โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

'รพ.สธ.' ใช้เอไอจับ 'คู่ยา' พบห้ามใช้ร่วมเด็ดขาดกว่า 1,300 คู่

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 23.22 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 03.02 น.

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ได้พัฒนาระบบ AI Drug Interaction ซึ่งเป็นการใช้AI ตรวจจับและแจ้งเตือนคู่ยาที่ใช้ร่วมกันแล้วส่งผลกระทบ เช่น ทำให้ฤทธิ์ของยาเพิ่มขึ้นหรือลดลง เกิดผลข้างเคียงมากขึ้น หรือเป็นอันตรายถึงชีวิต รวมถึงแจ้งเตือนยาที่แพ้และยาที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลของสถานพยาบาลในสังกัดกับฐานข้อมูลคู่ยาที่ทำปฏิกิริยาระหว่างกัน และฐานข้อมูลการแพ้ยาและยีนแพ้ยา

เมื่อระบบตรวจสอบพบจะทำการแจ้งเตือนแพทย์ในการสั่งจ่ายยา เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับยาลดไขมันในเลือด ซิมวาสแตติน (Simvastatin) ระบบจะแจ้งเตือนว่า การใช้ร่วมกับยาต้านไวรัสริโทนาเวียร์ (Ritonavir) อาจส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อโรคกล้ามเนื้อหรือการสลายตัวของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น เป็นต้น ทำให้ผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน หรือผู้ป่วยที่ต้องรับการรักษากับสถานพยาบาลหลายแห่งมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น

จากการนำร่องAI Drug Interaction รุ่นแรกในโรงพยาบาลของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 25 แห่ง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ขณะนี้ทดสอบระบบสำเร็จแล้ว 11 แห่ง มีจำนวนยาที่ใช้ทั้งหมด 89,575 รายการ พบว่า ระบบมีการตรวจจับและแจ้งเตือนคู่ยา 2,384 คู่ ในจำนวนนี้เป็นคู่ยาที่หากใช้ร่วมกันแล้วจะเกิดผลกระทบ 2,220 คู่

  • มีคู่ยาที่ห้ามใช้ร่วมกันเด็ดขาด 1,343 คู่
  • หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกันเพราะอาจเสี่ยงถึงชีวิต 1,781 คู่
  • และมีผลกระทบน้อย อาจไม่ต้องเปลี่ยนการรักษา 3 คู่

ช่วยให้แพทย์สั่งจ่ายยาให้ผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัย หลังจากนี้จะมีการพัฒนาระบบรุ่นที่ 2 ซึ่งสามารถตรวจสอบคู่ยาที่ส่งผลกระทบระหว่างกันทั้งอดีตและปัจจุบัน รวมถึงประวัติการแพ้ยา ยีนแพ้ยาและจะขยายผลการใช้งานให้ครอบคลุมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน ภายในเดือนกันยายน 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...