โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รู้แล้ว ‘น้องเมย’ อวัยวะหายไปไหน หลังครอบครัวติดใจทำไมไม่ได้คืน

Thaiger

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 16.48 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 07.14 น. • Thaiger ข่าวไทย

โหนกระแสไขข้อสงสัย ‘น้องเมย’ อวัยวะหายปริศนา หลังเสียชีวิตเพราะถูกสั่งซ่อม พ่อแม่ช้ำใจ แพทย์ไม่แจ้งก่อน-ตอบบ่ายเบี่ยง แจงปมทำไมครอบครัวไม่ได้อวัยวะคืน แม่เชื่อยังอยู่ที่สถาบันฯ

วันนี้ (23 กรกฎาคม 2568) โหนกระแส โดย ‘หนุ่ม กรรชัย’ ออกมาไขประเด็นร้อนสะเทือนวงการทหาร กรณีการเสียชีวิตของ ‘น้องเมย นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์’ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เนื่องจากถูกรุ่นพี่ธำรงวินัย หรือ สั่งซ่อม เหตุฝ่าฝืนคำสั่ง ตอนนี้เกือบ 8 ปีแล้วที่น้องเมยจากไป แต่ครอบครัวยังคงติดใจถึงสาเหตุการดับและหลักฐานต่าง ๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลที่ได้รับมา

หลังจากคำตัดสิน เผยออกมาว่าอายุจำเลยไม่เคยได้รับโทษ การลงโทษจำเลยไปไม่เป็นประโยชน์จึงตัดสินให้ปรับปรุงตัวรับใช้ชาติต่อเห็นว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า สั่งจำคุก 4 เดือน 16 วัน ปรับ 15,000 รอลงอาญา 2 ปี ทางครอบครัวน้อมรับคำตัดสิน และยังมีข้อสงสัยที่ว่าอวัยวะภายในทั้งหมดของน้องเมยหายไป มีเพียงกระดาษทิชชู่ยัดไว้เท่านั้น

ล่าสุด ‘หมอหมู‘ หรือ รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี หมอนิติเวช ออกมาให้คำตอบว่า “สมัยเดิมการผ่าชันสูตรศพหลายกรณี อาจมีข้อกฎหมายในอนาคต ต้องตรวจซ้ำเพื่อที่จะมาดูว่าอวัยวะนั้นมีการบาดเจ็บเพิ่มเติมไหม ก็จะมีการเก็บอวัยวะ เช่น สมอง หัวใจ หรือปอดก็จะไปแช่อยู่ในฟอร์มาลีน เพื่อที่จะรอการตรวจสอบในอนาคต ณ ตอนนั้นถึงปัจจุบันน้อยคนจะเก็บ อย่างผมเอง ณ ตอนนั้นถ้าจะเก็บ เก็บเป็นชิ้น ๆ เพื่อทำเป็นแผ่นสไลด์ดูกล้องจุลทรรศน์

ส่วนถ้าจะเก็บชิ้นใหญ่เนี่ยก็คงจะต้องขอทางญาติ แต่ประเด็นนี้พอมีการเก็บอวัยวะไปแล้วญาติมาทราบในภายหลัง ตามข่าวคือมีการผ่าชันสูตรรอบที่ 2 ณ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มีการแจ้งว่าไม่ได้สูญหายไปไหน และมีข่าวว่ามีการส่งคืนไปแล้วด้วย เท่าที่ตามข่าวโดยส่วนตัวพบว่าไม่มีการยืนยันว่าอวัยวะนั้นเป็นของใคร”

ภาพจาก Youtube : โหนกระแส [Hone-Krasae] official

จากนั้น คุณพ่อน้องเมยเล่าต่อว่า“วันที่ผมไปรับอวัยวะที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ผมสงสัยว่าที่ผ่านมาแล้วในร่างลูกผมไม่มีอวัยวะเลยมันเพราะอะไร ทำไมไม่แจ้งผมด้วย ถ้าเผาศพลูกไปแล้วจะเหลืออะไร ผมสงสัยว่าการผ่าพิสูจน์ใช้เวลาตั้ง 2 วัน ผมก็ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมเป็นลักษณะนี้”

ต่อมา‘ทนายแก้ว’ สอบถามหมอหมูว่า การที่แพทย์จะผ่าตัดอวัยวะของคนเสียชีวิตไปต้องขออนุญาตหรือไม่ ซึ่งหมอนิติเวช ตอบกลับว่า “ถ้าที่ถูกต้องก็ต้องแจ้ง ถ้าหลักปฏิบัติเก็บชิ้นส่วนเพียงเล็กน้อยไปตรวจในกล้องจุลทรรศน์ มันเป็นเรื่องของการตรวจในห้องปฏิบัติการ อาจจะไม่ต้องมาแจ้งว่าเอาไป เป็นภาพรวมของการผ่าชันสูตรศพอยู่แล้วว่าต้องทำอย่างนี้ แต่ถ้าเอาไปทั้งชิ้นต้องบอก ที่ผ่านมาไม่ได้มีการปฏิบัติแบบนี้”

ฝ่ายครอบครัวของน้องเมย คาดเดาว่าอวัยวะน่าจะหาย เพราะคุณพ่อพยายามถามคุณหมอแล้ว แต่ได้คำตอบว่า DNA เข้ากันไม่ได้ ฝ่ายหมอหมูให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าในทางการแพทย์คำว่า “เข้ากันไม่ได้” หมายถึง ไม่ใช่อวัยวะของน้องเมย

ภาพจาก Youtube : โหนกระแส [Hone-Krasae] official

ในตอนแรกคุณแม่ขอชิ้นส่วนอวัยวะกลับมาบำเพ็ญกุศลต่อ“แต่คุณหมอตอบกลับคุณแม่ว่าจะเอาไปทำอะไร มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับคุณแม่เลย ทุกวันนี้ยังไม่ได้อวัยวะคืน ยังอยู่ที่สถาบัน เขายังเก็บตรงนั้นไว้นะ” ซึ่งหมอหมูอธิบายเพิ่มเติมว่า หากผลการตรวจสอบออกมาว่าอวัยวะนี้ไม่ใช่ของน้องเมยก็ไม่สามารถที่จะให้ทางครอบครัวได้

อย่างไรก็ดี คุณพ่อสงสัยว่าหลังจากผ่าชันสูตรแล้วทำไมไม่ใส่คืนร่าง ทำไมถึงเก็บอวัยวะของลูกไว้ ซึ่งหมอหมูให้ข้อมูลว่า “ในสมัยนั้นมีการเก็บเพื่อเป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบ บางคดีเป็นคดีอาญาต้องใช้เวลานาน”

ทั้งนี้ หมอหมู ขอออกมาอธิบายเพิ่มเติม หลังจากที่ ‘คุณเมี่ยง’ พี่สาวของน้องเมย โฟนอินเข้ามาในรายการจึงอยากมาขอแก้ไขคำที่พูดก่อนหน้าหลังได้ข้อมูลใหม่“เมื่อกี้เห็นคุณเมี่ยงโทรเข้ามาแล้วก็บอกว่าคำที่ชัดเจนที่คุณหมอแจ้งกับคุณเมี่ยงคือ DNA ในอวัยวะไม่เพียงพอที่จะสรุปได้จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าอวัยวะนั้นเป็นของน้องเมยหรือเปล่า ความหมายของมันง่าย ๆ ก็คือว่าอวัยวะถูกแช่ไว้ในฟอร์มาลีน ซึ่งตัวฟอร์มาลีนมารบกวนเรื่องของ DNA มันก็เลยทำให้การตรวจยากมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีตอนนั้น ถ้าฟังจากที่คุณเมี่ยงสรุปคือไม่สามารถสรุปได้ว่าอวัยวะนั้นเป็นของใคร”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...