โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศบ.ทก.ขอหยุดปั่นโซเชียลยั่วยุไทย-กัมพูชา

INN News

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 14.03 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 07.03 น. • INN News

ศบ.ทก. ย้ำแม้ยกระดับปิดด่าน แต่ยังยึดหลักมนุษยธรรม ขอหยุดปั่นโซเชียลก้าวก่ายกิจการภายใน วอนกัมพูชาจริงใจแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ

พลเรือตรีสุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย และ นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หรือศบ.ทก. ประจำวันพุธที่ 25 มิถุนายน 2568

นางมาระตี ระบุว่า ตามที่มีการคำสั่งการยกระดับการผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย- กัมพูชา มีผลให้จำกัดการผ่านแดนของบุคคลที่เข้มข้นขึ้น แต่ยังคงอนุญาตสำหรับบุคคลที่มีความจำเป็นและด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรม

โดยที่ประชุมศบ.ทก.ได้ติดตามผลในเชิงปฏิบัติของการเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการดังกล่าว เพื่อไม่ให้กระทบกับการใช้งานของจุดผ่านแดนที่จำเป็น
ซึ่งได้รับรายงานว่าการอำนวยความสะดวกการเข้าออกส่วนใหญ่เป็นไปตามปกติ เช่นการอนุญาตให้ชาวกัมพูชากว่า 7,000 คนเดินทางกลับประเทศ ยกเว้นบางกรณี ที่มีรถติดค้างอยู่บ้างซึ่งได้มีการคลี่คลายไปแล้ว ในส่วนของการอำนวยความสะดวกทางมนุษยธรรมยังคงดำเนินการไปตามปกติ อย่างในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ สระแก้ว และจันทบุรี มีการเปิดด่านเพื่อรับตัว ผู้ป่วยคราวของกัมพูชา 7 ราย เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างการทวงที

แม้ว่าจะมีความจำเป็นที่จะยกระดับความเข้มข้นของการบริหารชายแดนในลักษณะนี้ แต่ที่ประชุมได้ย้ำเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่าฝ่ายไทยให้ความสำคัญกับหลักมนุษยธรรมในการพิจารณาและติดตามผลของการปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ซึ่งปรับใช้เป็นการพิเศษเฉพาะในช่วงนี้ โดยทางไทยได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์ฉันมิตรในระดับประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ

ขณะเดียวกัน ยังหาเรือถึงการบูรณาการทำงานร่วมกันของศบ.ทก.และกลไกที่เกี่ยวข้อง ที่จะดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลไทยที่ได้ยกระดับความเข้มข้น เรื่องของการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งรวมถึงการหลอกลวงทางออนไลน์ การค้ามนุษญ์ และการลักลอบขนยาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการออกรายงานเรื่อง scramer Center ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

และย้ำถึงมาตรการที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศยกระดับ มีจุดมุ่งหมายโดยตรงต่อธุรกิจเครือข่ายอาชญากรรมทางการเป็นหลักและไม่ได้มีเป้าหมายเพียงประชาชนทั่วไปแต่เป็นไป เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ในบริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศ และยืนยันว่ารัฐบาลไทยพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกประเทศด้วยความจริงใจ เพื่อต่อสู้กับภัยคุกคาม

นอกจากนี้ ที่ประชุมวันนี้ยังได้มีการหารือถึงแนวทางการบริหารผลกระทบทางเศรษฐกิจ ในมาตรการต่างๆ เช่น มาตรการการระงับการนำเข้าน้ำมันของกัมพูชา ต่อผู้ประกอบการไทย ในกัมพูชาและผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจกับฝ่ายกัมพูชา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันให้ข้อมูลชี้แจงข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงได้บริหารสถานการณ์ต่างๆต่อไป

ขณะเดียวกัน ยังขอความร่วมมือประชาชนชาวไทยไม่แสดงความเห็นที่อาจจะเป็นการยั่วยุหรือรุนแรงสุดโต่งเพื่อไม่ให้สร้างความตึงเครียดเพิ่มเติมและไม่เป็นช่องทางให้ประชาชน ของทั้ง 2 ประเทศสามารถโจมตีซึ่งกันและกัน ทั้งนี้รัฐบาลไทยต้องการเห็นการแสดงออกในโลกโซเชียลที่สร้างสรรค์มากยิ่งขึ้นไม่ก้าวก่ายกิจการภายในของอีกฝ่ายเพื่อลดอุณหภูมิความตึงเครียด

และส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศที่เอื้อต่อการหาทางออกร่วมกันของทั้งสองฝ่ายโดยเฉพาะระหว่างรัฐบาลที่ต้องตอบสนองต่อประชาชน ซึ่งเป้าหมายสำคัญของฝ่ายไทยโดยเฉพาะ ของกระทรวงการต่างประเทศยังคงต้องการเห็นการกลับสู่โต๊ะการหารือ แล้วบอกว่าฝ่ายกัมพูชาจะตอบสนองต่อคำเชิญเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการเขตแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ในโอกาสแรก

พลเรือตรีสุรสันต์ กล่าวว่า สถานการณ์ชายแดนโดยเฉพาะจุดผ่านแดนต่างๆ ที่ได้มีการยกระดับมาตรการควบคุมการผ่านเข้าออกที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้นเป็นผลจากการตั้งใจของฝ่ายไทย ในการปราบปรามขบวนการธุรกิจอาชญากรรมข้ามชาติ ตามแนวชายแดน ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายกัมพูชาได้เคยกล่าวถึงเจตจำนงความต้องการในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติภายในกัมพูชา จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาแสดงความจริงใจในการให้ความร่วมมือกับฝ่ายไทยในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ จะเห็นได้ว่าการดำเนินการของฝ่ายไทยในทุกมาตรการที่เกี่ยวข้อง ได้รับการพิจารณากลั่นกรองจากเวทีการประชุมศบ.ทก

มีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมหารือในการระดมความคิด แก้ไขปัญหา ซึ่งถือว่าเบ็ดเสร็จในการประชุม ขณะเดียวกัน มาตรการเยียวยาประชาชนและผู้ประกอบการไทย ทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะปัญหาเรื่องปากท้อง การค้า และการขนส่งสินค้า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และให้ดำเนินการมาตรการเร่งด่วนในการช่วยเหลือเยียวยาไปบางส่วนแล้ว และเร่งหารือในที่ประชุมศบ.ทก.อย่างต่อเนื่อง ในการกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้ที่ได้รับ
ผลกระทบทุกภาคส่วนทั้งประชาชนผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง

และในวันนี้ขอขอบคุณกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ที่ได้ประสานภาครัฐ เอกชน เข้ามาช่วยเหลือรับซื้อผลไม้ ของเกษตรกรในพื้นที่ตะวันออก ที่ได้รับผลกระทบจากการที่ไม่สามารถส่งผลไม้ไปยังกัมพูชาได้ โดยในเบื้องต้นมีการแจ้งความประสงค์รับซื้อมาแล้วกว่า 20,000 กิโลกรัม และยังมีคนไกลของพาณิชย์จังหวัด ที่ช่วยเชื่อมโยงผลผลิตจากทั่วประเทศมาจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคในหลายพื้นที่ กว่า 75,000 กิโลกรัม ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ในทันที จึงอยากขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันสนับสนุนสินค้าตามแนวชายแดน เพราะถือเป็นกำลังใจและเป็นกำลังที่สำคัญให้กับคนไทยทุกคน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...