โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

7 ธนาคาร ออกมาตรการช่วยเหลือ ผู้รับผลกระทบชายแดน “ไทย-กัมพูชา” พักชำระหนี้ ปล่อยสินเชื่อให้กู้

Thairath Money

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 13.01 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 07.46 น.
ภาพไฮไลต์

จากเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย–กัมพูชานั้น ไม่เพียงแค่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ที่อาศัยในพื้นที่ใกล้ชายแดนที่เกิดการปะทะกันเท่านั้น แต่ยังทำให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และการดำเนินธุรกิจของประชาชนในพื้นที่ต้องหยุดชะงัก ซึ่งกระทบต่อทั้งความเป็นอยู่และรายได้ของผู้คนเป็นอย่างมาก

ซึ่งหลายสถาบันการเงินได้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือ เช่น การพักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย และปล่อยสินเชื่อเพิ่มเติม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เปิด 7 สถาบันการเงิน เร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเขตชายแดน

รัฐบาลไทยได้มีการประกาศรายชื่อ 7 สถาบันการเงิน พร้อมมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนที่เกิดการปะทะ เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินของประชาชนและผู้ประกอบการที่สูญเสียรายได้ หรือจำเป็นต้องใช้เงินทุนในการซ่อมแซมทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ดังนี้

1. ธนาคารออมสิน (GSB)

เน้นการพักหนี้และให้สินเชื่อใหม่ดอกเบี้ยต่ำ

  • พักชำระหนี้ : พักชำระเงินต้นจนถึงเดือนธันวาคม 2568
  • สินเชื่อเพื่อรายย่อย (2 โครงการ)

- สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือ : ผ่อนชำระ 12 เดือน ปลอดชำระเงินงวด 3 เดือนแรก ดอกเบี้ยคงที่ 0.60% ต่อเดือน

- สินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพ : ผ่อนชำระ 60 เดือน ดอกเบี้ยคงที่ 0.75% ต่อเดือน

  • สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการ SMEs : วงเงินสูงสุด 5 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 7 ปี ปลอดชำระเงินงวดไม่เกิน 1 ปี

2. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

จัดทำมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ

  • สินเชื่อฉุกเฉิน : วงเงินไม่เกิน 50,000 บาท/ราย สำหรับใช้จ่ายในสิ่งจำเป็น ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือนแรก
  • สินเชื่อฟื้นฟู : วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท/ราย ใช้ในการซ่อมแซมบ้านและเครื่องมือการเกษตร เวลากู้ไม่เกิน 15 ปี

3. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

ให้ความช่วยเหลือลูกค้าของธนาคารจากเหตุการณ์ชายแดน ด้วยวงเงินโครงการ 200 ล้านบาท ดังนี้

  • รณีผู้กู้เจ็บสาหัส/บ้านเสียหาย : จะได้รับอัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี เป็นระยะเวลา 5 ปี
  • กรณีผู้กู้ได้รับบาดเจ็บจนพิการ/เสียชีวิต/บ้านเสียหายทั้งหลัง : จะได้รับอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปี ตลอดอายุสัญญา
  • กรณีกู้เพื่อสร้างบ้านใหม่แทนบ้านเดิม : จะได้รับอัตราดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก

4. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมฯ (ธพว.)

ใช้มาตรการ "พัก ลด ขยาย เติม" ให้ผู้ประกอบการ SME

  • พักชำระเงินต้น
  • ลดค่างวดผ่อนชำระ
  • ขยายระยะเวลาชำระหนี้
  • เติมสินเชื่อใหม่ดอกเบี้ยต่ำ คงที่ 3% ต่อปี ใน 3 ปีแรก เวลากู้สูงสุด 10 ปี
  • รวมไปถึง สินเชื่อ SME Refinance ลดต้นทุนธุรกิจ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.99% ต่อปี

5. ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าฯ (ธสน.)

ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ

  • มาตรการเร่งด่วน : ขยายเวลาชำระหนี้สูงสุด 1 ปี, ลดดอกเบี้ยสูงสุด 20%
  • มาตรการเสริมสภาพคล่อง : เงินทุนหมุนเวียน เพื่อออกงานแสดงสินค้า ดอกเบี้ย 6.15% ต่อปี , เงินทุนหมุนเวียนก่อนและหลังการส่งออก อัตราดอกเบี้ย 3.99% ต่อปี เป็นต้น

6. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ( ธอท. )

มีมาตรการไอแบงก์เราไม่ทิ้งกัน เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม

  • พักชำระหนี้ : พักทั้งเงินต้นและกำไรสูงสุด 6 เดือน
  • ให้วงเงินเพิ่ม สำหรับ

1. ที่อยู่อาศัย: วงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% ในปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 20 ปี

2. ธุรกิจ: วงเงินกู้ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.25% ในปีแรก ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 5 ปี

7. บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ และลูกค้าเดิมของ บสย. ด้วย 2 มาตรการ คือ

  • มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้และลูกค้าเดิมของ บสย. ที่อยู่ในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ โดยผ่อนผันการชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกัน และค่าจัดการค้ำประกันโดยพักชำระออกไปอีก 6 เดือน
  • มาตรการเสริมสภาพคล่อง ภายใต้ โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS11 “บสย. SMEs ยั่งยืน” 2 โครงการหลัก 1. โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Power Trade & Biz วงเงินค้ำประกัน 3,000 ล้านบาท วงเงินค้ำประกันต่อราย 500,000 – 10 ล้านบาท และ 2. โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Micro Biz วงเงินค้ำประกัน 2,000 ล้านบาท วงเงินค้ำประกันต่อราย 10,000 – 500,000 บาท

8. ธนาคารกรุงไทย

ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้า โดย มุ่งลดภาระทางการเงิน ครอบคลุม การลดดอกเบี้ย และลดค่างวดชำระหนี้ พร้อมเสริมสภาพคล่อง

สำหรับหนี้เดิม :

  • ลดค่างวด 75% (นาน 1 ปี)

  • ดอกเบี้ย 0% (นาน 3 เดือน) สำหรับสินเชื่อบ้าน/ธุรกิจเล็ก

  • SME ใหญ่: ช่วยเหลือตามเคส (ลดดอก/พักหนี้)

สำหรับกู้ใหม่ (เพื่อฟื้นฟู) :

  • ดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้น 0% นาน 3 เดือน (สำหรับกู้ซ่อมบ้าน)

  • สินเชื่อบุคคลและ SME ได้ดอกเบี้ยคงที่เรทพิเศษ นานสูงสุด 3 ปี

อีกทั้ง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังให้ความช่วยเหลือและติดตามการดูแลพนักงานของธนาคารพาณิชย์ และนำพนักงานคนไทยในกัมพูชากลับประเทศเพื่อความปลอดภัย รวมถึงมีการปิดสาขาชั่วคราวในพื้นที่ชายแดน แต่ประชาชนยังใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตามปกติ และยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อสาขาของธนาคาร

เช็ก 35 สาขาธนาคารที่ปิดในจังหวัดใกล้ชายแดน

จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิกได้ประกาศปิดสาขาชั่วคราวรวม 35 สาขา ใน 7 จังหวัด เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงาน ดังนี้

จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ คือ สุรินทร์, บุรีรัมย์, อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สระแก้ว, จันทบุรี และตราด

จำนวนสาขาที่ปิดทำการ (แยกตามธนาคาร) :

  • ธนาคารกรุงไทย: 14 สาขา
  • ธนาคารไทยเครดิต: 6 สาขา
  • ธนาคารกสิกรไทย: 5 สาขา
  • ธนาคารกรุงเทพ: 4 สาขา
  • ธนาคารไทยพาณิชย์: 4 สาขา
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา: 2 สาขา

ทั้งนี้ ลูกค้ายังคงสามารถทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Mobile Banking และ Internet Banking และสามารถตรวจสอบข้อมูลสาขาที่เปิดให้บริการได้ทางเว็บไซต์, โซเชียลมีเดีย หรือ Call Center ของแต่ละธนาคารได้ตามปกติ

ที่มา :รัฐบาลไทย

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 7 ธนาคาร ออกมาตรการช่วยเหลือ ผู้รับผลกระทบชายแดน “ไทย-กัมพูชา” พักชำระหนี้ ปล่อยสินเชื่อให้กู้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...