โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

จึ้งหนักมาก “แบรด พิตต์” นำทีมซิ่งทะยานฟ้า F1® THE MOVIE กระแสตอบรับดีหนักมาก

เดลินิวส์

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 13.12 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 06.12 น. • เดลินิวส์
ทำเอาหลายคนสนใจหนักมาก

น่าสนใจหนักมากทีเดียวหลัง วอร์เนอร์ บราเดอร์ส นำเสนอ ผลงาน Apple Original Films รวมพลังผู้สร้าง Top Gun: Maverick ถ่ายทอดประสบการณ์ความเร็วเหนือขีดจำกัด เตรียมสัมผัสประสบการณ์หนังแข่งรถที่สมจริงที่สุด เท่าที่เคยมีมาใน “F1® THE MOVIE” ผลงานแอ็กชั่นสุดระทึกแห่งปี ผลงานการกำกับโดย โจเซฟ โคซินสกี้ พร้อมการสนับสนุนจากแชมป์โลก Formula 1 ถึง 7 สมัย ลูอิส ฮามิลตัน นำแสดงโดย แบรด พิตต์ ร่วมด้วย แดมสัน ไอดริส, เคอร์รี่ คอนดอน, โทเบียส เมนซีส์, คิม บอดเนีย และ ฮาเวียร์ บาร์เด็ม

ภาพยนตร์ถ่ายทอดเรื่องราวของ ซอนนี่ ฮาเยส (แบรด พิตต์ ) อดีตนักแข่งตัวเต็งแห่ง FORMULA 1 ยุค 1990 ผู้หวนคืนสนามฟอร์มูล่าวัน เพื่อร่วมทีมกับนักแข่งหน้าใหม่ โจชัว เพียร์ซ (แดมสัน ไอดริส) ในทีม APXGP ที่กำลังตกต่ำ เพื่อพิสูจน์ว่าเขายังสามารถเป็นแชมป์ได้อีกครั้ง เมื่อเครื่องยนต์เสียงดังกระหึ่มขึ้นมา อดีตของซอนนี่ได้กลับมาเตือนเขาและเขาได้พบว่าที่ FORMULA 1 เพื่อนร่วมทีมคือคู่แข่งที่ดุเดือดที่สุด และเส้นทางของการกอบกู้ชื่อเสียงคือถนนที่เราไม่สามารถเดินทางเพียงลำพังได้ แบรด พิตต์ไม่ได้แค่ “แสดง” แต่ลงสนามฝึกขับรถแข่งจริงที่ความเร็วสูงสุดถึง 200 ไมล์ต่อชั่วโมง โดยใช้เวลาฝึกนานหลายเดือน ตั้งแต่การเรียนรู้เทคนิคพื้นฐานในรถ Formula 3 ไปจนถึงการควบคุมรถระดับ Formula 2 ซึ่งเป็นรถที่ใช้จริงในการถ่ายทำ พร้อมฝึกฝนร่างกายเพื่อทนแรง G-force ที่สูงถึง 5-6 เท่า “ผมต้องขับ พูดบท และแสดงไปพร้อมกันในสนามแข่งจริงๆ มันคือการท้าทายทั้งร่างกายและจิตใจ” พิตต์กล่าว

ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ได้ถ่ายทำในสนามแข่งขัน Formula 1 ของจริง เช่น British Grand Prix ที่ Silverstone โดยมีเวลาถ่ายทำเพียง 10-15 นาที ระหว่างรอบการแข่งขันจริง ทีมงานต้องวางแผนการถ่ายทำอย่างแม่นยำระดับทหาร เพื่อให้ได้ภาพสมจริงโดยไม่รบกวนการแข่งขัน อีกหนึ่งความร่วมมือระดับโลกคือการพัฒนาเทคโนโลยีกล้องพิเศษร่วมกับ Apple และทีมวิศวกร Mercedes-AMG โดยใช้กล้องความละเอียดสูงขนาดเล็กติดตั้งในรถได้ถึง 12 จุด พร้อมเซนเซอร์ที่พัฒนาบนพื้นฐานของ iPhone และ ชิป A-series เพื่อเก็บภาพมุมมองใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

เจอร์รี่ บรัคไฮเมอร์ โปรดิวเซอร์ กล่าวว่า “นี่คือโอกาสที่เราได้พาโลกแห่ง Formula 1 มาสู่จอยักษ์ด้วยมาตรฐานการสร้างภาพยนตร์ระดับโลก” ขณะที่ ลูอิส ฮามิลตันระบุว่า “เป้าหมายของเราคือถ่ายทอดความรู้สึกเวลานั่งอยู่หลังพวงมาลับ F1 ให้ผู้ชมทุกคนได้สัมผัส” โดยดูได้แล้ววันนี้ที่โรงภาพยนตร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...