิ.ย.68 นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ “เสก โลโซ” เตรียมออกมาร้องเพลงข้างนอกเรือนจำฯ นั้น

พ.ต.ท.เชน กาญจนาปัจจ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ โฆษกกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงว่ายังไม่มีการส่งเรื่องจากเรือนจำพิเศษมีนบุรีมายังกรมราชทัณฑ์เพื่อให้พิจารณา ยืนยันไม่มีการออกมาเล่นดนตรีข้างนอกเรือนจำแต่อย่างใด โดยเสก โลโซ ยังถูกควบคุมอยู่ภายในเรือนจำตามปกติ เป็นนักโทษชั้นกลาง และคณะกรรมการเลื่อนชั้น กรมราชทัณฑ์ เป็นผู้ประเมินและพิจารณาเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาดตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในระเบียบกรมราชทัณฑ์ ทุก ๆ 6 เดือน

ด้านนางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผบ.เรือนจำจังหวัดนนทบุรี รองโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า เสก ต้องโทษเกิน 3 ปี การพิจารณาเลื่อนชั้นจะประเมิน ปีละ 2 ครั้ง ตอนนี้เป็นนักโทษชั้นกลาง โดยจะมีการพิจารณาในเดือน ธ.ค.68 ส่วนการออกมาเล่นดนตรีข้างนอกเรือนจำฯ ถือเป็นโครงการทักษะพิเศษ ต้องจำคุกมาแล้ว 1 ใน 3 หรือ ทำประโยช์แก่สาธารณะนอกเรือนจำ ก็สามารถนำมาพิจารณาได้ตามอำนาจ ผบ.เรือนจำฯ ส่งเรื่องมากรมราชทัณฑ์ พิจารณา แต่ถ้าโทษเกิน 10 ปี เป็นอำนาจอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ประเมิน

ทั้งนี้ ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการคัดเลือกนักโทษเด็ดขาดจ่ายออกทำงานนอกเรือนจำ ประเภทความสามารถหรือทักษะพิเศษ พ.ศ.2563 เพื่อให้การพิจารณาคัดเลือกนักโทษเด็ดขาดจ่ายออกทำงานนอกเรือนจำประเภทความสามารถหรือทักษะพิเศษเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย อันจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังให้มีโอกาสปรับตัวใช้ชีวิตร่วมกับสังคมภายนอกได้ และบังเกิดผลดีแก่ทางราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 ประกอบมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 อธิบดีกรมราชทัณฑ์จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการคัดเลือกนักโทษเด็ดขาดจ่ายออก ทำงานนอกเรือนจำประเภทความสามารถหรือทักษะพิเศษ พ.ศ. 2563”

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการคัดเลือกนักโทษเด็ดขาดจ่ายออกทำงานนอกเรือนจำประเภทความสามารถหรือทักษะพิเศษ พ.ศ.2561

ข้อ 4 บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือหนังสือสั่งการอื่นใดของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อ 5 ในระเบียบนี้ “เรือนจำ” หมายความรวมถึง ทัณฑสถาน หรือสถานที่ควบคุมตัวผู้ต้องขังอื่นใดในสังกัดกรมราชทัณฑ์ “ผู้บัญชาการเรือนจำ” หมายความรวมถึง ผู้อำนวยการทัณฑสถาน หรือหัวหน้าผู้ดูแลสถานที่ควบคุมตัวผู้ต้องขังอื่นใดในสังกัดกรมราชทัณฑ์ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมราชทัณฑ์

ข้อ 6 นักโทษเด็ดขาดที่จะออกทำงานนอกเรือนจำ ซึ่งลักษณะงานจำต้องใช้ความสามารถหรือทักษะพิเศษของนักโทษเด็ดขาดผู้นั้น การพิจารณาคัดเลือกจ่ายออกทำงานนอกเรือนจำตามอำมอำนาจของผู้บัญชาการเรือนจำต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ (1) อายุ 18 ปีขึ้นไป (2) เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลางขึ้นไป มีความประพฤติดี มีความอุตสาหะในการทำงานจนเกิดผลดี (3) ไม่อยู่ระหว่างถูกลงโทษทางวินัย หรือถูกลงโทษทางวินัยในรอบ 6 เดือน ก่อนออกทำงานนอกเรือนจำประเภทความสามารถหรือทักษะพิเศษ (4) ไม่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอาญาซึ่งได้กระทำผิดระหว่างถูกคุมชังในเรือนจำ (5) ไม่มีพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าเมื่อจ่ายออกไปแล้วอาจจะหลบหนีหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ (6) ได้รับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของกำหนดโทษตามหมายแจ้งโทษครั้งหลังสุด และเหลือโทษจำคุกต่อไปไม่เกิน 10 ปี

ข้อ 7 กรณีต่อไปนี้ให้เรือนจำเสนอมากรมราชทันฑ์เพื่อ อธิบดีพิจารณาอนุมัติก่อนที่จะจ่ายออกไปทำงานนอกเรือนจำ (1) นักโทษเด็ดขาดที่เป็นหญิง (2) นักโทษเด็ดขาดที่มีคุณสมบัตินอกจากที่กำหนดไว้ตามข้อ 6 (3) นักโทษเด็ดขาดที่กระทำความผิดในคดีเดียวกัน (คู่คดี) (4) นักโทษเด็ดขาดซึ่งต้องโทษในลักษณะความผิดดังต่อไปนี้ ก.ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชยาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 107 – มาตรา 135 ข.ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1 – มาตรา 135/4 ค.ความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสาม มาตรา 277 ทวิ มาตรา 277 ตรี มาตรา 280 มาตรา 282 และมาตรา 283 ง.ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 มาตรา 292 และมาตรา 298 จ.ความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ฉ.ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ช.ความผิดอื่นตามที่อธิบดีกำหนด (5) อยู่ระหว่างถูกอายัดตัวเพื่อดำเนินคดีอื่น (6) มีโทษกักขังต่อจากโทษจำคุก (7) กรณีอื่นๆ ตามที่กรมราชทัณฑ์กำหนด

ข้อ 8 นักโทษเด็ดขาดที่ได้รับตัดเลือกให้ออกทำงานนอกเรือนจำ หากปรากฎพฤติการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ให้เจ้าพนักงานเรือนจำผู้ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานสั่งงดการทำงานและส่งตัวนักโทษเด็ดขาดผู้นั้นกลับเข้าเรือนจำทันที (1) สมคบกับผู้อื่นก่อความไม่สงบเรียบร้อย (2) ทำร้ายหรือพยายามทำร้ายเจ้าพนักงานเรือนจำ ผู้ช่วยเหลือ หรือบุคคลอื่น (3) ใช้โอกาสจากการทำงามพยายามหลบหนีหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี (4) ขัดคำสั่งซึ่งหน้าของเจ้าพนักงานเรือนจำผู้ทำหน้าที่ควบคุม (5) จงใจก่อความเสียหายต่อกิจการหรือทรัพย์สินของเรือนจำ (6) มีพฤติการณ์แสดงให้เห็นถึงความเกียจคร้าน ไม่ตั้งใจทำงาน หรือจงใจหลีกเลี่ยงงาน (7) มีเหตุอันควรสงสัยว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งของต้องห้ามเข้าเรือนจำ

ข้อ 9 การดำเนินการตามข้อ 6 และ ข้อ 7 ให้เรือนจำตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คนทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกนักโทษเด็ดขาดออกทำงานนอกเรือนจำประเภทความสามารถหรือทักษะพิเศษ เสนอผู้บัญชาการเรือนจำเพื่อพิจารณาอนุมัติหรือสั่งการต่อไป

การคัดเลือกให้พิจารณานักโทษเด็ดขาดที่เหลือโทษจำคุกน้อยที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดเป็นอันดับแรก เว้นแต่กรณีมีเหตุพิเศษอื่น และต้องคำนึงถึงสุขภาพ อายุ สติปัญญา ฝีมือ และอุปนิสัยของนักโทษเด็ดขาดด้วย

ข้อ 10 นักโทษเด็ดขาดที่จ่ายออกไปทำงานนอกเรือนจำประเภทความสามารถหรือทักษะพิเศษจะต้องนำกลับเข้าเรือนจำไม่เกินเวลา 19.00 นาฬิกาในวันเดียวกัน

กรณีมีเหตุจำเป็นอันเนื่องมาจากสภาพของงานที่ให้นักโทษเด็ดขาดออกไปทำงานอกเรือนจำไม่สามารถนำนักโทษเด็ดขาดกลับเข้าเรือนจำภายในกำหนดเวลาตามวรรรคหนึ่งให้เสนออธิบดีพิจารณาอนุมัติเป็นกรณีไป

ข้อ 11 เมื่อมีการจ่ายนักโทษเด็ดขาดออกไปทำงานภายนอกเรือนจำประเภททความสามารถหรือทักษะพิเศษ ให้ผู้บัญชาการเรือนจำจัดให้มีเจ้าพนักงานเรือนจำผู้ทำหน้าที่ควบคุม 1 คน ต่อนักโทษเด็ดขาด 5 คน และจะเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนนั้นได้ต่อเมื่อผู้บัญชาการเรือนจำได้อนุมัติ โดยพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเป็นและน่าจะไม่มีการหลบหนีหรือก่อการร้ายขึ้น

ข้อ 12 นักโทษเด็ดขาดคนใดที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกจ่ายออกทำงานนอกเรือนจำประเภทความสามารถหรือทักษะพิเศษ ถ้าปรากฏขึ้นภายหลังว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในข้อ 6 ข้อ 7 หรือปรากฏพฤติการณ์ตามข้อ 8 ให้งดจ่ายทันที และให้คณะกรรมการตามข้อ 9 รายงานผู้มีอำนาจในการจ่ายนักโทษเด็ดขาดออกทำงานนอกเรือนจำเพื่อพิจารณาสั่งงดจ่ายนักโทขาดดังกล่าวด้วย.-119-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...