โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เริ่มคุยภาษีUS คลังจุ้น‘ธปท.’ รบ.ขอจัด‘F1’

ไทยโพสต์

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 21.20 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 17.01 น.

“คลัง” แนะ 4 ข้อเสนอ “แบงก์ชาติ” หนุนนโยบายการเงินการคลังมากขึ้น กระทุ้งเงินเฟ้อให้เข้ากรอบ ดูแลอัตราแลกเปลี่ยน เร่งอัดฉีดสินเชื่อ-สภาพคล่องเข้าระบบ ปัดสั่งการแทรกแซง "พิชัย" จ่อชงบอร์ดกระตุ้น ศก.เคาะงบแสนล้าน แย้มเริ่มเจรจาภาษีทรัมป์ ยื่นข้อเสนอทางการสัปดาห์นี้ ครม.ไฟเขียวไทยเสนอตัวเจ้าภาพจัด "F1" 5 ปี วงเงิน 4 หมื่นล้าน “สตง.” ทำหนังสือด่วนถึง "อธิบดี สถ." เตือนเร่งของบใน 3 วัน เปิดช่องเรียกรับผลประโยชน์

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2567 (ก.ค.-ธ.ค.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังได้ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะต่อรายงานดังกล่าว ใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1.ให้มีการสอดประสานกันระหว่างนโยบายการเงินและนโยบายการคลังให้มากขึ้น โดยในฐานะที่กระทรวงการคลังดูแลเรื่องมาตรการทางการคลัง และ ธปท.ดูแลมาตรการทางการเงิน ดังนั้นควรพิจารณาร่วมกันในภาพใหญ่ และต้องมีนโยบายที่สอดประสานกันในหลายๆ มิติ เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 2.ให้ดูแลเรื่องอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมายตามที่ได้มีการหารือกันในช่วงก่อนหน้านี้ เนื่องจากปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำจนถึงติดลบ ดังนั้นสิ่งที่ต้องดำเนินการคือทำให้ในส่วนนี้เป็นไปตามกรอบเป้าหมาย ส่วนวิธีการว่าจะต้องทำอย่างไร เชื่อว่าเรื่องนี้ ธปท.รู้ดีอยู่แล้ว

3.ให้พิจารณาเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และ 4.ให้พิจารณาสินเชื่อและสภาพคล่อง เพื่อให้มีการปล่อยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจให้มากขึ้น เพราะปัจจุบันจะเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น จึงอาจเป็นผลให้สถาบันการเงินมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ซึ่งเมื่อเห็นสถานการณ์แบบนี้ หากหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่รีบทำอะไรเลย สถาบันการเงินก็จะจำกัดการปล่อยสินเชื่อโดยอัตโนมัติ อาจจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจให้มีความไม่แน่นอนสูงขึ้น

“ข้อเสนอแนะดังกล่าวไม่ได้มุ่งแทรกแซงการทำงานของ กนง.หรือ ธปท. โดยเฉพาะในเรื่องอิสระในการกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ย และไม่ใช่การสั่งว่าใครต้องทำอะไร เราอยู่ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลมาตรการด้านการคลัง เขาดูแลมาตรการด้านการเงิน เราแค่อยากให้มองร่วมกันในภาพใหญ่ อยากเห็นการทำงานให้สอดคล้องกันในภาพรวมมากขึ้นหลายมิติ เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้จริง” รมช.การคลังระบุ

ทางด้านนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่การกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ (บอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ) ในวันที่ 18 มิ.ย.ว่า ขณะนี้ได้เวลาเสนอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ งบประมาณ 1.57 แสนล้านบาทแล้ว โดยจะเลือกอันที่มีความพร้อมมากที่สุด ซึ่งโครงการที่พร้อมจะอนุมัติวงเงินมากกว่าแสนล้านบาท ตามหลักเกณฑ์ต้องทําให้เสร็จภายในปีงบประมาณ 2568 และต้องใช้เงินภายในปีงบประมาณ 2569

เมื่อถามถึงรายชื่อแคนดิเดตผู้สมัครผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีคนในใจหรือไม่ นายพิชัยกล่าวว่า "ผมคุยกับใครก็ได้ ขอให้คณะกรรมการเลือกมาเถอะ เพราะเดี๋ยวนี้เราเข้าใจกันเยอะขึ้น และผมก็ทำงานใกล้ชิดกับ ธปท.มากขึ้น"

นายพิชัยยังกล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาการค้าและภาษีสหรัฐอเมริกาว่า เริ่มเจรจาในระดับทางการแล้ว แต่บางเรื่องไม่ควรเปิดเผย และคาดว่ายื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการได้ในสัปดาห์นี้ ส่วนจะบินไปคุยเมื่อไรนั้น นายพิชัยได้เอามือจุ๊ๆ ปากแล้วบอกว่า ขอให้ใจเย็นๆ ไปคุย ทั้งนี้เป็นการพูดคุยแบบออนไลน์ ครั้งต่อไปก็ต้องเจอหน้ากัน

ขณะที่ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบนโยบายการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่ง Fomula หรือ F1 แล้ว ตามข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) ไทยจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน 5 ปี ตั้งแต่ปี 2571 กรอบวงเงินกว่า 40,000 ล้านบาท จะใช้งบเป็นรายปีและต้องเสนอเข้ามาให้ ครม.พิจารณาในทุกปี ดังนั้น ที่ประชุมจึงได้พิจารณากรอบการดำเนินโครงการเพื่อไปศึกษาโดยละเอียดต่อไป โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ตนเป็นประธานคณะทำงานประมูลสิทธิ์ และมีองค์ประกอบเป็นปลัดกระทรวงท่องเที่ยวฯ และอธิบดีที่เกี่ยวข้องในกระทรวงคมนาคม และอื่นๆ โดยขณะนี้มีการออกแบบไว้คร่าวๆ แล้ว และมีแบบออกมาบ้างแล้ว โดยได้ทำงานร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ของ สปน. รวมถึงบริษัท F1 แล้ว

นอกจากนี้ ได้เปิดลงทะเบียนสำหรับผู้ประกอบการโรงแรมที่จะเข้าร่วม "โครงการเราเที่ยวด้วยกัน" แล้ว และจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ

วันเดียวกัน นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทำหนังสือด่วนที่สุด เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ถึงอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เรื่องการกำชับและกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับการเสนอโครงการและคำของบประมาณเพื่อดำเนินการตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท

โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า ตามมติ ครม.วันที่ 20 พ.ค.2568 เห็นชอบแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งให้สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดแจ้งและรวบรวมข้อเสนอโครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายในวันที่ 23 พ.ค.2568 นั้น สตง.พิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการดำเนินการอย่างเร่งรัดในระยะเวลาเร่งด่วน จึงขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพิจารณาดำเนินการโดยกำชับ และกำกับดูแลองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นให้ดำเนินการในทุกขั้นตอนด้วยความระมัดระวัง ละเอียด รอบคอบ และต้องคำนึงถึงการกระทำการใดๆ อันอาจเล็งเห็นได้ว่าเป็นเหตุหรือช่องทางในการเรียกรับผลประโยชน์อื่นใดเพื่อตนเองหรือผู้อื่นทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยมิชอบจากการดำเนินโครงการตามมาตรการดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งขอให้ระมัดระวังการกระทำด้วยประการใดๆ ที่อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำตามมาตรา 88 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2561.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...