โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

บอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ เตรียมถกงบ 4.2 หมื่นล้าน รับมือภาษีทรัมป์

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 18.52 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 01.47 น.

วันนี้ (24 กรกฎาคม 2568) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยที่ประชุมเตรียมพิจารณารายละเอียดการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ ที่มีวงเงินเหลืออยู่ 42,000 ล้านบาท

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ในการพิจารณาวงเงินงบกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหลือ อยู่ 42,000 ล้านบาท นั้น ล่าสุดในการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธาน เมื่อวานนี้ได้หารือถึงแนวทางการจัดสรรงบประมาณส่วนนี้ เพื่อไปใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและรับมือผลกระทบจากภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐ (Reciprocal Tariffs)

ทั้งนี้ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง ยอมรับว่า ที่ผ่านมาคณะอนุกรรมการฯ ได้หารือกันถึงการกำหนดกรอบและหลักเกณฑ์ในการจัดสรรงบประมาณ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของโครงการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและระยะเวลาในการเบิกจ่ายหรือผูกพันงบประมาณให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.2568 หรือก่อนสิ้นปีงบประมาณ ซึ่งกระบวนการเบิกจ่ายจะต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามีการรายงานว่า ข้อมูลคำขอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้งบประมาณ 157,000 ล้านบาท ของจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบจ. เทศบาล และอบต.) ที่เสนอเข้ามามีตัวเลขไม่ตรงกัน แบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย

ส่วนแรกคือ คำขอจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ที่ส่งมายังสำนักงบประมาณ จำนวน 8,010 รายการ วงเงินกว่า 5 หมื่นล้านบาท อีกส่วนคือคำขอที่ผ่านการตรวจสอบระหว่างกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง มีจำนวน 9,821 รายการ วงเงินกว่า 6.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งทั้งสองส่วนมีตัวเลขที่ไม่ตรงกันค่อนข้างมาก

อีกทั้งเมื่อพิจารณากรอบระยะเวลาของโครงการที่เสนอเข้ามาแล้ว ยังพบอุปสรรคสำคัญ นั่นคือการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างของจังหวัดและท้องถิ่น อาจจะไม่ทันตามกำหนดภายในวันที่ 30 ก.ย. 2568 เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน และยังทับซ้อนกับการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำ ปี พ.ศ. 2569 ในวาระที่ 2 และ 3 ในช่วงเดือนส.ค.นี้ด้วย

ดังนั้นที่ประชุมจึงเห็นชอบให้ทบทวนการใช้งบประมาณดังกล่าวที่เหลืออยู่ 4.2 หมื่นล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยคำนึงถึงเหตุผลด้านเศรษฐกิจ การตรวจสอบข้อเสนอโครงการ และกรอบระยะเวลา (Timeline) เป็นหลัก โดยเฉพาะสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีการนำเสนอว่า

ปัจจุบันสถานการณ์การเจรจาเรื่องภาษีตอบโต้ ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกายังไม่ยุติ แต่จะมีผลทำให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจปี 2568 ชะลอตัวลงจากที่คาดไว้เดิม ส่วนผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอัตราภาษีตอบโต้ที่สหรัฐฯ จะใช้กับไทย หลังวันที่ 1 ส.ค.2568 เป็นต้นไป ทำให้รัฐบาลต้องวางแผนสำรองเพื่อเสนอโครงการใหม่ที่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้ตรงเป้ามากกว่าด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...