โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นักวิชาการ เห็นพ้อง เวิลด์แบงก์หั่นจีดีพี ชี้การเมืองวุ่นป่วนศก.ไทยรูด 1%

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 09.36 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 09.36 น.

นักวิชาการเห็นพ้อง เวิลด์แบงก์หั่นจีดีพี ชี้การเมืองวุ่นป่วนศก.ไทยรูด 1%

วันที่ 11 มิถุนายน นายอัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระ ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เปิดเผยกรณีธนาคารโลก ปรับลดคาดการณ์จีดีพีโลกขยายตัวเหลือ 2.3% จากเดิม 2.7% สหรัฐขยายตัว 1.4% ยูโรโซน ขยายแค่ 0.7% ส่วนไทยปรับลง 1.1% เหลือขยายตัวเพียง 1.8% ซึ่งเป็นอัตราที่ขยายตัวได้ช้าที่สุดในรอบ 17 ปี ว่า เห็นด้วย และเชื่อว่าการปรับลดตัวเลขจีดีพีของธนาคารโลก ให้น้ำหนัก 70% จากผลกระทบการปรับภาษีนำเข้าสินค้าของทรัมป์ แม้ตอนนี้การเจรจาสหรัฐกับจีนดูเหมือนว่าได้ข้อสรุป และรอการลงนามของผู้นำสองประเทศ แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนในประเด็นอื่นๆต่ออีก เหมือนหนังต้องมีภาคต่อ ภาค 2 ภาค 3 ฯ ด้วยมีประเด็นขัดแย้งคงค้าง อย่างกรณีไต้หวัน การยังไม่ส่งชิปและแร่สำคัญเพื่อการผลิตเข้าจีน ความขัดแย้งสหรัฐกับยุโรป ปัญหาภายในของสหรัฐเอง จนมีผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลง อีกทั้งต้องติดตามการเจรจาของสหรัฐกับประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทย โดยยังไม่รู้แน่ชัดว่าเมื่อครบการเลื่อนประกาศใช้อัตราภาษีตอบโต้ไป 90 วันที่จะครบเดือนกรกฎาคมนี้ จะเป็นอย่างไร ล้วนเป็นความไม่แน่นอนทั้งสิ้น ส่วนน้ำหนักอีก 30% ผลกระทบความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งทั่วโลกยังกังวลปัญหาขัดแย้งยูเครน-รัสเซีย อิสราแอลกับตะวันออกกลาง จะกดดันราคาเชื้อเพลิง เส้นทางการขนส่งสินค้า และอื่นๆ ที่อาจเป็นอุปสรรคเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

นายอัทธ์ กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย ธนาคารโลกปรับลดจีดีพีเหลือ 1.8% ส่วนตัวมองว่ายังเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูง มองโลกสวย เมื่อวิเคราะห์หลายปัจจัยจีดีพีไทยขยายตัว 1% ถือว่าเก่งมากในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยจีดีพีไทยขยายตัวต่ำ ให้น้ำหนัก 3 ด้าน คือ 60% จากผลกระทบการปรับภาษีนำเข้าของทรัมป์ อีก 10% เป็นผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์ แต่อีก 30% เป็นการเมืองภายในประเทศไทยเอง ที่ดูเหมือนจะมีความขัดแย้งระหว่างพรรค หรือ ในพรรคกันเอง รุนแรงขึ้น การแก้ปัญหาไทย-กัมพูชา แก้ปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ล้วนกดดันความเชื่อมั่นต่อการบริหารความเสี่ยงของรัฐบาลลดลง กดความเชื่อมั่นในทุกด้าน และอาจส่งผลต่อเรตติ้งรัฐบาลไทยในสายตานักลงทุนทั้งในและนอกประเทศในระยะเวลาจากนี้ 1-2 ปี

นายอัทธ์ กล่าวว่า อีกประเด็นที่มองว่าเศรษฐกิจไทยโตต่ำ คือ สหรัฐเลื่อนเก็บภาษีตอบโต้ 90 วันนั้น ตอนนี้เหลือไม่ 30 วัน หลายประเทศเริ่มนับหนึ่งเจรจาแล้ว แต่ไทยยังไม่ได้นับหนึ่งและไม่รู้ว่าจะได้เจรจาจริงเมื่อไหร่ และโอกาสเจรจาให้จบภายใน 30 วัน นั้นมีโอกาสต่ำ ถ้าจบเร็วและได้ตามกำหนด จะเกิดความชัดเจนอีกระดับ เพื่อให้รู้ว่าไทยจะเจออะไร แก้ไข รับมือกันอย่างไร

“จากที่ได้รับฟังนักธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี กำลังวิตกต่อภาวะใช้จ่ายและเศรษฐกิจซึมตัว ไม่เห็นความชัดเจนหรือทางแก้ไขของรัฐ หลายโครงการเลื่อนบ่อยครั้งจนกระทบความน่าเชื่อถือและไม่มั่นใจแล้ว ก่อนหน้านี้แจกเงินหมื่นรอบ3 ตอนนี้ยังเรื่องงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้าน ยังไม่ไปถึงไหน เพราะหากจะกระตุ้นเศรษฐกิจจริง เห็นด้วยต้องออกงบ 1.57 แสนล้านบาท โดยงบประมาณควรลงระบบเศรษฐกิจผ่านมาตรการหรือโครงการที่ใช้เวลาไม่มาก 1-3 เดือน เป็นโครงการที่ไม่ต้องหวั่นเรื่องเงินทอน ควรเป็นการช่วยเหลือตรงกับประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยเอสเอ็มอี เป็นหลัก และส่วนหนึ่งเป็นการปูพื้นลดผลกระทบจากภาษีทรัมป์ในระยะกลาง เตรียมรับมือภัยแล้ง และวางตำแหน่งผลักดันการผลิตและการค้าตามเทรนด์โลก ทั้งเรื่องลดโลกร้อน และใช้เทคโนโลยีเพื่อลดการพึ่งพาแรงงานด้อยคุณภาพ ตอนนี้ภาคเอกชนมองการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง ต้องใช้เวลาถึง 2 ปี จึงทำให้ระหว่างทางจะเกิดการชะลอ ชะงัก ที่จะลงทุน จ้างงาน และใช้จ่าย รัฐต้องเร่งฟื้นความเชื่อมั่นเหล่านั้นโดยเร็ว ” นายอัทธ์กล่าว

” อีกประเด็นที่มองว่าเศรษฐกิจไทยโตต่ำ คือ สหรัฐเลื่อนเก็บภาษีตอบโต้ 90 วันนั้น ตอนนี้เหลือไม่ 30 วัน หลายประเทศเริ่มนับหนึ่งเจรจาแล้ว แต่ไทยยังไม่ได้นับหนึ่งและไม่รู้ว่าจะได้เจรจาจริงเมื่อไหร่ และโอกาสเจรจาให้จบภายใน 30 วัน นั้นมีโอกาสต่ำ ถ้าจบเร็วและได้ตามกำหนด จะเกิดความชัดเจนอีกระดับ เพื่อให้รู้ว่าไทยจะเจออะไร แก้ไข รับมือกันอย่างไร ” นายอัทธ์กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักวิชาการ เห็นพ้อง เวิลด์แบงก์หั่นจีดีพี ชี้การเมืองวุ่นป่วนศก.ไทยรูด 1%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...