โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

TK ชี้หลักเกณฑ์เช่าซื้อใหม่เข้ม เสี่ยงผู้บริโภคกู้หนี้นอกระบบ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 03.47 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 10.47 น.

นายประพล พรประภา กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK เปิดเผยว่า จากประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ล่าสุดในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 68 เรื่องพระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 พ.ศ. 2568

บริษัทฯพร้อมให้ความร่วมมือในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม โดยมองว่าการเข้ามากำกับดูแลของ ธปท. จะส่งผลดีต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมในหลายด้าน โดยเฉพาะการที่จะมีหลักเกณฑ์และมาตรการการปล่อยสินเชื่อที่ชัดเจนเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ทั้งนี้ สิ่งที่คาดหวังมากที่สุด คือการที่อุตสาหกรรมจะมีการแข่งขันที่เป็นธรรมมากขึ้น เพราะทุกคนจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกัน ไม่มีการตัดราคาหรือแข่งขันในแนวทางที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถเน้นการแข่งขันด้านคุณภาพการให้บริการมากขึ้น

ขณะที่ผู้บริโภคจะได้รับความคุ้มครองมากขึ้น ช่วยลดปัญหาหนี้ครัวเรือนและลดโอกาสที่ลูกหนี้จะกลายเป็นหนี้เสีย ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้น หากการกำหนดหลักเกณฑ์เข้มงวดเกินไป โดยยกตัวอย่างจากประสบการณ์การกำกับดูแลในอดีตที่สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการหาจุดสมดุล

"ที่ผ่านมาได้เห็นมาแล้วจากกรณี LTV ของสินเชื่อบ้านในปี 2562 ที่แม้จะมีประโยชน์ในภาพรวมและส่งเสริมวินัยทางการเงิน แต่ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลง จนล่าสุด ธปท. ต้องผ่อนคลายมาตรการชั่วคราว หรือกรณีหลักเกณฑ์ DSR ที่แม้มีเจตนาดี แต่ก็ส่งผลให้การเข้าถึงสินเชื่อของประชาชนกลุ่มเปราะบางยากขึ้น"

อย่างไรก็ดี ประเด็นที่บริษัทฯ กังวลมากที่สุดคือความเป็นไปได้ที่ผู้บริโภคจะหันไปกู้หนี้นอกระบบเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าหลักของธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่มีรายได้ไม่แน่นอนและไม่สามารถยืนยันรายได้ที่ชัดเจนได้

“หากระบบการเงินปิดประตูให้ลูกค้าหรือประชาชนที่มีรายได้น้อย ก็จะต้องหันไปหาแหล่งเงินกู้นอกระบบ ซึ่งจะทำให้การควบคุมจากภาครัฐทำได้ยากขึ้น และไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ ธปท. ต้องการ"

นายประพล กล่าวอีกว่า บริษัทฯขอเสนอแนวทางการกำหนดหลักเกณฑ์ที่สมดุลใน 3 มิติหลัก ประกอบด้วย

  • มิติการคุ้มครองผู้บริโภค โดยกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจให้บริการทางการเงินให้กับผู้บริโภคได้ โดยอ้างอิงจากการศึกษาต้นทุนธุรกิจที่ ธปท. เคยดำเนินการในปี 2565
  • มิติการเข้าถึงบริการ ให้ความยืดหยุ่นในการประเมินความสามารถการชำระหนี้สำหรับกลุ่มที่มีรายได้ไม่แน่นอน แต่มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ
  • มิติความยั่งยืน ให้ผู้ประกอบการมีผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความเสี่ยง เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจและขยายบริการได้อย่างต่อเนื่อง ทั่วถึงประชาชนที่มีรายได้น้อย ไม่ต้องหันไปพึ่งพาหนี้นอกระบบ เพื่อบริการทางการเงินที่ยั่งยืน

“การกำหนดนโยบายต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการคุ้มครองผู้บริโภคและการรักษาโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ไม่แน่นอน เชื่อว่าหากสามารถกำหนดกรอบการทำงานที่เหมาะสมจะช่วยให้เกิดการแข่งขันอย่างเท่าเทียมและมีผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงสำหรับผู้ประกอบการ ในขณะเดียวกันก็สามารถคุ้มครองผู้บริโภคและรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...