โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'หุ้นอเมริกา' พารวย สหรัฐมีเศรษฐีเงินล้านเพิ่มขึ้นวันละ 1,000 คน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 20.48 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 03.39 น.

ธนาคาร UBS เปิดเผยรายงานล่าสุดว่าในปี 2567 ที่ผ่านมา ทั่วโลกมีจำนวน "เศรษฐีเงินล้าน" (ดอลลาร์) หรือ Millionaire เพิ่มขึ้นมากกว่า 684,000 คน ท่ามกลางความมั่งคั่งที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.6% เมื่อเทียบปี 2566 โดยในจำนวนนี้ส่วนใหญ่อยู่ใน "สหรัฐ" ซึ่งมีเศรษฐีเงินล้านหน้าใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 379,000 คน หรือเฉลี่ยตกวันละกว่า 1,000 คน ในขณะที่ "จีน" เพิ่มขึ้นวันละ 380 คน

รายงาน Global Wealth report 2025 ซึ่งสำรวจความมั่งคั่งใน 56 ประเทศ/ดินแดน ระบุว่า ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนความร่ำรวยทั่วโลกในปีที่แล้ว มาจาก "ตลาดหุ้น" ที่เติบโตอย่างร้อนแรงและ "ค่าเงินดอลลาร์" ที่แข็งค่าขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐซึ่งมีเศรษฐีใหม่เพิ่มขึ้นถึงกว่า 11% และหากแบ่งเป็นภาพใหญ่รายภูมิภาคนั้นจะพบว่าทวีปอเมริกามีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น 11.35% ตามมาด้วยเอเชียแปซิฟิก 2.85% และยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) 0.44%

นอกเหนือจากสหรัฐที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดแล้ว ภูมิภาคอื่นๆ อย่างยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง กลับมีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างปานกลาง และยังมีบางประเทศ เช่น เบลเยี่ยม ฝรังเศส และเยอรมนี ที่มีอัตราเฉลี่ยความมั่งคั่งต่อหัว (ผู้ใหญ่) ลดลงด้วย

ส่วนในกลุ่ม Greater China ซึ่งรวมจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ผู้ที่มีความมั่งคั่งระหว่าง 100,000 - 1,000,000 ดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วน 28.2% ตามมาด้วยยุโรปตะวันตก 25.4% และอเมริกาเหนือ 20.9%

อย่างไรก็ดี ความมั่งคั่งของคนส่วนใหญ่ทั่วโลกยังอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยกว่า 80% มีสินความมั่งคั่งไม่ถึง 1 แสนดอลลาร์ ส่วนเศรษฐีเงินล้านขึ้นไปมีสัดส่วนเพียง 1.6%

ถึงยุค 'Everyday Millionaire' พุ่งทะยาน

“Everyday Millionaire” (EMILLIs) หมายถึงเศรษฐีเงินล้านธรรมดาทั่วไปที่มาจากการสร้างตัวได้เอง จากการวางแผนการเงินการลงทุนและสั่งสมความมั่งคั่งไปเรื่อยๆ ไม่ใช่เพราะรับมรดกหรือถูกหวย ซึ่งรายงานของ UBS ระบุว่าคนกลุ่มนี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างน่าจับตา

รายงานปีนี้มีการพูดถึงกลุ่ม EMILLIs ที่กำลังเติบโตแต่กลับถูกมองข้าม เศรษฐีเงินล้านที่สร้างตัวได้เอง ซึ่งมีสินทรัพย์ที่ลงทุนได้ระหว่าง 1 - 5 ล้านดอลลาร์ มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่า "สี่เท่า" นับตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา จนขึ้นไปแตะระดับ 52 ล้านคนทั่วโลก ณ สิ้นปีที่แล้ว

ปัจจุบัน คนกลุ่มนี้มีทรัพย์สินรวมกันประมาณ 107 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับพีระมิดขั้นถัดไปของกลุ่มคนที่มีสินทรัพย์มากกว่า 5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอยู่ที่ 119 ล้าล้านดอลลาร์ การเติบโตของ EMILLIs ส่วนใหญ่ได้อานิสงส์มาจาก "ราคาอสังหาริมทรัพย์" ที่สูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของ "อัตราแลกเปลี่ยน" แม้จะมีความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค แต่แนวโน้มขาขึ้นในระยะยาวของเศรษฐีกลุ่มนี้ก็เป้นที่ชัดเจนทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม เจมส์ มาโซ นักเศรษฐศาสตร์จาก UBS ยอมรับว่า เกณฑ์สินทรัพย์ขั้นต่ำ 1 ล้านดอลลาร์นั้นอาจล้าสมัยไปบ้างแล้ว และเนื่องจากสินทรัพย์เหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นอสังหาริมทรัพย์ จึงทำให้ไม่มีสภาพคล่องมากนัก

อีก 5 ปี จะมีเศรษฐีเพิ่มอีก 5 ล้านคน

ธนาคารสวิสรายนี้คาดการณ์เทรนด์การเติบโตของเศรษฐีเงินล้านหน้าใหม่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 5 ล้านคน ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า ในขณะที่ความมั่งคั่งทั่วโลกขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นปีที่สองติดต่อกัน

“แนวโน้มของความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นนี้ คาดว่าไม่เพียงแต่เกิดขึ้นในความมั่งคั่งส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นในประชากรเศรษฐีที่เพิ่มขึ้นด้วย” รายงาน UBS ระบุ และแม้จะไม่ได้กำหนดพื้นที่ชัดเจนว่าเศรษฐีใหม่ส่วนใหญ่จะเกิดที่ใด แต่คาดว่าจะนำโดยสหรัฐ ตามมาด้วยเกรทเทอร์ไชน่า ละตินอเมริกา และโอเชียเนีย

เปิดพีระมิดหัวกลับ คน 1.6% ครองความมั่งคั่งครึ่งโลก

อย่างไรก็ดี หากเปรียบเทียบภาพรวมของความมั่งคั่งทั่วโลกยังคงออกมาเป็น "พีระมิดหัวกลับ" กล่าวคือ กลุ่มคนจำนวนน้อยที่สุดราว 1.6% ของโลก เป็นผู้ที่ได้ครอบครองสัดส่วนความมั่งคั่งมากที่สุดในโลก 48.1% เอาไว้ ในรายงานของ UBS ที่สำรวจ 56 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก

กลุ่มคนดังกล่าว 1.6% หรือประมาณ 60 ล้านคนทั่วโลก หรือกลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป กำลังถือครองสินทรัพย์มูลค่ามากกว่า 226.47 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 48.1% ของความมั่งคั่งทั้งหมดในโลกนี้

ในทางกลับกัน คนส่วนใหญ่ 1.57 พันล้านคนทั่วโลก ถือครองสินทรัพย์ระหว่าง 10,000 - 100,000 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 12.1% ของความมั่งคั่งในโลกนี้ และคนอีก 1.55 พันล้านคน ซึ่งเป็นฐานล่าสุดของพีระมิดความมั่งคั่ง ถือครองสินทรัพย์ไม่ถึง 10,000 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 0.6% ของความมั่งคั่งในโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...