โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

’พิชัย‘ ถกสหรัฐทางการ ลุ้นปิดดีลเก็บภาษีต่ำกว่า อัตรา 36%

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 09.00 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 23.00 น.

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าทีมไทยแลนด์ จะนำข้อเสนอของไทยไปพูดคุยกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) ในคืนวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยทีมไทยแลนด์จะเจรจาอย่างเป็นทางการกับ USTR ในช่วงค่ำของวันที่ 17 ก.ค.นี้ หลังจากวานนี้ได้หารือรายละเอียดกับทีมไทยแลนด์เรียบร้อยแล้ว

สำหรับการหารือกับ USTR เป็นรูปแบบการพูดคุยผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็มีการหารือกับระดับเจ้าหน้าที่มาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ถือว่ารอบนี้จะเป็นการหารืออย่างเป็นทางการ เพื่อชี้แจงรายละเอียดข้อเสนอใหม่ที่ประเทศไทยปรับปรุงไป เช่น การลดภาษีนำเข้าให้กับสหรัฐหลายหมื่นรายการ การพิจารณาซื้อพลังงาน สินค้าเกษตร และการไปลงทุนในสหรัฐ เป็นต้น

ทั้งนี้ หวังว่าการหารือดังกล่าวจะปิดดีลได้ ให้ไทยโดนเก็บภาษีตอบโต้จากสหรัฐต่ำกว่าอัตรา 36% ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ 1 ส.ค.นี้

ก่อนหน้านี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การเจรจาภาษีสหรัฐ อยู่บนหลักการ คือ ไทยต้องเปิดตลาดกว้างขึ้นสำหรับสินค้าที่สหรัฐต้องการขาย และไทยอยากซื้อ แต่ต้องดูการเปิดตลาดที่ไม่กระทบ FTA ที่ไทยตกลงกับคู่ค้าอื่น โดยการเสนออัตราภาษีให้สหรัฐ 0% ในสินค้าที่ไทยผลิตไม่ได้ และต้องนำเข้า หรือไทยผลิตไม่เพียงพอ โดยต้องป้องกันภาคการผลิต และภาคเกษตร

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

“ข้อเสนอใหม่ที่ไทยส่งไปเปิดตลาดให้สหรัฐ 63-64% และเพิ่มเป็น 69% ไทยเปิดตลาดสินค้าบางรายการที่ไม่เคยเปิดตามที่ขอมา เช่น ลำไย ปลานิล ส่วนตลาดยานยนต์กำลังพิจารณา ซึ่งเดิมไทยผลิตเยอะจึงไม่เปิดตลาดให้ แต่ถ้าเปิดให้คงเข้ามาไม่ได้ง่าย เช่น รถพวงมาลัยซ้าย เพราะสหรัฐมีตลาดอื่นทั่วโลกคงไม่เข้ามาขายที่ไทยมาก”

นอกจากนี้ จะส่งเสริมการลงทุนของธุรกิจไทยในสหรัฐมากขึ้น เพราะสหรัฐต้องการส่งออกมากขึ้น และทำฐานผลิตในสหรัฐให้แข็งแรงขึ้น เช่น การลงทุนเกษตรแปรรูป ขณะที่การนำเข้าสินค้าสหรัฐได้พิจารณาพลังงานมากขึ้น โดยปัจจุบันสหรัฐมีปริมาณพลังงานสำรองสูงทำให้มีราคาต่ำ เช่น ก๊าซธรรมชาติราคา 2-3 ดอลลาร์ ต่อล้าน BTU ถูกกว่าราคาตลาดที่ 10-11 ดอลลาร์

ทั้งนี้ ยังรวมถึงการให้ความสำคัญกับการป้องกันการสวมสิทธิสินค้าไทย โดยสหรัฐต้องการเพิ่มการใช้วัตถุดิบหรือส่วนประกอบไทย (Local content) เป็นโจทย์ที่ต้องดูว่าสหรัฐกำหนดสัดส่วนเท่าไร ซึ่งอาจเพิ่มจาก 40% ในปัจจุบันเป็น 60-80% และมีเงื่อนไข Local content มากขึ้นเพื่อป้องกันการสวมแหล่งกำเนิดสินค้า

ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังได้เตรียมการเยียวยาผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีสหรัฐ โดยให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) 200,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 0.1% เพื่อช่วยเหลือทั้งการลงทุน ช่วยการจ้างงาน การบริหารสินค้าคงคลัง รวมถึงมีมาตรการอื่นของสถาบันการเงินที่เตรียมการมาระยะหนึ่งแล้ว โดยรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้จากระดับปกติที่ดอกเบี้ย 2% ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการเพิ่มเติมจากที่วางไว้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...