โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุดช็อก! "อดีตนักเทนนิสสาว" ถูกพ่อแท้ๆ ใช้ปืนยิงเสียชีวิตเหตุหาเงินได้มากกว่า

sanook.com

เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 01.42 น. • Sanook
กลายเป็นข่าวช็อกวงการเทนนิสเมื่อ ราธิกา ยาดาฟ นักเทนนิสสาวชาวอินเดียถูกพ่อแท้ๆ ของเธอ ดีปัค ยาดาฟ ใช้ปืนยิงเสียชีวิตในบ้านพักที่เมืองคุรุคราม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

กลายเป็นข่าวช็อกวงการเทนนิสเมื่อ ราธิกา ยาดาฟ นักเทนนิสสาวชาวอินเดียถูกพ่อแท้ๆ ของเธอ ดีปัค ยาดาฟ ใช้ปืนยิงเสียชีวิตในบ้านพักที่เมืองคุรุคราม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

tendm2

โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งถูกยิงจากด้านหลัง 3 นัดก่อนเสียชีวิต เมื่อไปถึงโรงพยาบาลพวกเขาพบเพียง กุลดีป ยาดาฟ ลุงของนักหวดสาวเท่านั้น แต่ไมพบพ่อแม่ของเธอ

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนก่อนได้ข้อสรุปว่า ดีปัค ยาดาฟ ผู้พ่อไม่พอใจที่ลูกสาวของเขายังคงบริหารสถาบันฝึกสอนเทนนิสในเมือง ซึ่งควรจะเป็นหน้าที่ของเขา เพราะเป็นผู้ชาย เเละหัวหน้าครอบครัว แม้ว่าเจ้าตัวจะพยายามคัดค้านมาแล้วหลายครั้ง

tendm3

"เขารู้สึกไม่พอใจที่ถูกชาวบ้านเยาะเย้ยเรื่องที่ลูกสาวหาเงินได้มากกว่า เขาไม่สบายใจกับคำพูดของคนในชุมชน พวกเขาพูดซ้ำๆ ว่าเขาใช้เงินของลูกสาว และก็พึ่งพาเงินของเธอมากเกินไป"

"เขาเคยขอให้เธอเลิกทำงานที่สถาบันฝึกสอนเทนนิสหลายครั้งก่อนหน้านี แต่เธอปฏิเสธ จนสุดท้ายเขาทนไม่ไหว และตัดสินใจลงมือ" เจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวกับ เดอะ อินเดียน เอ็กซ์เพรส

tendm7

สำหรับ ราธิกา ยาดาฟ นักเทนนิสสาวชาวอินเดียวัย 25 ปี เคยเข้าร่วมการแข่งขันของ สหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ITF) โดยมีการบันทึกสถิติว่าลงเล่นในประเภทหญิงเดี่ยว 36 ครั้ง และประเภทหญิงคู่ 7 ครั้ง อย่างไรก็ตามเธอได้รับบาดเจ็บเมื่อเดือนมีนาคมปี 2567 ทำให้ผันตัวมาเป็นโค้ชฝึกสอนก่อนมีปัญหากับพ่อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...