คดีพลิก! 'จัสติน บีเบอร์'ติดหนี้อดีตผู้จัดการ200ล้าน แฉเดือดไม่ยอมใช้หนี้อ้างไม่มีเงิน
16 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักร้องชื่อดังระดับโลกผู้เคยสร้างรายได้สูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ 'จัสติน บีเบอร์' (Justin Bieber) ได้แยกทางกับผู้จัดการส่วนตัว 'สกู๊ตเตอร์ บราวน์' (Scooter Braun) ซึ่งทาง 'จัสติน บีเบอร์' อ้างว่า 'สกู๊ตเตอร์ บราวน์' เป็นฝ่ายไม่ซื่อสัตย์ แต่การสืบสวนอย่างละเอียดของ TMZ กลับแสดงให้เห็นตรงกันข้าม
หากย้อนกลับไปในปี 2022 ช่วงทัวร์คอนเสิร์ต จัสทิส เวิลด์ ทัวร์ ครั้งนั้น 'จัสติน บีเบอร์' มีปัญหาสุขภาพอย่างหนักจนต้องยกเลิกทัวร์ในหลายประเทศ เขาติดหนี้ AEG ซึ่งเป็นโปรโมเตอร์คอนเสิร์ต 24 ล้านเหรียญ หรือ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 7.9 ร้อยล้านบาท เนื่องจากเขาได้รับเงินล่วงหน้าและยุติสัญญาตั้งแต่แรก ต่อมาทาง บริษัท Hybe ของ 'สกู๊ตเตอร์ บราวน์' ตกลงที่จะชำระหนี้ให้ 'จัสติน บีเบอร์' และ 'จัสติน บีเบอร์' ก็ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงเพื่อสัญญาว่าจะชำระหนี้เป็นระยะเวลา 10 ปี แต่'จัสติน บีเบอร์' ได้ทำการผ่อนชำระหนึ่งงวดแล้วหยุดชำระหนี้ไปเนื่องจากเขาบอกว่าไม่มีเงิน
ด้านผู้จัดการธุรกิจของ 'จัสติน บีเบอร์' ได้เริ่มตรวจสอบบัญชีและออกมาโต้ว่า 'สกู๊ตเตอร์ บราวน์' ได้รับค่าคอมมิชชันเกินจริงมากถึง 26 ล้านเหรียญ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 8.6 ร้อยล้านบาท แต่ Hybe โต้ว่า 'สกู๊ตเตอร์ บราวน์' ได้รับค่าคอมมิชชั่นต่ำกว่าความเป็นจริง และ 'จัสติน บีเบอร์' ติดหนี้เขาอยู่ 1 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 30 ล้านบาท จากนั้น Hybe ได้ว่าจ้างผู้ตรวจสอบบัญชี ซึ่งก็คือ Pricewaterhouse (PWC) หลังจากการตรวจสอบบัญชี 6 เดือนเสร็จสิ้นในเดือนเมษายน พบว่า 'จัสติน บีเบอร์' เป็นหนี้ 'สกู๊ตเตอร์ บราวน์' อยู่จริงๆ 8.8 ล้านเหรียญ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ทางฝั่งของ 'จัสติน บีเบอร์' ยังไม่ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น