โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ไทยยืนกรานเจรจาตรงกัมพูชาเท่านั้น เมินชาติที่ 3 ไกล่เกลี่ย

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 13.52 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 13.52 น. • AdminNews

25 ก.ค. 2568 นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์เกี่ยวเนื่องจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังมีการปะทะกันด้วยอาวุธหนักหลายจุดตั้งแต่วันพฤหัสบดี และทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหากันว่าเป็นผู้เริ่มต้น

โดยนายนิกรเดช กล่าวว่า การเจรจาทวิภาคีคือ แนวทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งยืดเยื้อมานานนับศตวรรษ โดยย้ำว่ากัมพูชาต้องหยุดการโจมตีก่อนเพื่อเปิดทางสู่การเจรจา

“เรายังมองกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้าน ความขัดแย้งนี้เป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลและกองทัพ ไม่ใช่ประชาชน” นายนิกรเดชกล่าว พร้อมประณามการโจมตีพลเรือนว่าเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมและละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ “ประตูการเจรจาของไทยยังเปิดกว้าง แต่ความรุนแรงต้องยุติลงก่อน”

นายนิกรเดช พลางกูร โฆษกกระทรวงการต่างประเทศให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ 25 ก.ค.68

นายนิกรเดช เปิดเผยว่า แม้สหรัฐฯ จีน และมาเลเซีย(ในฐานะประธานอาเซียน) จะแสดงความห่วงใยและเสนอตัวเป็นคนกลาง แต่รัฐบาลไทยยืนยันไม่ต้องการให้ชาติที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้องในขณะนี้

“เราขอบคุณน้ำใจของมิตรประเทศ แต่กลไกทวิภาคีและกรอบอาเซียนยังเพียงพอ” นายนิกรเดชระบุ พร้อมย้ำว่าไทยยังไม่ปิดโอกาสการใช้กลไกอื่นในอนาคต

นายนิกรเดชทิ้งท้ายในการสัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ว่าเหตุการณ์ความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศจะยุติเมื่อใด แต่ไทยต้องการให้ความขัดแย้งจบลงโดยเร็วที่สุด ซึ่งขึ้นอยู่กับความร่วมมือจากกัมพูชาด้วย

ด้านนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย อ้างว่าทั้งสองฝ่ายตกลงรับข้อเสนอหยุดยิงจากมาเลเซีย แต่ไทยเปลี่ยนจุดยืนในภายหลัง พร้อมยื่นเรื่องถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) กล่าวหาไทยใช้ความรุนแรงโดยไร้เหตุผล ซึ่ง UNSC มีกำหนดประชุมลับในวันศุกร์นี้ (ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...