โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘แอร์เอเชีย’ ก้าวสู่โลว์คอสต์โลก เชื่อมเซาท์อีสต์เอเชียสู่ ‘ยุโรป-อเมริกา’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 12.25 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 03.42 น.

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

เดินหน้ารุกเต็มที่สำหรับกลุ่มสายการบิน “แอร์เอเชีย” โดยล่าสุดลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับแอร์บัส ณ ปารีส เพื่อจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส A321XLR 50 ลำ พร้อมสิทธิในการซื้อเพิ่มเติมอีก 20 ลำ รวม 70 ลำ มูลค่า 12.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยมีกำหนดทยอยส่งมอบตั้งแต่ปี 2571-2575

เพื่อสนับสนุนการขยายเครือข่ายสายการบินราคาประหยัดทั่วโลก ภายใต้กลยุทธ์ Multihub หรือหลายศูนย์ปฏิบัติการการบิน โดยกำหนดให้ “กัวลาลัมเปอร์” และ “กรุงเทพฯ” เป็นศูนย์กลางการบินสำคัญ

เชื่อมอาเซียนสู่ยุโรป-อเมริกา

“โทนี่ เฟอร์นันเดส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Capital A และที่ปรึกษาและผู้บริหารกลุ่มแอร์เอเชีย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ประมาณ 20 คน ผ่านระบบ Zoom ถึงแผนการซื้อและบริหารฝูงบินของกลุ่มแอร์เอเชียภายหลังการเซ็นเอ็มโอยู ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

“โทนี่” เริ่มต้นให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อ 23 ปีที่แล้ว ช่วงที่เขาเริ่มก่อตั้งแอร์เอเชีย ความฝันของเขาคือ “การทำให้ทุกคนสามารถมาอาเซียนได้” และตอนนี้แผนของเขาคือ แอร์เอเชียจะเป็นสายการบินราคาประหยัดแห่งแรกของโลกที่ทำให้ผู้คนในอาเซียนสามารถบินในราคาประหยัดไปยังยุโรปและสหรัฐอเมริกาได้ในอนาคตอันใกล้

“ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าทุกคนจะสามารถบินระหว่างภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ได้ถูกลง”

ราคาตั๋วบินถูกลง 30-40%

เมื่อถามว่า ตามแผนการบินจากฮับหลักของแอร์เอเชียในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังยุโรปและสหรัฐอเมริกาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะถูกลงเท่าใด “เฟอร์นันเดส” บอกว่า ถ้าเทียบกับสายการบินทั่วไปคาดว่าราคาตั๋วโดยสารของเอเชียในวันนั้นจะถูกลง 30-40% และอาจถูกลงถึง 50%

“เป้าหมายในที่นี้ไม่ใช่การแย่งส่วนแบ่งตลาดของใคร แต่เป็นการให้ผู้คนได้บินไปยังสถานที่ที่ไม่เคยฝันว่าจะได้ไป” เฟอร์นันเดสอธิบายเพิ่มเติม พร้อมบอกด้วยว่า “ผมคิดว่าโอกาสนี้ยิ่งใหญ่มาก”

เคล็ดลับคือ การใช้เครื่องบินแอร์บัส A321XLR ซึ่งเป็นเครื่องบินลำตัวแคบรุ่นใหม่ที่สั่งซื้อไปและอยู่ระหว่างรอการส่งมอบนี้ที่มีความสามารถบินได้นานถึง 9 ชั่วโมง และประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้นถึง 20% ต่อที่นั่ง รวมถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและส่งเสริมเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของกลุ่มแอร์เอเชียด้วย

โดยเชื่อมสนามบินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น กรุงเทพฯ และกัวลาลัมเปอร์ (มาเลเซีย) กับตะวันออกกลาง แล้วบินต่อไปยังยุโรปในทิศตะวันตก ส่วนทางตะวันออกจะเชื่อมจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังไต้หวัน หรือญี่ปุ่น แล้วบินต่อไปยังสหรัฐอเมริกา

“ตอนนี้โลกทั้งใบอยู่ในกำมือเราแล้ว” เฟอร์นันเดสย้ำ

ย้ำจุดขายเที่ยวบินราคาประหยัด

ต่อคำถามที่ว่าเครื่องบินรุ่นใหม่ซึ่งจะเริ่มส่งมอบตั้งแต่ปี 2028 หรือปี 2571 จะเปลี่ยนแปลงการจราจรทางอากาศราคาประหยัดจากประเทศไทยอย่างไร “เฟอร์นันเดส” ตอบว่า สำหรับประเทศไทยนั้นเราจะได้เห็นสนามบินภูเก็ตและเชียงใหม่กับเมืองต่าง ๆ ในอินเดียและจีนมีจำนวนเที่ยวบินตรงจำนวนมากขึ้น

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราเชื่อมั่นว่าจุดแข็งของแอร์เอเชีย คือ การเสนอเที่ยวบินราคาประหยัด ผมไม่คิดว่าเราเป็นผู้ขายพรีเมี่ยม”

และบอกอีกว่า เขาเชื่อว่าเครือข่ายทั่วโลกในอนาคตของสายการบินจะเป็น “เที่ยวบินแบบประหยัดทั้งหมดทั่วโลก”

แอร์เอเชีย

ผู้โดยสาร 150 ล้านคนใน 5 ปี

โดยหลังจาก “เฟอร์นันเดส” ให้สัมภาษณ์ “แอร์เอเชีย” ได้ออกแถลงการณ์ตามมาอีกว่า เครื่องบิน A321XLR ลอตใหม่ที่อยู่ระหว่างรอรับมอบนั้นจะช่วยให้แอร์เอเชียสามารถให้บริการเส้นทางระยะไกลมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเส้นทางไปยังเอเชียกลาง ตะวันออกกลาง และยุโรป

และจะเป็นก้าวสำคัญของแอร์เอเชียที่จะก้าวขึ้นเป็นสายการบินเครือข่ายลำตัวแคบราคาประหยัดแห่งแรกของโลก

พร้อมให้ข้อมูลด้วยว่า กลุ่มแอร์เอเชียตั้งเป้าที่จะขนส่งผู้โดยสาร 150 ล้านคนต่อปีภายในปี 2030 โดยมียอดรวมสะสมตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจำนวน 1.5 พันล้านคน

เครื่องรุ่นใหม่คือจุดเปลี่ยน

และในฐานะผู้บุกเบิกการเดินทางราคาประหยัด (โลว์คอสต์) วันนี้ “แอร์เอเชีย” กำลังยกระดับไปอีกขั้นเพื่อเป็นสายการบินเครือข่ายราคาประหยัดแห่งแรกของโลก ซึ่งจะเป็นการเติบโตแบบทวีคูณ

“เราได้มอบโอกาสให้ผู้คนในอาเซียนได้สำรวจเอเชีย ตอนนี้เราต้องการให้โลกได้เห็นอาเซียน และอาเซียนได้เห็นโลก โดยมีเครื่องบิน A321XLR และ A321LR ซึ่งเป็นรุ่นใหม่นี้คือตัวเปลี่ยนเกมที่ทำให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริง และเราภูมิใจที่จะเป็นผู้นำในการทำให้โลกของเราเล็กลง”

พร้อมย้ำว่า ฝูงบินใหม่จะมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ และกลยุทธ์เครื่องบินหลายลำจะช่วยให้สายการบินสามารถปรับความจุให้เข้ากับความต้องการ ลดการใช้เชื้อเพลิง และสนับสนุนรูปแบบการเติบโตที่ยั่งยืน และคุ้มค่าในภูมิทัศน์การแข่งขันระดับโลกในอนาคต

ไทยแอร์เอเชีย อัดรูตบินเพิ่ม-บูม “สุวรรณภูมิ”

สำหรับตลาดประเทศไทยนั้น “ไทยแอร์เอเชีย” ยังคงเดินหน้าตอกย้ำภาพบินสะดวกเลือกได้ 2 สนามบิน คือ ท่าอากาศยานดอนเมือง (DMK) และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK) เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้โดยสาร ทั้งเรื่องความสะดวกสถานที่ ใกล้ที่ไหนบินที่นั่น การต่อเที่ยวบิน และความคุ้มค่าด้านราคาที่มากขึ้น

“สันติสุข คล่องใช้ยา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบิน “ไทยแอร์เอเชีย” บอกว่า ปัจจุบันสายการบินไทยแอร์เอเชียเป็นผู้นำตลาดการบินภายในประเทศ ด้วยส่วนเเบ่งการตลาดเเละเส้นทางบินที่มากที่สุด

โดยเป็นสายการบินราคาประหยัด หรือโลว์คอสต์แอร์ไลน์ รายเดียวที่ให้บริการที่กรุงเทพฯจาก 2 ท่าอากาศยานของประเทศไทย คือ ท่าอากาศยานดอนเมือง (DMK) และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK) เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้โดยสาร ทั้งเรื่องความสะดวกสถานที่ ใกล้ที่ไหนบินที่นั่น การต่อเที่ยวบิน หรือความคุ้มค่าด้านราคาที่มากขึ้น

ล่าสุด “ไทยแอร์เอเชีย” ได้เปิดให้บริการเส้นทางบินจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอีก 3 เส้นทางใหม่สู่สุราษฎร์ธานี จำนวน 1 เที่ยวบินต่อวัน นราธิวาส จำนวน 1 เที่ยวบินต่อวัน และบุรีรัมย์ จำนวน 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี เเละเสาร์)

“เราคาดหวังว่า 3 เส้นทางบินใหม่ จากสุวรรณภูมิสู่สุราษฎร์ธานี นราธิวาส และบุรีรัมย์ จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในครึ่งปีหลังได้อย่างดี โดยเฉพาะโอกาสดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สนามบินสุวรรณภูมิเชื่อมต่อเส้นทางในประเทศกับแอร์เอเชียได้สะดวกยิ่งขึ้น”

นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มให้บริการอีก 2 เส้นทางจากสุวรรณภูมิสู่เชียงรายเเละนครศรีธรรมราช ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นี้เป็นต้นไป

ทำให้ “ไทยแอร์เอเชีย” มีเส้นทางบินในประเทศ เข้าออกจากสุวรรณภูมิมากสุดถึง 11 เส้นทาง ได้เเก่ เชียงใหม่ กระบี่ หาดใหญ่ ภูเก็ต ขอนเเก่น อุดรธานี สุราษฎร์ธานี นราธิวาส บุรีรัมย์ เชียงราย เเละนครศรีธรรมราช

เมื่อรวมกับอีก 22 เส้นทางจากบินตรงจากท่าอากาศยาน “ดอนเมือง” และ “เส้นทางบินข้ามภูมิภาค” จำนวน 8 เส้นทาง ทำให้ไทยแอร์เอเชียมีเส้นทางภายในประเทศมากสุดถึง 41 เส้นทาง รวม 118 เที่ยวบินต่อวัน

“ปัจจุบันสายการบินไทยแอร์เอเชียมีฝูงบินจำนวน 5 ลำประจำการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และจะเพิ่มอีก 1 ลำ เป็น 6 ลำภายในสิ้นปีนี้”

พร้อมระบุด้วยว่า “แอร์เอเชีย” เพิ่งได้รับการประกาศเป็น “สายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลก” จากการจัดอันดับโดยสถาบันสกายเเทรกซ์ เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ถือเป็นสมัยที่ 16 ติดต่อกัน และมีสถิติความตรงต่อเวลาสูงสุดในไทยจากสถิติโดยสถาบัน Cirium ในปีที่ผ่านมา

เป็นการตอกย้ำจุดยืน “ความคุ้มค่า” ควบคู่ “คุณภาพ” การให้บริการในระดับสากล

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘แอร์เอเชีย’ ก้าวสู่โลว์คอสต์โลก เชื่อมเซาท์อีสต์เอเชียสู่ ‘ยุโรป-อเมริกา’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...