อีลอน มัสก์ วิจารณ์ร่างกฎหมายภาษี-การใช้จ่ายหลักของทรัมป์ ส่อดันหนี้สหรัฐแตะ 2.5 ล้านล้านดอลล์
อีลอน มัสก์ โจมตีร่างกฎหมายภาษีและการใช้จ่ายฉบับใหม่ของทรัมป์ว่าเป็นความน่ารังเกียจอย่างที่สุด และจะเพิ่มภาระหนี้ให้ชาวอเมริกันอย่างไม่ยั่งยืน พร้อมขู่นักการเมืองที่หนุนร่างฯ นี้ว่าพฤศจิกายนปีหน้า เราจะไล่พวกทรยศออกให้หมด
วันที่ 4 มิถุนายน 2568 สำนักข่าว BBC รายงานว่า อีลอน มัสก์ ออกโรงวิจารณ์ร่างกฎหมายภาษีและการใช้จ่ายฉบับหลักของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ว่าเป็น “ความน่ารังเกียจอย่างที่สุด”
โดยร่างกฎหมายนี้ซึ่งมีการลดหย่อนภาษีหลายล้านล้านดอลลาร์และเพิ่มงบประมาณกลาโหม รวมถึงอนุญาตให้รัฐบาลสหรัฐกู้ยืมเงินได้มากขึ้น ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
มัสก์กล่าวผ่านโพสต์ในแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอังคารว่า “ขอประณามทุกคนที่ลงคะแนนเห็นชอบกับมัน”
นี่ถือเป็นครั้งแรกที่มัสก์ออกมาแสดงความเห็นไม่เห็นด้วยกับทรัมป์ต่อสาธารณะ หลังจากลาออกจากฝ่ายบริหารของรัฐบาลเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม หลังจากดำรงตำแหน่งได้เพียง 129 วัน โดยเขาและทีมที่ชื่อว่า Doge มีบทบาทในการพยายามลดต้นทุนของรัฐบาล
ก่อนหน้านี้ มัสก์เคยเรียกแผนนี้ว่า “น่าผิดหวัง” แต่ไม่เคยถึงขั้นประณามรุนแรงเช่นนี้ แม้ว่าในตอนลาออก ทรัมป์ยังคงกล่าวว่า “เขาจะอยู่กับเราเสมอ และช่วยเหลือเราในทุกทาง”
ร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งทรัมป์เรียกว่า “ร่างกฎหมายที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม” (big beautiful bill) ถูกประเมินว่าจะเพิ่ม งบประมาณขาดดุลราว 600,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 22 ล้านล้านบาทในปีงบประมาณหน้า
ในชุดโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอังคาร มัสก์เรียกร่างกฎหมายนี้ว่า“น่าขยะแขยง เต็มไปด้วยโครงการสิ้นเปลือง (pork-filled)” ซึ่งจะทำให้ขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นมหาศาลจนถึงระดับ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ และเป็นภาระหนี้ที่ไม่สามารถรับไหวได้ต่อประชาชนอเมริกัน
มัสก์ยังเตือนนักการเมืองผ่านอีกโพสต์หนึ่งว่า “ในเดือนพฤศจิกายนปีหน้า เราจะไล่พวกนักการเมืองที่ทรยศต่อประชาชนออกให้หมด”
เมื่อนักข่าวสอบถามถึงคำวิจารณ์ของมัสก์ โฆษกทำเนียบขาว “แคโรไลน์ ลีวิตต์” กล่าวว่า“ประธานาธิบดีรู้ดีอยู่แล้วว่าอีลอน มัสก์คิดอย่างไรกับร่างกฎหมายนี้” เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า “นี่คือร่างกฎหมายที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม และเขายังคงยึดมั่นกับมัน”
ร่างกฎหมายนี้ยังรวมถึงการขยายเวลาการลดภาษีที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2017 ในช่วงรัฐบาลทรัมป์ครั้งแรก เพิ่มงบประมาณกลาโหม และจัดสรรเงินสำหรับการเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายในวงกว้าง อีกทั้งยังเสนอการปรับเพดานหนี้ (debt ceiling) เพิ่มขึ้นเป็น 4 ล้านล้านดอลลาร์
ความคิดเห็นของมัสก์สะท้อนความตึงเครียดในพรรครีพับลิกันต่อร่างกฎหมายนี้ ซึ่งเผชิญแรงต้านจากหลายฝ่ายภายในพรรคขณะพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร และตอนนี้กำลังเข้าสู่การพิจารณาในวุฒิสภา
แรนด์ พอล ส.ว.จากรัฐเคนทักกี ประกาศว่าเขาจะไม่สนับสนุนร่างกฎหมายหากยังคงมีข้อเสนอให้เพิ่มเพดานหนี้“พรรครีพับลิกันจะต้องรับผิดชอบต่อหนี้นี้หากพวกเขาโหวตผ่านมัน”
ทรัมป์ตอบโต้ด้วยโพสต์โซเชียลมีเดียหลายข้อความ วิจารณ์แรนด์ พอลว่า “ไม่เข้าใจร่างกฎหมายเลย” และบอกว่าคนในรัฐเคนทักกี“ทนเขาไม่ไหว”
สมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนตอบโต้คำวิจารณ์ของมัสก์ โดยผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา จอห์น ธูน ระบุว่าพรรคยังเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายต่อไป แม้จะมีความเห็นต่าง
ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งผลักดันร่างกฎหมายผ่านสภา กล่าวว่า “เพื่อนผมอย่างอีลอนเข้าใจผิดอย่างแรง นี่คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญมาก แต่เขามองไม่เห็นมัน”
เขาเผยว่าตนเพิ่งคุยโทรศัพท์กับมัสก์นาน 20 นาทีเมื่อวันจันทร์ และกล่าวว่าส่วนหนึ่งที่มัสก์อาจไม่พอใจเพราะร่างกฎหมายนี้มีการยกเลิกเครดิตภาษีรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งกระทบกับบริษัท Tesla ของมัสก์
เขากล่าวว่า “ผมเสียใจที่เขาทำแบบนี้ ผมไม่คิดว่าเขาจะวิจารณ์แบบนี้หลังจากที่เราคุยกัน”
หนึ่งในประเด็นที่มัสก์ไม่พอใจ คือเรื่องการควบคุมการจราจรทางอากาศที่สำนักงานการบินพลเรือน (FAA) ซึ่งมัสก์ต้องการให้ใช้ระบบดาวเทียม Starlink ของเขา แต่ถูกปฏิเสธเนื่องจากมีปัญหาด้านเทคโนโลยีและความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ตามรายงานของ Axios
แม้แต่พรรคเดโมแครตซึ่งเคยวิจารณ์มัสก์อย่างหนัก ก็ออกมาต้อนรับคำวิจารณ์ของเขา
ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา กล่าวว่า“แม้แต่อีลอน มัสก์ ซึ่งเป็นคนของทรัมป์และอยู่ในกระบวนการทั้งหมด ยังบอกว่าร่างกฎหมายนี้แย่ เราคงนึกภาพได้ว่ามันแย่ขนาดไหน”
ทรัมป์และสมาชิกพรรครีพับลิกันวางกำหนดเส้นตายวันที่ 4 กรกฎาคม เพื่อผลักดันร่างกฎหมายให้ผ่านและลงนามเป็นกฎหมาย
โพสต์ของมัสก์บน X ยังบ่งชี้ถึงรอยร้าวระหว่างเขากับทรัมป์ แม้ว่าเขาเพิ่งบริจาคเงินกว่า 250 ล้านดอลลาร์ ให้กับการหาเสียงของทรัมป์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เพื่อเอาใจกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้จ่ายงบประมาณ ทรัมป์ยังขอให้สภาผ่านแผนลดงบประมาณอีก 9 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมีพื้นฐานมาจากข้อเสนอของทีม Doge ของมัสก์ด้วย
อ้างอิง : bbc.com