โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท.จับตา! ดอกเบี้ยนโยบายลด แต่ดอกเบี้ยแบงก์ไม่ลง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 พ.ค. 2568 เวลา 18.53 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 11.33 น.

ธปท.จับตา ผลส่งผ่านนโยบายการเงิน พบ หลายแบงก์ยังไม่ลดดอกเบี้ย แม้ดอกเบี้ยนโยบายจะลดลงมานานกว่า 2 สัปดาห์ ขณะที่สภาพคล่องสูงแต่สินเชื่อไม่โตจากความเสี่ยงที่เพิ่ม พบ NPL สินเชื่อบ้านพุ่ง ลูกหนี้เข้ามาตรการช่วยเหลือแต่ผ่อนไม่ไหว

14 พ.ค. 68 นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงาน Monetary Policy Forum 1/2025 ว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งล่าสุดเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ( 30 เม.ย.68) พบว่า มีธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่และธนาคารรัฐที่ปรับลดดอกเบี้ยตาม แต่ยังมีธนาคารอีกหลายรายที่ยังไม่ได้ปรับลดดอกเบี้ย โดยการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้ยังไม่เต็มที่ ซึ่งธปท.กำลังจับตาดูผลจากนโยบายการเงินที่ส่งไป

อย่างไรก็ตามในปกติผลจากการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปจะมีหลายข้อต่อ โดยข้อต่อแรกคือการส่งผ่านสู่ภาคการเงินผ่านอัตราดอกเบี้ยธนาคาร ตราสารหนี้ตราสารทุนที่จะใช้เวลาราว 1 – 2 ไตรมาส และจะใช้เวลาส่งผ่านไปสู่ภาคเศรษฐกิจจริงนานกว่าหรือใช้เวลาประมาณ 1 - 2 ปี

“ผลจากการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยนโยบายในรอบนี้เห็นว่า มีผลน้อยลงเมื่อเทียบกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งก่อนหน้า ซึ่งมีผลการศึกษาระบุไว้ชัดเจนว่า เมื่อภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ ประสิทธิภาพของนโยบายการเงินที่ส่งมาจะลดลง รวมถึงภาวะความไม่แน่นอนสูงทำให้ประสิทธิผลลดลงด้วยเช่นกัน ซึ่งคงต้องติดตามดูว่าผลจะเป็นอย่างไรต่อไป”

นายสักกะภพ กล่าวอีกว่า สำหรับสภาพคล่องในระบบปัจจุบันนับว่ามีเพียงพอ แต่เป็นห่วงการเข้าถึงสินเชื่อ จากความเข้มงวดของการปล่อยสินเชื่อที่ธปท.กำลังจับตาดู เพราะสินเชื่อโดยรวมหดตัว ขณะที่คุณภาพสินเชื่อค่อนข้างทรงๆ ทั้งนี้พบว่าคุณภาพสินเชื่อเอสเอ็มอีและสินเชื่อบ้านด้อยลง โดยการขยายตัวของสินเชื่อสอดคล้องกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

“การลดดอกเบี้ยช่วยเรื่องราคาได้ระดับหนึ่ง แต่ในด้านปริมาณสินเชื่อเป็นเรื่องของความเสี่ยงที่สูง โดยเฉพาะในกลุ่มเอสเอ็มอี”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังกนง.ลดดอกเบี้ยนโยบายครั้งล่าสุด 30 เม.ย.68 พบว่ามีธนาคารกรุงเทพที่เป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่รายแรกและรายเดียวที่ลดดอกเบี้ยลงจนถึงขณะนี้ รวมทั้งสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐหลายแห่งที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยตาม

อย่างไรก็ดี จากรายงานนโยบายการเงินไตรมาส 1/68 ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ (ธพ.) โดยรวมปรับลดลง ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในวันที่ 26 ก.พ. 2568 โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อ้างอิง minimum loan rate (MLR) ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 7.58 และ minimum retail rate (MRR) ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 7.91 ซึ่งคิดเป็นการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประมาณครึ่งหนึ่งของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย รวมสองครั้งที่ผ่านมา (วันที่ 16 ต.ค. 2567 และ 26 ก.พ. 2568)

ด้านอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำปรับลดลงเช่นเดียวกัน สำหรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อปล่อยใหม่ (new loan rate: NLR) ณ สิ้นเดือน ก.พ. 2568 ปรับลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 3.84 ทั้งนี้ ธพ. มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมหลังจากที่ กนง. มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568

ขณะที่สินเชื่อธุรกิจโดยรวมหดตัวต่อเนื่อง โดยสินเชื่อ SMEs ยังคงหดตัวในทุกภาคธุรกิจ ขณะที่สินเชื่อรายย่อยโดยรวมยังหดตัวจากสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ จากการชะลอการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินในภาวะที่ความเสี่ยงของลูกหนี้อยู่ในระดับสูง รวมถึงสินเชื่อบัตรเครดิตที่ยังหดตัวจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ลดลงเทียบกับเดือนก่อน

ขณะที่คุณภาพสินเชื่อธุรกิจโดยรวมทรงตัว โดยสินเชื่อ SMEs มีปริมาณ NPL ลดลงจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFI) เป็นสำคัญ ขณะที่ NPL สินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้ที่เคยเข้ามาตรการช่วยเหลือและไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ขณะที่ NPL สินเชื่อส่วนบุคคลปรับลดลงส่วนหนึ่งจากการบริหารจัดการคุณภาพหนี้

“โดย NPL สินเชื่อบ้าน ณ ก.พ. 68 อยู่ที่ 4.7% สูงกว่าระดับ NPL ของสินเชื่อรายย่อยรวมที่อยู่ในระดับ 4%”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...