‘ธรรมนัส’ ประกาศเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล โวเลือกตั้งครั้งหน้ากวาด สส. 70 คน
เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 11 ก.ค.68 ที่โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา จังหวัดชลบุรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวเปิดงานเสวนา สส.และสมาชิกพรรค หัวข้อ “DARE TO DO คนกล้าลงมือทำ”
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่คิดว่าครอบของของของครัวของเราโตไว มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมืองของจริง หลายคนถามว่าเรามาทำอะไรกัน หลายคนสงสัยว่าจะมีการเลือกตั้งในระยะเวลาอันใกล้นี้หรือไม่ ตั้งแต่เช้าตนได้รับโทรศัพท์ว่าวันนี้พรรคกล้าธรรมทำอะไรที่พัทยา ตนตอบว่าเรามีความพร้อมที่สุดที่จะรับใช้ประชาชน ครอบครัวของเราเริ่มจากในสภา มีพี่น้อง สส. 4 คน ที่กล้าเข้าไปอยู่ในพรรคกล้าธรรม ทั้ง 4 คน ก็ไม่รู้ว่าในอนาคตพรรคกล้าธรรมจะไปถึงไหน แต่เมื่อนำร่องแล้วก็ตามมาอีก 20 คน และตามมาเรื่อยๆ อย่างที่หัวหน้าพรรคได้กล่าวไว้ ถือว่าเป็นฤกษ์งามยามดี แม้หัวหน้าพรรคไม่อยู่ แต่เรามีผู้หลักผู้ใหญ่ มึประธานยุทธศาสตร์พรรค เลขาธิการพรรค และรัฐมนตรีทั้ง 2คน
”ผมอยากฝากความเชื่อมั่นให้ทุกคนที่มาวันนี้ ได้พูดปากต่อปากที่เรามีตัวแทนทั้ง 77 จังหวัด ครอบครัวของเราสมบูรณ์ ไม่กล้ามีพรรคไหนจัดเหมือนพรรคกล้าธรรม ทำให้ดี ทำให้เวอร์ไว้ก่อน พรรคนี้คนปกติอยู่ไม่ได้ เพราะคนปกติที่คิดมาก ฉลาดมาก ละเอียดมาก อยู่ไม่ได้ เพราะพรรคนี้จะเป็นพรรคที่กล้า กล้าทำเพื่อประชาชน“ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า พวกเราไป จ.สกลนคร มีคนถามว่า นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์คนใหม่ จะเป็นอย่างไร เพราะเป็นมือใหม่ จะทำอะไรให้เกษตรกร ตนอยู่กระทรวงเกษตรฯ ตั้งแต่ปี 62 ไม่ต้องอ่านสคริป รู้ว่าจะตอบชาวบ้านอย่างไร ”เวลาพูดแล้วคำพูดคือนายผม พูดแล้วต้องรับผิดชอบ พูดแล้วต้องทำให้ได้ พี่น้องข้าราชการสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ต้องสยบ ต้องเกรงใจ ทำงานด้วยให้เราด้วยหัวใจ ใช้หัวใจใส่สมอง ทำงานไม่ใช่ให้สมองสั่งใจ“ เวลารัฐมนตรีเกษตรฯ ไปตรวจราชการ ปลัดอธิบดี เขาจะเดินตาม เขาให้ใจ “ครอบครัวกล้าธรรม กำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ จนถึงปัจจุบันก็ยังดูแลอยู่ สิ่งไหน อย่างไหนที่รับปากชาวบ้านแล้วเราทำ” พี่น้องถามว่าจะมีมาตรการอะไรดูแลชาวนาที่เวลานี้เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า จ.สกลนคร น้ำท่วมทั้งจังหวัดต้นกล้าตายทั้งหมด นี่คือเรื่องละเอียดอ่อนที่เราต้องทำ คนฐานรากคือคนส่วนใญ่ของประเทศ ถ้าฐานรากอ่อนแอประเทศก็เข้มแข็งไม่ได้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ปรึกษาก่อนว่าจะเดินหน้าอย่างไร จะใช้นโยบายอย่างไร
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ดังนั้น อย่ามองว่าประเทศไทยจะเจริญมั่นคงด้วยอุตสาหกรรม ตนพูดทุกเวทีว่าจีดีพีรวมของประเทศ มองภาคอุตสาหกรรมมากเกินไป พอย้ายฐานการผลิตเราก็ดิ่งลงเหว หากฐานรากไม่มีหนี้ก็จะทำให้จีดีพีขึ้น ตนในฐานะ “กูรู” ผู้ที่คลุกคลีกับเกษตรกร วันนี้ในการประชุมทีมไทยแลนด์ กับทีมที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี ก็เชิญตนไปคุยภาษีทรั้มป์ ที่บ้านพิษณุโลก และตนก็เป็นคนพูดเยอะที่สุด ทั้งที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาแต่ตนรู้เยอะ รู้มาก คลุกคลีกับความเป็นจริงของเกษตรกรคนฐานราก พูดว่าเราจะรับปากใครไม่ได้ เกษตรกรตายหมด แต่บางสินค้าไม่กระทบกับเรา ไม่เกี่ยวกับเกษตรกร ให้นำเข้ามาเลย ไม่ใช่อาชีพหลักของเรา แต่ถ้าเป็นหมูเห็ดเป็ดไก่วัวนำเข้ามาก็เจ๊ง เกษตรกรจะอยู่อย่างไร ที่เรากลัวแล้วไปแก้ผ้าให้เขาเอาอย่างเวียดนาม เจอไป ร้อยละ 20 สหรัฐฯ ไม่ลดให้ ถ้าคนรู้จริงจะกล้าพูดว่าทำไม่ได้
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า การเจรจาบ้านพิษณุโลกวันนี้ ไม่ให้ใครยอมทุกเรื่อง การตกลงท้ายที่สุดจะจบที่สภา ถ้าสภาไม่เห็นชอบต่อสนธิสัญญาเหล่านี้ก็พับไป ทุกอย่างให้จบที่สภา “พรรคกล้าธรรม ต้องกล้าคิด ต้องเอาความคิดไปสู่การปฏิบัติให้เกิดประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ของประเทศ คือคนฐานราก” นอกจากนี้ เรามี สส. อย่างไม่เป็นทางการ 30 กว่าชีวิต วันนี้เราได้แค่นี้ การเลือกตั้งครั้งต่อไปตนเชื่อว่าเจ้าที่เจ้าทาง เพราะสมัยที่พรรคพลังประชารัฐ มีสส. 121 คน พอย้ายไปตึกนายสันติ พร้อมพัฒน์ เหลือ 40 คน และตอนนี้เหลือ 18-19 คน ไม่รู้จะมาอีกเมื่อไหร่ ที่นี่ทำเลดี เป็นชัยภูมิดี ตนเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคกล้าธรรมจะมากกว่า 70 ชีวิต สิ่งสำคัญที่สุด ผู้แทนแต่ละจังหวัดของพรรคกล้าธรรมมีความพร้อมทุกเรื่อง นโยบายดีๆ ที่กำลังจะวางยุทธศาสตร์ ตนเชื่อว่าที่ น.อ.อนุดิษฐ์ อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่คนธรรมดา เป็น สส.กี่สมัย มาเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค จะนำเรื่องนโยบาย ตนไม่มีความกังวล
“ผมเป็นคนบ้า จะนำพาให้ชนะการเลือกตั้ง การเลือกตั้งซ่อม สส. นครศรีธรรมราชครั้งที่ผ่านมา ผมไปวันแรกกลับมาเอามือก่ายหน้าผากตัวเองแล้วคิดว่าแพ้แน่ เหนื่อย เพราะเขาจ่ายน้ำลงไปแต่ละบ้าน แต่เราไม่ทำเลย เขามีความพร้อมทุกอย่าง ไม่ใช่ยิงกระสุน แต่เราไม่มีความพร้อม ผมใช้เวลาตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย.มีเวลา 10 วัน เราชนะ อย่างนี้เราธรรมดาไหมล่ะ ถ้าเป็นมวยเราเป็นรอง แล้วเจอความบ้าของธรรมนัส เจอความบ้าของหลายคนเรา ชนะเป็น 10,000” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
ร.อ.ธรรมนัส ย้ำด้วยว่า หลายคนที่นั่งอยู่ตรงนี้คิดถูกแล้วที่เดินเข้ามาสู่ครอบครัวพรรคกล้าธรรม วันนี้เรามีตั้งแต่ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา กระบี่ พังงาถล่มแน่ ไม่ดูสภาพตัวเองเลยว่าเนี่ยหรอเป็นผู้นำ ยังขอตังค์ผมใช้อยู่เลย จ.นราธิวาส เรามีความพร้อมที่สุด ส่วน จ.นราธิวาสทั้ง 5 เขต ถ้าไม่มาในเที่ยวหน้า ตกงาน สำหรับภาคตะวันออก จ.ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ขอมอบให้ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร อดีตรมช.เกษตรฯ ดูแลภาคตะวันออก เฟ้นหาผู้สมัคร ส่วนภาคอื่นเรามีความพร้อม ภาคเหนือตนกำกับดูแลเอง ไม่ต้องห่วงสมัยหน้าตนไม่ลงแค่ 2 เขต จะไปลุยกับทุกคน
ร.อ.ธรรมนัส ยังระบุว่า ในปัจจุบันพรรคกล้าธรรม มี 2 อดีต กับเลขาปัจจุบัน ตนมั่นใจว่าจะนำพรรคกล้าธรรม ในสมัยหน้าเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอน เลือกตั้งครั้งหน้า เชื่อว่าผู้สมัครของพรรค โดยตอนนี้ที่จ.มุกดาหาร นายก อบจ. เป็นของพรรคกล้าธรรม 2 เขตในการเลือกตั้งสมัยหน้าเรามีความพร้อมสุด จ.แม่ฮ่องสอน ตอนนี้เรามี สส. 1 คนแล้ว ซึ่งหากนายวิทยา ในครั้งที่แล้วมาอยู่ใต้ร่มเงาธรรมนัส ป่านนี้เป็นสส. ไปแล้ว แต่ครั้งที่แล้วไปลงในนามพรรคอื่น ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งหน้า จ.แม่ฮ่องสอน เราปักหมุดได้เลยว่า 2 เขต เป็นของพรรคกล้าธรรมอย่างแน่นอน
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมี จ.พะเยาอีก 3 เขตเป็นของพรรคกล้าธรรม จ.กำแพงเพชรอีก 4 เขตก็เป็นของเรา จ.ตาก 3 เขตก็เช่นกัน และเดี๋ยวจะมีการเข้าไปตีที่จ.เพชรบูรณ์ด้วย อย่าคิดว่า จ.เพชรบูรณ์ 6 เขต ตนจะตีไม่ได้ ฝากไปบอกด้วย จ.ขอนแก่น 8 เขตก็เป็นของเราอย่างแน่นอน ส่วนจ.นราธิวาส 5 เขต ตนก็เชื่อว่าเป็นของเราอย่างแน่นอน จ.สุราษฎร์ธานี 6 เขต เราปักหมุดเอาทั้ง 6 เขต รวมถึง จ.สงขลา มุกดาหาร กาฬสินธุ์ บึงกาฬ ราชบุรี และสระบุรี รวมถึงโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ พรรคกล้าธรรม สามารถปักหมุดได้ในหลายจังหวัด พร้อมย้ำว่า ”วันนี้เราพร้อมที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล“.