โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ธนาคารโลก หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 68 เหลือ 2.3% ชี้ภาษี-ความไม่แน่นอนเป็นแรงต้านรุนแรง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 10.28 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 03.28 น.

ธนาคารโลก ระบุเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญแรงต้านรุนแรงจากกำแพงภาษีและความผันผวนทางนโยบาย โดยเฉพาะสหรัฐ พร้อมหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 68 เหลือ 2.3% ชี้การค้าโลกใกล้ชะงัก หากสงครามภาษีลุกลาม

วันที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 02.02 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันอังคาร ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2568 ลง 0.4% เหลือเพียง 2.3% โดยเตือนว่าอัตราภาษีที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น กำลังกลายเป็นแรงต้านสำคัญต่อเศรษฐกิจทั่วโลก

ในรายงาน Global Economic Prospects ซึ่งจัดทำปีละ 2 ครั้ง ธนาคารโลกได้ปรับลดประมาณการเติบโตเศรษฐกิจของเกือบ 70% ของประเทศทั่วโลก รวมถึงสหรัฐ จีน ยุโรป และอีก 6 ภูมิภาคตลาดเกิดใหม่ เทียบกับการคาดการณ์เมื่อ 6 เดือนก่อน ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะเข้ารับตำแหน่ง

ทรัมป์ได้เขย่าระบบการค้าทั่วโลกด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าเป็นระยะ ๆ ส่งผลให้อัตราภาษีเฉลี่ยของสหรัฐพุ่งจากต่ำกว่า 3% ไปอยู่ในระดับเลขสองหลัก ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบร้อยปี และนำไปสู่การตอบโต้จากจีนและประเทศอื่น ๆ

แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐจะยืนยันว่าผลลบจากนโยบายการค้าจะถูกชดเชยด้วยการลงทุนที่พุ่งสูงและมาตรการลดภาษีชุดใหม่ที่กำลังพิจารณาอยู่ แต่ธนาคารโลกเตือนว่าการเติบโตในปีนี้จะอ่อนแอที่สุดเท่าที่เคยมีมาในช่วงที่ไม่เกิดภาวะถดถอย นับตั้งแต่วิกฤตปี 2551 โดยคาดว่าการเติบโตเฉลี่ยทั่วโลกในช่วงปี 2563–2572 จะอยู่ที่เพียง 2.5% ต่อปี ซึ่งต่ำที่สุดในรอบหลายทศวรรษ

รายงานคาดว่าการค้าโลกจะขยายตัว 1.8% ในปี 2568 ลดลงจาก 3.4% ในปี 2567 และน้อยกว่า 1 ใน 3 ของอัตราเฉลี่ย 5.9% ที่เคยเกิดขึ้นในยุค 2543 โดยประมาณการนี้ใช้ฐานจากภาษีที่มีผลบังคับ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม และยังไม่รวมภาษีที่ทรัมป์ประกาศเมื่อเดือนเมษายน ซึ่งถูกเลื่อนการใช้ไปจนถึง 9 กรกฎาคม เพื่อเปิดทางให้มีการเจรจา

ธนาคารโลก ยังคาดว่าอัตราเงินเฟ้อโลกจะอยู่ที่ 2.9% ในปี 2568 ซึ่งยังคงสูงกว่าระดับก่อนโควิด-19 เนื่องจากการขึ้นภาษีและตลาดแรงงานที่ตึงตัว โดยเตือนว่า หากสหรัฐเพิ่มภาษีขึ้นอีก 10% และประเทศอื่นตอบโต้ในระดับเท่ากัน อาจทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปี 2568 ลดลงอีก 0.5%

รายงานระบุว่าหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว การค้าโลกอาจหยุดชะงักในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ พร้อมกับความเชื่อมั่นที่พังทลาย ความไม่แน่นอนที่พุ่งสูง และตลาดการเงินที่ปั่นป่วน อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกยังประเมินว่าความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกมีไม่ถึง 10%

ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐและจีนกำลังเจรจาในกรุงลอนดอนเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งด้านการค้า โดยเฉพาะข้อพิพาทเกี่ยวกับแร่หายากซึ่งอาจกระทบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก นายอายฮาน โกเซ รองหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก ให้สัมภาษณ์กับ Reuters ว่า “ความไม่แน่นอนเปรียบเสมือนหมอกบนรันเวย์ มันชะลอการลงทุนและบดบังอนาคต”

โกเซกล่าวว่าแม้สถานการณ์ยังมืดมน แต่มีสัญญาณบางอย่างที่บ่งชี้ว่าการเจรจาทางการค้าเริ่มฟื้นตัว และห่วงโซ่อุปทานกำลังปรับตัวกับแผนที่การค้าใหม่ของโลก โดยไม่ถึงขั้นล่มสลาย พร้อมคาดว่าอัตราการเติบโตของการค้าโลกอาจดีขึ้นเล็กน้อยเป็น 2.4% ในปี 2569 และการพัฒนา AI อาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะยาว

*ธนาคารโลกระบุว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกทรุดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่เดือนมกราคม โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งคาดว่าจะเติบโตเพียง 1.2% ในปี 2568 ลดลง 0.5% จากคาดการณ์เดิม โดยสหรัฐถูกหั่นคาดการณ์ลงถึง 0.9% เหลือ 1.4% และแนวโน้มปี 2569 ถูกปรับลงเหลือ 1.6% *ด้วยเหตุผลจากกำแพงภาษี ความไม่แน่นอนระดับสูง และความผันผวนของตลาด

ด้านทำเนียบขาวตอบโต้ทันที โดยโฆษก คุช เดไซ กล่าวว่า “คำพยากรณ์ของธนาคารโลกไม่สอดคล้องกับข้อมูลเศรษฐกิจจริง ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่าการลงทุนในอุปกรณ์ธุรกิจแท้จริงพุ่งถึง 25% ในไตรมาสแรกของปี 2568 รายได้ส่วนบุคคลที่แท้จริงเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนเมษายน และตัวเลขการจ้างงานกับเงินเฟ้อดีเกินคาดติดต่อกัน 3 เดือนแล้ว”

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...