ดาวโจนส์ปิดวันศุกร์บวก 331.99 จุด รับความหวังข้อตกลงการค้า
ดาวโจนส์ปิดวันศุกร์บวก 331.99 จุด รับความหวังข้อตกลงการค้า
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 พ.ค. 68 7:39: น.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกในวันศุกร์ (16 พ.ค.) ต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 โดยดัชนีดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 331.99 จุด หลังได้รับแรงหนุนจากการบรรลุข้อตกลงชั่วคราวด้านภาษีระหว่างสหรัฐฯ และจีนเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ผลสำรวจเศรษฐกิจล่าสุด จะแสดงให้เห็นว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอ่อนแอลงก็ตาม
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 331.99 จุด หรือ 0.78% ปิดที่ 42,654.74 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 41.45 จุด หรือ 0.70% ปิดที่ 5,958.38 จุด และดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 98.78 จุด หรือ 0.52% ปิดที่ 19,211.10 จุด
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 3.4% ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 5.3% และดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 7.2%
ดัชนี S&P 500 ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงสายของวัน ขณะที่นักลงทุนมองข้ามข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ หลังผลสำรวจจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนพ.ค.ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่คาดการณ์เงินเฟ้อในช่วง 1 ปีข้างหน้า พุ่งขึ้นเป็น 7.3% จากระดับ 6.5% ในเดือนก่อน
กองทุน ETF ที่ติดตามดัชนี S&P 500 และดัชนีแนสแดค ปรับตัวลดลงประมาณ 1% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Moodys ปรับลดอันดับเครดิตของสหรัฐฯ ลงจากระดับ Aaa มาอยู่ที่ Aa1 โดยให้เหตุผลถึงหนี้ที่เพิ่มขึ้นและการจ่ายดอกเบี้ยที่สูงกว่าประเทศที่มีอันดับใกล้เคียงกัน
ดัชนีหลักทั้ง 3 ของวอลล์สตรีทปรับตัวเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นในวันจันทร์ ภายหลังจากที่สหรัฐฯ และจีน บรรลุข้อตกลงระงับสงครามการค้าเป็นเวลา 90 วัน โดยก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เพิ่งประกาศข้อตกลงการค้าแบบทวิภาคี
Lindsey Bell หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดจากบริษัท Clearnomics กล่าวว่า การปรับตัวขึ้นของตลาดในวันศุกร์เป็นผลสืบเนื่องจาก การลดความตึงเครียดในข้อพิพาทด้านการค้า พร้อมเสริมว่า แม้ว่าเศรษฐกิจจะแข็งแกร่ง แต่การมองในแง่ร้ายของนักลงทุน อาจทำให้เกิดความผันผวนในอนาคต เมื่อมีข่าวภาษีออกมาเพิ่มเติม และข้อมูลเศรษฐกิจอาจเปลี่ยนแปลงได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ด้าน Paul Christopher หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนโลกของ Wells Fargo Investment Institute กล่าวว่า ตลาดประเมินแนวโน้มในแง่ดีอย่างระมัดระวังต่อท่าทีที่อ่อนลงเกี่ยวกับการค้า แต่ยังรอดูว่าสหรัฐฯ จะลงเอยอย่างไรในประเด็นภาษี
นักลงทุนยังรอความชัดเจนด้านนโยบายภาษีของสหรัฐฯ หลังสมาชิกพรรครีพับลิกันสายแข็ง 5 จาก 21 ราย ในคณะกรรมาธิการงบประมาณสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ โหวตไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายภาษีของทรัมป์ ซึ่งกลุ่มนี้เรียกร้องให้ตัดงบประมาณในโครงการประกันสุขภาพสำหรับผู้มีรายได้น้อยลงให้มากกว่านี้ ทำให้ร่างกฎหมายดังกล่าวเสี่ยงถูกขัดขวาง และถือเป็นความล้มเหลวทางการเมืองที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ในบรรดหุ้น 11 กลุ่มที่คำนวนในดัชนี S&P 500 ส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ยกเว้นหุ้นกลุ่มพลังงานที่ลดลง 0.18% ขณะที่หุ้นกลุ่มที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ กลุ่มเฮลธ์แคร์ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.96%
หุ้น UnitedHealth Group Inc. เป็นหนึ่งในหุ้นที่ช่วยหนุนดัชนีมากที่สุดในกลุ่มเฮลธ์แคร์ โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.4% หลังก่อนหน้านี้ลดลงต่อเนื่อง 8 วัน ซึ่งบรรดานักลงทุนกำลังจับตาการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ของบริษัท หลังจากมีรายงานว่าอยู่ระหว่างการสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ
ด้านหุ้นรายตัวที่น่าสนใจ พบว่าหุ้น Applied Materials ลดลง 5.3% หลังรายได้ไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่คาด ขณะที่หุ้น Charter Communications เพิ่มขึ้น 1.8% หลังประกาศซื้อกิจการ Cox Communications มูลค่า 21,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และหุ้น Verizon Communications เพิ่มขึ้น 1.7% หลังคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (FCC) อนุมัติการเข้าซื้อกิจการ Frontier Communications มูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลัง Verizon ยอมยกเลิกโครงการส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมในองค์กร หรือ DEI
ที่มา Reuters
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ