โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

โตโยต้า เดินเกมรุกครึ่งปีหลัง เปิดตัวรถใหม่ 4 รุ่น นำโดย Yaris ATIV Hybrid ,bZ4X ,กระบะใหม่

Manager Online

เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 06.16 น. • MGR Online

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ยอดขายรถยนต์ของโตโยต้าอยู่ที่ 114,000 คัน โดยคาดว่าตลาดรถยนต์ทั้งหมดในปีนี้จะมียอดขายรวมประมาณ 600,000-610,000 คัน ซึ่งโตโยต้าตั้งเป้ายอดขายที่ 230,000 คัน คงส่วนแบ่งการตลาดไว้ที่ 38.% เท่ากับปี 2567

โตโยต้ามีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 โดยเริ่มจาก Toyota Yaris ATIV Hybrid ในเดือนสิงหาคม ซึ่งจะมี 2 รุ่นย่อยให้เลือก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย โดยยังคงจำหน่ายรุ่นเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรควบคู่กันไป เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น การเปิดตัว Yaris ATIV Hybrid คาดว่าจะผลักดันสัดส่วนรถยนต์ไฮบริดในเซกเมนต์รถเก๋งให้สูงถึง 80-90%

ต่อด้วยรถยนต์ไฟฟ้า Toyota bZ4X 2025 ซึ่งวางแผนทำตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจัง โดยนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ในไตรมาสที่ 4 จากเดิมที่เน้นการทดสอบในกลุ่มย่อย เช่น ดีลเลอร์ เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานในสภาพแวดล้อมของไทย โดยนายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ระบุว่า bZ4X จะตอบโจทย์ผู้ใช้งานในวงกว้างมากขึ้น และเหมาะกับความต้องการของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโต

นอกจากนี้ โตโยต้ายังเตรียมเปิดตัว กระบะไฮลักซ์ โมเดลเชนจ์ และ กระบะไฟฟ้า BEV ซึ่งคาดว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นรุ่นไฮลักซ์ไฟฟ้า โดยกระบะ BEV ได้ผ่านการทดสอบในประเทศไทย เช่น ที่พัทยา ด้วยระยะทางรวม 50,000-60,000 กิโลเมตร โดยไม่พบปัญหาการใช้งาน สร้างความมั่นใจในการนำรุ่นนี้สู่ตลาดทั่วไป

นายศุภกร กล่าวถึงภาพรวมตลาดรถยนต์ xEV (ประกอบด้วยรถยนต์ไฟฟ้า BEV และไฮบริด HEV) ว่า ในปี 2568 คาดว่าจะเติบโตประมาณ 25% โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฮบริดที่โตโยต้ามียอดขายเกิน 50% ของตลาดนี้แล้ว การเปิดตัว Yaris ATIV Hybrid จะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งในเซกเมนต์นี้

ในส่วนของรถกระบะ ซึ่งเป็นภาพสะท้อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย นายศุภกร ระบุว่า ยอดขายรถกระบะในปี 2567 อยู่ที่ 145,000 คัน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่เคยครองส่วนแบ่งตลาด 40-50% ปัจจุบัน รถ SUV มียอดขายแซงหน้าด้วยตัวเลข 76,000 คัน ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 เทียบกับรถกระบะที่ 74,004 คัน และอีโคคาร์ 60,000 คัน

“ยอดขายรถกระบะที่ลดลงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง เนื่องจากโตโยต้า ไฮลักซ์ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศถึง 93-95% ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศอย่างมาก หากยอดขายลดลง อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย”

การปล่อยสินเชื่อและการกระตุ้นยอดขายด้านการปล่อยสินเชื่อรถยนต์ของโตโยต้าลิสซิ่ง อัตราการปฏิเสธสินเชื่อโดยรวมอยู่ที่ 20% และสูงถึง 30% ในกลุ่มรถกระบะ อย่างไรก็ตาม โครงการ “กระบะพี่มีคลังค้ำ” ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (บสย.) คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายรถกระบะ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่ต้องการใช้รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ถึงแม้ว่าผู้ให้บริการสินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) อาจยังไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้เต็มรูปแบบ ซึ่งอาจต้องรอการปรับกฎเกณฑ์ในอนาคต

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า bZ4X 2025 นายศุภกร ระบุว่า ผู้บริโภคชาวไทยเริ่มมีความเข้าใจและยอมรับรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น การทดสอบกระบะ BEV ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยีนี้ ซึ่งโตโยต้ามั่นใจว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม

นายณัทธร กล่าวเสริมว่า “Toyota Yaris ATIV Hybrid จะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทุกมิติของผู้ใช้งาน ส่วน bZ4X จะเป็นก้าวสำคัญในการขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบบ Mass Market ในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่และตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า”

การเดินหมากของโตโยต้าในครึ่งปีหลังนี้สะท้อนถึงความตั้งใจในการปรับตัวต่อแนวโน้มพลังงานทางเลือก พร้อมกระตุ้นตลาดด้วยไลน์อัพผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งในกลุ่มไฮบริด ไฟฟ้า และกระบะใหม่ ควบคู่ไปกับการวางแผนเชิงกลยุทธ์ในเรื่องสินเชื่อและการสนับสนุนภาคธุรกิจระดับรากหญ้า ซึ่งหากทำได้ตามเป้า โตโยต้าน่าจะยังรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์เมืองไทยไว้ได้อย่างมั่นคง.

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...